๑. ทรงพิจารณาถึงความเหมาะสมเกี่ยวกับสภาพภูมิประเทศ ในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรตามท้องถิ่นต่าง ๆ ในชนบทของทุกภาค เมื่อราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จฯ กราบบังคบทูลรายงานถึงการขาดแคลนน้ำเพื่อการเพาะปลูก จะทรงซักถามข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการน้ำของราษฎรเหล่านั้นอย่างละเอียด เป็นต้นว่าบริเวณที่ต้องการน้ำอยู่ในเขตหมู่บ้านใด สภาพการขาดแคลนน้ำในแต่ละปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เป็นผลเสียกับการเพาะปลูกมากน้อยอย่างไร แล้วบันทึกข้อมูลลงในแผนที่มาตราส่วน ๑ : ๕๐,๐๐๐ ที่ทรงนำไป ต่อจากนั้นจะทรงพิจารณาสภาพภูมิประเทศจากข้อมูลที่แสดงในแผนที่นั้น รวมทั้งข้อมูลจากที่ทรงได้รับจากราษฎร บางครั้งจะทรงใช้ภาพถ่ายทางอากาศประกอบพระราชดำริด้วยว่ามีลู่ทางสามารถจัดทำโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในรูปแบบใด มีขนาดของโครงการที่สมควรดำเนินการช่วยเหลือเป็นโครงการขนาดเล็กหรือใหญ่เพียงใด จึงมีความเหมาะสมกับรายละเอียดสภาพภูมิประเทศแต่ละแห่งนั้น และทุกครั้งจะทรงพิจารณาร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ ที่ตามเสด็จพระราชดำเนิน เพื่อหาลู่ทางในการดำเนินงานให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศเสมอ พร้อมกับทรงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำไปพิจารณาในรายละเอียดต่อไป

๒. ทรงพิจารณาถึงความเหมาะสมเกี่ยวกับสภาพแหล่งน้ำ โดยที่การพิจารณาวางโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ จะต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับสภาพแหล่งน้ำ ร่วมกับสภาพภูมิประเทศและความต้องการของราษฎรด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพิจารณาวางโครงการพัฒนาแหล่งน้ำให้เหมาะสมกับสภาพแลห่งน้ำธรรมชาติตามที่มีในแต่ละท้องถิ่นเสมอ
ในการเสด็จพระราชดำเนินไปยังบริเวณที่ทรงมุ่งหมายจะให้มีการพัฒนาแหล่งน้ำหรือบริเวณที่ราษฎรทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอให้ทรงช่วยเหลือ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินไปยังจุดหมาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกำหนดบริเวณที่จะสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำหรือฝาย ในแผนที่มาตราส่วน ๑ : ๕๐,๐๐๐ ก่อนเสมอ แล้วทรงศึกษา คำนวณ สภาพน้ำของลำห้วย ณ บริเวณนั้น ว่ามีปริมาณน้ำมากหรือน้อยเท่าใดก่อนทุกครั้ง เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับสภาพน้ำในการพิจารณาวางโครงการต่อไป เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปยังบริเวณต่าง ๆ ดังกล่าว ก็จะเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสภาพการไหลของน้ำและขนาดของลำน้ำทุกคราวไป เพื่อประกอบพระราชดำริในการวางโครงการให้เหมาะสมกับสภาพแหล่งน้ำ

๓. ทรงพิจารณาถึงความเหมาะสมในด้านเศรษฐกิจและสังคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงยึดหลักการความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจและสังคม ในการพัฒนาแหล่งน้ำตามภูมิภาคต่าง ๆ เสมอ ซึ่งนอกจากโครงการนั้น ๆ จะมีความเหมาะสมทั้งทางสภาพแหล่งน้ำและสภาพภูมิประเทศที่สามารถจะดำเนินการก่อสร้างได้แล้ว ในขั้นสุดท้ายก็จะทรงพิจารณาถึงค่าลงทุนในการก่อสร้างโครงการด้วย ว่าจะคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ที่คาดว่าราษฎรในท้องถิ่นนั้นจะได้รับมากเพียงพอหรือไม่ หากทรงพิจารณาเห็นว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายมากก็พระราชทานพระราชดำริให้ระงับหรือชะลดการก่อสร้าง หรือให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนำไปวางโครงการอย่างละเอียดให้เหมาะสมเสียก่อน
ในด้านเกี่ยวกับสภาพท้องถิ่นและสังคม ทรงหลีกเลี่ยงการเข้าไปสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับคนกลุ่มหนึ่ง โดยสร้างประโยชน์ให้กับคนอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจเกี่ยวกับการลงทุนนั้นจะมีความเหมาะสมเพียงใดก็ตาม ด้วยเหตุนี้การทำงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำทุกแห่ง จึงพระราชทานพระราชดำริไว้ว่าราษฎรในหมู่บ้านซึ่งได้รับประโยชน์จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน โดยจัดการช่วยเหลือผู้ที่เสียประโยชน์ตามความเหมาะสมที่จะตกลงกันเอง เพื่อให้ทางราชการสามารถเข้าไปใช้ที่ดินทำการก่อสร้างได้ โดยไม่ต้องจัดซื้อที่ดิน ซึ่งเป็นพระบรมราโชบายที่มุ่งหวังให้ราษฎรมีส่วนร่วมกับรัฐบาล และช่วยเหลือเกื้อกูลกันภายในสังคมของตนเอง และมีความหวงแหนที่จะต้องดูแลบำรุงรักษาสิ่งก่อสร้างนั้นต่อไปด้วย

| ความทั่วไปการพัฒนาแหล่งน้ำ | ปัญหาการพัฒนาแหล่งน้ำ | แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำ | ประเภทของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ | หลักและวิธีการดำเนินงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญ | สรุปการพัฒนาแหล่งน้ำ |
| การพัฒนาแหล่งน้ำ | การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ | การพัฒนาอนุรักษ์ดิน | การพัฒนาการประมง | การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล |

| สรรพศิลปศาสตราธิราช | สาขาเศรษฐศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม |