ระดับ<wbr>ใหญ่<wbr>เชิง<wbr>วิวัฒนาการ<wbr>ของ<wbr>ชีวิต (ความ<wbr>อยู่<wbr>รอด<wbr>ของ<wbr>มนุษยชาติ)
ทฤษฎี<wbr>ใหม่<wbr><wbr>
จากแผนการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เร่งการส่งออกเพื่อนำเงินรายได้เข้าประเทศ ในช่วง ๓๐ ปีที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่ารายได้จากภาคเกษตรเป็นรายได้ที่มาจากการผลิตที่ไม่ได้ปกป้องบำรุงรักษาสภาวะความสมบูรณ์ของทรัพยากรที่ดินและแหล่งน้ำ ทำให้การผลิตกลายเป็นการทำลายสภาพนิเวศของประเทศให้เสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว ผลลัพธ์สุดท้ายคือเกษตรกรมีรายได้ดีขึ้นเพียงชั่วคราว และเมื่อที่ดินหมดความสมบูรณ์ ฐานะเกษตรกรกลับทรุดลงกว่าเดิม ที่เคยเลี้ยงตัวได้ตามอัตภาพ กลับเกิดหนี้สินเกินกว่าจะสามารถใช้คืนได้


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรู้จักแผ่นดินไทยอย่างถ่องแท้ ทรงเข้าพระราชหฤทัยสภาพของทรัพยากรทางกายภาพ ตลอดจนวัฒนธรรมและธรรมเนียมการดำรงชีวิตของไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินอย่างลึกซึ้ง ด้วยประสบการณ์และข้อมูลที่ทรงงานพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องมาตลอดเวลาที่ทรงครองราชย์กว่า ๕๐ ปี ได้พระราชทานพระราชดำริแนวทางการเกษตรทางเลือกแนวหนึ่ง ซึ่งทรงตั้งชื่อว่า "ทฤษฎีใหม่" มีกระบวนทัศน์แตกต่างไปจากวิธีทางเศรษฐศาสตร์ที่หวังมุ่งสร้างความร่ำรวยอย่างรวดเร็ว วิธีการนี้เป็นวิธีพื้นบ้านดั้งเดิม แต่ได้พระราชทานแนวปฏิบัติที่ชัดเจนว่าจะจัดสรรพื้นที่อย่างไร จึงจะทำให้เกษตรกรมีระบบปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ได้พอเหมาะกับแหล่งน้ำที่มีในพื้นที่ เกษตรกรสามารถปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี โดยมีหลักการสำคัญเน้นที่การมีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างเพียงพอ ไม่ต้องมีหนี้สิน และจะเป็นการฟื้นฟูสภาพนิเวศให้เข้าสู่สมดุลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นการผลิตที่ไม่ดูดดึงความสมบูรณ์ของแผ่นดินออกไปในอัตราเกินกว่าที่ธรรมชาติจะทดแทนคืนได้ นอกจากนี้ หากแต่ละครัวเรือนบริโภคผลผลิตที่ผลิตได้เอง จะเป็นการตัดการเสียเปรียบของเกษตรกรในสองด้าน นั่นคือเมื่อเกษตรกรปลูกพืชเพื่อหวังขายเอารายได้ จะต้องเสียเปรียบเมื่อผ่านกลไกของผู้ซื้อ และเมื่อเกษตรกรใช้รายได้ซื้อหาอาหารและของบริโภค ก็จะต้องผ่านกลไกของผู้ขายอีกทีหนึ่ง ขั้นตอนคนกลางเหล่านี้สามารถตัดทิ้งได้ และจะทำให้เกษตรกรประหยัดค่าครองชีพลงได้มาก
วิธีการตาม "ทฤษฎีใหม่" นี้ จึงเป็นวิธีการในแนวปฏิบัติสายกลางทางพุทธศาสนา ซึ่งคือแนวทางของธรรมชาติ ตามหลักการวิวัฒนาการของชีวิตในโลก มนุษย์จะประสบความสำเร็จในโลกได้ ต่อเมื่อใช้วิธีดำรงชีวิตที่ให้เผ่าพันธุ์ดำรงอยู่ได้นานที่สุด และขยายเผ่าพันธุ์ให้ได้มากที่สุด การดำรงชีวิตแนวนี้ คือการดำรงชีวิตแบบรู้จักพอ ใช้จ่ายทรัพยากรเท่าที่จำเป็น หากมนุษย์รู้จักดำรงชีวิตภายใต้เศรษฐกิจแบบพอเพียง รู้จักใช้ทรัพยากรในอัตราพอเหมาะ ทรัพยากรในโลกจะมีเหลือให้ใช้ไปได้อีกนาน กระบวนทัศน์เรื่อง "ทฤษฎีใหม่" จึงเป็นการพลิกผันกระบวนทัศน์เดิมที่เราคุ้นเคยกัน เป็นการหยุดวิถีชีวิตแบบผลิตเพื่อส่งออก ให้กลับมาเลี้ยงตัวให้ได้ ซึ่งจะได้คุณภาพชีวิตคืนมา
ด้วยความเป็นนักวิชาการอย่างแท้จริง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรายละเอียดของ "ทฤษฎีใหม่" อย่างเป็นรูปธรรม เริ่มด้วยการขุดสระน้ำกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ประโยชน์ ต่อจากนั้นจะต้องให้ความรู้แก่ราษฎรให้ใช้น้ำที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยวิธีการทำเกษตรแบบผสมผสาน หรือไร่นาสวนผสม ราษฎรจะประสบความสำเร็จได้ถ้ามีความขยันขันแข็ง และมีความรู้ทางการเกษตรพอสมควร


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้ดำเนินการทดลอง "ทฤษฎีใหม่" ขึ้นที่วัดมงคลชัยพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี โดยทรงซื้อที่ดินจำนวน ๑๕ ไร่ ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และข้าราชบริพารได้ร่วมบริจาคเงินจำนวนหนึ่ง และทรงร่วมกับทางราชการโดยกรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร นายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี โดยวิธีขุดบ่อเพื่อใช้น้ำมาเพาะปลูก ทำให้สามารถปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกไม้ยืนต้น ไม้ผล ต่อมาทรงซื้อที่ดินเพิ่มอีก ๓๐ ไร่ และให้ตั้งเป็นศูนย์พัฒนา ผลที่ได้จากการเพาะปลูกสามารถขายข้าวและผักได้กำไร ๒ หมื่นบาทต่อปี

| "ทฤษฎีใหม่" | แบบจำลองของ "ทฤษฎีใหม่" | ขั้นตอนของทฤษฎีใหม่ |
| ระดับใหญ่เชิงวิวัฒนาการของชีวิต | ระดับกลางเชิงนิเวศ | ระดับละเอียดของพืชแต่ละชนิด |

| สรรพศิลปศาสตราธิราช | สาขาพฤกษ์เศรษฐกิจ |