ในการพระราชทานแนวทางสำหรับปฏิบัติงานนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตระหนักถึงข้อจำกัดในทางปฏิบัติในด้านต่าง ๆ โดยพระองค์ได้พยายามยึดถือหลักวิทยาการที่เหมาะสม มีความเป็นไปได้และประหยัด โดยหลีกเลี่ยงการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นสำคัญ นอกจากนั้น ยังพยายามคิดค้นและพัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาอยู่เสมอ ซึ่งจะสามารถจำแนกหลักการที่พระองค์ทรงยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติได้ดังนี้
๑. หลักการทางด้านวิศวกรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพยายามแก้ไขปัญหานี้ โดยทรงเน้นหนักและประสานวิทยาการสาขาต่าง ๆ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีหลักเกณฑ์และถูกต้อง ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาญาณอันล้ำเลิศของพระองค์ โดยจะสามารถจำแนกได้เป็นแต่ละสาขา ดังนี้
๑.๑ ด้านอุทกวิทยา (Hydrology) โปรดให้ทำการติดตามสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนทางเดินของพายุซึ่งจะพัดผ่านและทำให้เกิดฝนตก เพื่อนำมาคาดการณ์ได้อย่างถูกต้องและให้รวบรวมข้อมูลน้ำฝนที่เคยตกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งปริมาณน้ำที่มาจากด้านตะวันออก และแม่น้ำเจ้าพระยา และใช้วิธีการทางสถิติประยุกต์เข้ามาทำการวิเคราะห์หาขนาดของน้ำฝนและน้ำท่า เพื่อจะได้ใช้เป็นข้อมูลสำหรับการประกอบการออกแบบระบายน้ำได้อย่างพอเพียง
๑.๒ ด้านชลศาสตร์ (Hydraulic Engineering) ได้ทรงพิจารณาให้สร้างคันกั้นน้ำเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ในการแบ่งน้ำที่จะไหลผ่านย่านชุมชนของกรุงเทพมหานคร ให้มีทิศทางการไหลไปออกทะเลทางทิศใต้ เป็นการบรรเทาความรุนแรงของสภาพน้ำท่วมในเขตพื้นที่ชั้นใน รวมทั้งได้ทรงพิจารณาให้ทำการกำจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคกีดขวางการไหลในทางน้ำ เช่น วัชพืชที่หนาแน่น และจุดที่เป็นคอขวด (Bottle-neck) โดยให้ขยายออกไปเพื่อทำให้น้ำสามารถไหลผ่านได้สะดวก และทรงให้ทำการขุดลอกคลองสายหลัก ๆ เพื่อทำการรักษาพื้นที่หน้าตัดคลองให้พอเพียงที่จะลำเลียงน้ำผ่านไปได้
นอกจากนั้น ในบริเวณที่เป็นที่ลุ่มหรือมีระดับพื้นดินต่ำกว่าปกติ อันเป็นผลเนื่องมาจากแผ่นดินทรุด ได้โปรดให้สร้างคันล้อมรอบ (Polder) และติดตั้งเครื่องสูบน้ำให้มีขนาดที่เหมาะสม ทำการระบายน้ำที่ท่วมขังอยู่ในพื้นที่นั้น ๆ ออกไป
๑.๓ ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Engineering) จากการเกิดภาวะน้ำเน่าเสีย ในพ.ศ. ๒๕๒๘ นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้ทำการถ่ายเทน้ำในคลองสายต่าง ๆ ทั้งกรุงเทพมหานคร เพื่อไม่ให้เกิดสภาพน้ำเน่าเสีย ซึ่งเมื่อมีการหมุนเวียนน้ำอยู่ตลอดเวลาจะสามารถช่วยบรรเทาความรุนแรงของการเน่าเสียได้
นอกจากนั้น ยังโปรดให้พัฒนาบึงมักกะสันขึ้นเป็นแหล่งกำจัดน้ำเสียตามธรรมชาติโดยใช้ผักตบชวาทำหน้าที่ดูดซับความเน่าเสียให้มีความเจือจางลงก่อนจะระบายออกไป
๑.๔ การพัฒนาและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการแก้ไขปัญหา (New Technology Implement) ได้ทรงพยายามคิดค้นแนวทางและเครื่องจักรเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพขึ้นมา เพื่อใช้งานอยู่เสมอ เช่น การพัฒนาเครื่องผลักดันน้ำ สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำของคลองระบายน้ำสายต่าง ๆ

๒. หลักการทางด้านเศรษฐศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงข้อจำกัดทางด้านงบประมาณของหน่วยราชการที่จะปฏิบัติตามแนวทางที่ได้พระราชทานอยู่เสมอ จึงทรงพยายามเน้นหนักในแง่การใช้จ่ายให้ประหยัดที่สุดและได้ผลดีด้วย เช่น การระบายน้ำออกจากพื้นที่นั้น ถึงแม้ว่าจะมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเอาไว้อย่างพอเพียงแต่ก็ยังทรงเน้นให้ทำการระบายน้ำด้วยระบบธรรมชาติให้เต็มที่ก่อน แล้วจึงทำการเสริมด้วยเครื่องสูบน้ำเพื่อเป็นการประหยัดค่ากระแสไฟฟ้า
นอกจากนั้น ในการกำหนดจุดให้สร้างอาคารควบคุมบังคับน้ำในคลองสายหลักก็ได้ทรงพิจารณาเลือกเฉพาะจุดที่มีความสำคัญและสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การก่อสร้างทำนบกั้นน้ำในคลองแสนแสบ เพื่อให้คลองแสนแสบสามารถระบายน้ำได้เพิ่มขึ้น
สำหรับการพัฒนาบึงมักกะสัน ก็โปรดให้พัฒนาเฉพาะในส่วนที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น โดยรักษาสภาพแวดล้อมในบางส่วนไว้ เพื่อจะได้ไม่ต้องลงทุนเป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งปรากฏว่า สามารถพัฒนาแหล่งน้ำให้มีสภาพแวดล้อมดีขึ้น และใช้เป็นตัวอย่างในการพัฒนาแหล่งน้ำอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน

๓. หลักการทางด้านสังคม ในการพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำเน่าเสีย นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงคำนึงถึงผลกระทบอันอาจจะเกิดขึ้นต่อประชาชนที่อยู่ในพื้นที่อยู่เสมอ เช่น ในการโปรดให้สร้างคันกั้นน้ำในพื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ได้ทรงพยายามเลือกแนวไม่ให้ผ่านเขตชุมชน หรือที่อยู่อาศัยที่หนาแน่นของประชาชน โดยการให้เลือกใช้แนวถนนเดิมเป็นหลัก รวมทั้งการสร้างอาคารตามแนวคันกั้นน้ำเพื่อใช้ควบคุมไม่ให้ระดับน้ำสูงเกินไปจนเกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนด้านนอกคันกั้นน้ำ
ส่วนการรับน้ำเข้ามาเพื่อช่วยบรรเทาสภาพความเน่าเสียของน้ำในคลองสายหลัก ๆ ได้ทรงพยายามเน้นให้ควบคุมระดับน้ำในคลองไม่ให้ล้นตลิ่งเข้ามาท่วมในเขตที่ลุ่ม หรือไม่ก็ต้องหาทางแก้ไขป้องกันตามจุดที่จะท่วมเหล่านั้นเสียก่อน เช่น การรับน้ำเข้าในคลองสามเสน ระดับน้ำที่ปากคลองไม่ควรเกิดกว่า +๐.๗ หรือในคลองบางซื่อไม่ควรเกินกว่า +๑.๐ ที่ปากคลอง
นอกจากนี้ในการพัฒนาพึงมักกะสัน ได้ทรงเน้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น เกี่ยวกับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยของประชาชนในบริเวณนั้น โดยไม่จำเป็นต้องโยกย้ายประชาชนที่อาศัยอยู่รอบ ๆ เพียงแต่ขอให้จำกัดการเพิ่มจำนวนผู้อยู่อาศัยไม่ให้มากขึ้น จนทำให้สภาพแหล่งน้ำสูญเสียสภาพไปได้

| ความทั่วไปการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล | สาเหตุน้ำท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล | แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร | วิทยาการของพระราชดำริเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร | สรุปการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล |
| การพัฒนาแหล่งน้ำ | การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ | การพัฒนาอนุรักษ์ดิน | การพัฒนาการประมง | การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล |

| สรรพศิลปศาสตราธิราช | สาขาเศรษฐศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม |