จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจัาอยู่หัวได้เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในพื้นที่ต้นน้ำลำธาร พระองค์ได้ทรงเห็นการทำลายป่าไม้ ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติเขตต้นน้ำลำธารอย่างมากมาย จำเป็นจะต้องฟื้นฟูบูรณะให้กลับคืนสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงตระหนักถึงความเกี่ยวโยงระหว่างกันของทรัพยากรดิน น้ำ และป่าไม้ ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่เอื้ออำนวยประโยชน์ต่อกันและกัน หากทรัพยากรอย่างใดอย่างหนึ่งถูกรบกวน จะส่งผลกระทบให้สมดุลของธรรมชาติเสียหายไปด้วย ทรงใช้น้ำเป็นเครื่องมือสำคัญ น้ำทำให้ป่าเกิดและดำรงอยู่ได้ ในขณะที่ป่าช่วยรักษาความชุ่มชื้นของน้ำไว้ ดังนั้นจึงพระราชทานแนวพระราชดำริในการรักษาป่าต้นน้ำ ดังพระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๐ ณ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรีว่า
"…การจะมีต้นน้ำลำธารไปชั่วกาลนานนั้น สำคัญอยู่ที่การรักษาป่า และปลูกป่า บริเวณต้นน้ำลำธาร ซึ่งบนยอดเขาและเนินสูงขึ้น ต้องมีการปลูกป่าโดยไม้ยืนต้นและปลูกป่าไม้ฟืน ซึ่งไม้ฟืนนั้นราษฎรสามารถตัดไปใช้ได้ แต่ต้องมีการปลูกทดแทนเป็นระยะ ส่วนไม้ยืนต้นนั้นจะช่วยให้อากาศมีความชุ่มชื้น เป็นขั้นตอนหนึ่งของระบบการให้ฝนตกตามธรรมชาติ ทั้งยังช่วยยึดดินบนเขา ไม่ให้พังทลายเมื่อเกิดฝนตกอีกด้วย ซึ่งถ้ารักษาสภาพป่า |