โครงการหลวง

ความเป็นมา

ตั้งแต่อดีตกาล มีชนเผ่าต่าง ๆ มาอาศัยอยู่ตามเขตชายแดนของไทยทุกมุมเมือง โดยเฉพาะทางภาคเหนือ ซึ่งมีภูมิประเทศซับซ้อนเป็นป่าเขา และอุดมไปด้วยพืชพรรณและแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ จึงยากแก่การสกัดกั้นผู้ที่จะหนีร้อนมาพึ่งเย็นเหล่านั้น อันประกอบด้วยชาวเขาเผ่าต่าง ๆ เช่น แม้ว เย้า มูเซอ กะเหรี่ยง ไทยใหญ่ อีก้อ ลีซอ และจีนฮ่อ ซึ่งนับวันคนเหล่านี้ได้หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ปัญหาต่าง ๆ จึงเริ่มเกิดขึ้นติดตามมา จึงได้มีหน่วยงานต่าง ๆ เห็นความสำคัญและเข้ามาช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาตามลักษณะงานของแต่ละหน่วยงาน อาทิ กรมประชาสงเคราะห์ กรมป่าไม้ ตำรวจตระเวนชายแดน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นต้น

จากการเสด็จแปรพระราชฐานยังพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมเยียนทุกข์สุขของราษฎรในภาคเหนือทุกปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมชาวเขาหลายหมู่บ้าน บริเวณดอยปุย เมื่อกว่า ๒๐ ปีมานี้ ทรงทราบว่าชาวเขาส่วนใหญ่มีชีวิตความเป็นอยู่แร้นแค้นมีอาชีพทำไร่เลื่อนลอย มีการปลูกฝิ่นและตัดไม้ทำลายป่าและต้นน้ำลำธาร และนำความเสียหายไปสู่ส่วนอื่นของประเทศอีกด้วย

โครงการหลวงเพื่อมนุษยธรรม

ก่อนที่จะจัดตั้งโครงการหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในคราวเสด็จพระราชดำเนินไปยังหมู่บ้านชาวเขาในที่ต่าง ๆ ได้ทอดพระเนตรเห็นสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นดังกล่าว ในปี พ.ศ. ๒๕๑๑ จึงได้ทรงสนับสนุนงานวิจัยไม้ผลเมืองหนาว โดยได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน ๒ แสนบาท สนับสนุนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ดอยปุย จังหวัดเชียงใหม่ (ปัจจุบันเรียกว่า สวนสองแสน) พร้อมทั้งทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้คณะทูตานุทูตพิจารณาให้ความช่วยเหลือ อันเป็นผลให้หลายประเทศให้ความสนใจช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ และได้จัดส่งพันธุ์ไม้นานาชนิดมาให้ทดลองปลูก โครงการหลวงจึงเกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๒

วัตถุประสงค์และประโยชน์ในการก่อตั้งโครงการหลวงจะเห็นได้จากพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดังที่ว่า

"… เรื่องที่จะช่วยชาวเขาและโครงการชาวเขานั้น มีประโยชน์โดยตรงกับชาวเขาเพื่อที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ดีขึ้น สามารถที่จะเพาะปลูกสิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นรายได้กับเขาเอง ที่มีโครงการนี้ จุดประสงค์อย่างหนึ่งก็คือ มนุษยธรรม หมายถึงให้ผู้ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารสามารถที่จะมีความรู้และพยุงตัวมีความเจริญได้ อีกอย่างหนึ่งก็เป็นเรื่องที่ช่วยในทางที่ทุกคนเห็นว่าควรจะช่วย เพราะเป็นปัญหาใหญ่ก็คือปัญหาเรื่องยาเสพติด ถ้าสามารถช่วยชาวเขาปลูกพืชที่เป็นประโยชน์บ้าง เขาจะเลิกปลูกยาเสพติด คือ ฝิ่น ทำให้นโยบายการระงับ การปราบปรามการสูบฝิ่น และการค้าฝิ่นได้ผลดี อันนี้ก็เป็นผลอย่างหนึ่ง ผลอีกอย่างหนึ่งซึ่งสำคัญมากก็คือ ชาวเขาตามที่รู้เป็นผู้ที่ทำการเพาะปลูก โดยวิธีที่จะทำให้บ้านเมืองของเราไปสู่หายนะได้ โดยที่ถางป่าและปลูกโดยวิธีที่ไม่ถูกต้อง ถ้าพวกเราทุกคนไปช่วยเขา ก็เท่ากับช่วยบ้านเมืองให้มีความอยู่ดีกินดี และปลอดภัยได้อีกทั่วประเทศ เพราะถ้าสามารถทำโครงการนี้ได้สำเร็จ ให้ชาวเขาอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งสามารถที่จะมีความอยู่ดีกินดีพอสมควร และสนับสนุนนโยบายที่จะรักษาป่าไม้รักษาดินให้เป็นประโยชน์ต่อไป ประโยชน์อันนี้จะยั่งยืนมาก"

โครงการหลวงในระยะแรกนั้น เป็นโครงการอาสาสมัคร คณะผู้อาสาสมัครมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ และกองทัพอากาศ งานที่กระทำคือ การช่วยตำรวจตระเวนชายแดนในการส่งเสริมการปลูกพืชแก่ชาวเขา ในระยะนั้นได้ส่งเสริมถั่วแดงหลวง มันฝรั่ง กาแฟอะราบิก้า และท้อ ปัจจุบันชาวเขาได้รับการส่งเสริมให้ปลูกพืชเมืองหนาวเพิ่มเติมขึ้นอีกหลายชนิด และมีหน่วยงานหลายหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินการของโครงการหลวง ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ กรมประชาสงเคราะห์ กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การพลังงานแห่งชาติ สำนักงานเกษตรภาคเหนือ และสำนักงานเกษตรจังหวัดใเขตพื้นที่ปฏิบัติงานนั้น ๆ เป็นต้น

การดำเนินงานของโครงการหลวง

โครงการหลวงพยายามกระทำทุกสิ่งที่ควรทำดังนี้
๑. การสำรวจประชากรและหาข้อมูลทางเศรษฐกิจ
๒. การสำรวจและวางแผนการใช้ที่ดิน เพื่อแยกพื้นที่ซึ่งเหมาะแก่การเกษตรและป่าบุกรุกซึ่งกันและกัน
๓. การพัฒนาพื้นฐาน คือการบริรักษ์เพื่อให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินคงอยู่ สร้างระบบชลประทานและถนน เป็นต้น
๔. การส่งเสริม มีศูนย์ส่งเสริมอยู่บนดอย ช่วยสนับสนุน เช่น มีหน่วยปราบศัตรูพืช และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการปลูกพืชเฉพาะต่าง ๆ เป็นต้น
๕. การพัฒนาสังคม มีการให้การศึกษา จัดตั้งโรงเรียน ห้องสมุดเคลื่อนที่ การฝึกอบรม และการอนามัย มีธนาคารข้าว ศูนย์ศิลปหัตถกรรม เป็นต้น
๖. กิจกรรมหลังเก็บเกี่ยว เช่น การคัดบรรจุ และจัดหีบห่อ การเก็บรักษาผลิตผล การจัดทำอาหารสำเร็จรูป เป็นต้น
๗. การขนส่ง เช่น การขนผลิตผลไปยังโรงคัดบรรจุ หรือโรงงานอาหารสำเร็จรูปของโครงการฯ และการจัดส่งไปยังกรุงเทพฯ เพื่อจำหน่าย เป็นต้น
๘. การตลาด ผลิตผลของชาวเขานั้น โครงการหลวงจัดจำหน่ายให้ หน่วยตลาดมีที่เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ผลิตผลและผลิตภัณฑ์ของโครงการหลวงใช้ชื่อจดทะเบียนการค้าตรา "ดอยคำ"

สถานีและศูนย์พัฒนาโครงการหลวง

ปัจจุบันโครงการหลวงมีสถานีวิจัยหลัก ๖ สถานี และสถานีส่งเสริมปลูกพืชทดแทนฝิ่น เรียกว่า ศูนย์พัฒนาโครงการ จำนวน ๒๑ ศูนย์ และหมู่บ้านพัฒนาอีก ๖ หมู่บ้าน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ส่งเสริมจำนวน ๒๔๐ คน รวมหมู่บ้านในเขตปฏิบัติการทั้งสิ้น ๒๖๗ หมู่บ้าน ครอบคลุมใน ๔ จังหวัด ภาคเหนือคือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน

ในขณะนี้โครงการหลวง ได้ขยายงานออกไปอย่างกว้างขวาง ทั้งงานวิจัยและงานส่งเสริมการปลูกพืชต่าง ๆ เช่น ผัก ไม้ดอก และไม้ผลเมืองหนาวนานาชนิด โดยจำหน่ายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้าตราดอยคำ ซึ่งมีโรงงานคัดบรรจุจัดส่งพืชผักที่คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งขนส่งมาจากดอยต่าง ๆ เพื่อส่งไปยังตลาดกรุงเทพฯ และตลาดเชียงใหม่ นอกจากนั้นยังมีผลิตผลส่วนหนึ่งสำหรับส่งเข้าโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปของโครงการหลวงที่ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย และที่คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

| การพัฒนาและอนุรักษ์ดิน | การพัฒนาแหล่งน้ำ | โครงการธนาคารข้าว | การพัฒนาการประมง | การพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ |
โครงการธนาคารโค-กระบือ | โครงการหลวง | การพัฒนาระบบสหกรณ์ |

| คำประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ | พระปรีชาญาณทางด้านส่งเสริมการเกษตร |