ระดับ<wbr>กลาง<wbr>เชิง<wbr>นิเวศ (ความ<wbr>เกี่ยว<wbr>โยง<wbr>ของ<wbr>พืชกับสรรพ<wbr>สิ่ง<wbr>ใน<wbr>ธรรม<wbr>ชาติ)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยเป็นพิเศษกับการพัฒนาการเกษตร โดยเฉพาะระบบปลูกพืช ทรงมีความเข้าพระทัยธรรมชาติของพืชอย่างแจ่มแจ้ง ทรงเห็นพืชในบริบทของสภาพแวดล้อมเสมอ ก่อนจะเสนอแนะระบบเพาะปลูกพืชใด จะทรงค้นคว้าข้อมูลด้านทรัพยากรกายภาพก่อน เริ่มด้วยทรัพยากรด้านภูมิอากาศ ทรงเน้นที่ปริมาณน้ำที่จะหาได้ ซึ่งรวมทุกด้านทั้งจากฝนและจากแหล่งน้ำท่า ทรงพยายามทุกวิถีทางในการหาแหล่งน้ำ แม้กระทั่งการทำฝนเทียม ต่อจากนั้น ทรงใช้ข้อมูลทางดิน เพื่อศึกษาข้อจำกัดของดินและลักษณะพื้นที่ ทรงเป็นผู้ที่มีความช่ำชองอย่างเยี่ยมในการอ่านแผนที่ เมื่อผนวกข้อมูลสภาพอากาศและดิน จะได้สภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้น หลังจากนั้น ทรงพิจารณาระดับเทคโนโลยีของเกษตรกร ส่วนใหญ่จะทรงเน้นระดับพอเพียงให้เกษตรกรเพาะปลูกพอเลี้ยงตัวเองได้ก่อน ไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยการผลิตที่เกินตัว พื้นที่ที่เสด็จพระราชดำเนินไปช่วยพัฒนา มักเป็นพื้นที่ยากลำบาก ต้องใช้ความรู้ที่ใช้งานได้จริงจึงจะสามารถพัฒนาให้ผลิตพืชได้ ได้ทรงพัฒนาพื้นที่เช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ครอบคลุมพื้นที่หลายบริเวณทั่วประเทศ แสดงได้ชัดเจนว่าทรงรอบรู้ระบบนิเวศอย่างถ่องแท้ เมื่อรวมกับความเข้าใจระดับความรู้ความสามารถของเกษตรกรอย่างลงตัว จึงสามารถดำเนินการได้
ส่วนพื้นที่ต้นน้ำจะทรงให้รักษาสภาพไว้ ทรงรอบรู้ธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ดังเช่นพระราชดำริในการรักษาป่าที่สามารถทำได้แบบง่ายๆ ด้วยการ "ไม่ไปรังแกป่า ต้นไม้นี้จะขึ้น" การพิจารณาพัฒนารักษาพื้นที่ใด จะเห็นได้ชัดเจนว่าทรงมองภาพในมุมกว้างเสมอ มีพระราชหฤทัยระลึกถึงระบบนิเวศอยู่ตลอดเวลา พระราชกรณียกิจต่าง ๆ ล้วนเป็นความพยายามพลิกฟื้นคืนระบบธรรมชาติให้ได้มากที่สุด
๑. การจัดการทรัพยากรน้ำ
๒. การฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มน้ำ
๓. การจัดการป่า
๔. การเกษตรยั่งยืน
๕. การค้นคว้ารวบรวมข้อมูลสภาพแวดล้อมพืช


| ระดับใหญ่เชิงวิวัฒนาการของชีวิต | ระดับกลางเชิงนิเวศ | ระดับละเอียดของพืชแต่ละชนิด |

| สรรพศิลปศาสตราธิราช | สาขาพฤกษ์เศรษฐกิจ |