แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำ หรือพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่พระราชทานกับส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องสำหรับใช้เป็นแนวทางปฏิบัติพอสรุปได้ดังนี้

๑. พระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำ ที่พระราชทานให้กับส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการเพื่อช่วยเหลือราษฎรต่อไปนั้น เป็นแต่เพียงพระราชทานเป็นแนวทางให้เจ้าหน้าที่นำไปพิจารณา โดยส่วนราชการที่รับพระราชทานพระราชดำริไป จะต้องพิจารณาศึกษาและวางโครงการโดยละเอียดให้ถูกต้องตามหลักวิชาการเสมอ หากโครงการใดทำการศึกษาโดยละเอียดแล้วปรากฏว่าไม่มีความเหมาะสม เช่น ฐานรากของเขื่อนเก็บกักน้ำไม่ดี ค่าก่อสร้างเขื่อนมีราคาสูงมากจนไม่เหมาะสม หรือบางโครงการที่วางโครงการไว้ในแผนที่มาตราส่วน ๑ : ๕๐,๐๐๐ แล้วมีความเหมาะสม แต่เมื่อได้สำรวจรายละเอียดภูมิประเทศจริง ๆ แล้วปรากฏว่าสภาพภูมิประเทศมีความคลาดเคลื่อนมาก จนไม่สามารถดำเนินการ ก็ให้ส่วนราชการนั้นระงับการก่อสร้างโครงการนั้นได้

๒. พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติซึ่งเป็นหุบเขา มีลักษณะเหมาะสมที่จะสร้างเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และในพื้นที่บริเวณหุบเขาที่จะเป็นอ่างเก็บน้ำนั้น ยังไม่มีราษฎรบุกรุกเข้าไปทำกินหรือมีอยู่ส่วนน้อย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแหล่งน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมชลประทานควรรีบดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งนั้นโดยเร็ว เพราะถ้าหากปล่อยให้ล่าช้าต่อไปจนราษฎรบุกรุกเข้าไปทำกินในพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำดังกล่าวมากแล้วจะก่อสร้างอ่างเก็บน้ำนั้น ๆ ได้ยาก เนื่องจากจะไปทำความเดือดร้อนให้กับราษฎรที่ทำกินอยู่ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ เมื่อมีอ่างเก็บน้ำแล้วถึงแม้ว่ายังไม่มีระบบส่งน้ำ ก็สามารถระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำลงสู่ลำน้ำเดิมให้กับฝายต่าง ๆ ของราษฎรทางตอนล่างจนมีน้ำใช้ทำการเพาะปลูกตลอดปีได้ ในระยะต่อไป เมื่อมีงบประมาณพอ จึงจะสร้างระบบส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำกระจายไปยังพื้นที่เพาะปลูกของราษฎรให้เต็มพื้นที่โครงการตามความเหมาะสมได้

๓. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำประเภทอ่างเก็บน้ำที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ย่อมจะใช้ค่าก่อสร้างสูง ในสภาพที่งบประมาณของประเทศมีอย่างจำกัด ประกอบกับพื้นที่ซึ่งราษฎรขาดแคลนน้ำกินและน้ำใช้เพื่อการเกษตรมีเป็นจำนวนมากทั่วประเทศเช่นนี้ ถ้าหากจะรอก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ดังกล่าว อาจต้องรอเป็นระยะเวลานาน จึงพระราชทานพระราชดำริให้พิจารณาถึงพื้นที่หมู่บ้านยากจนที่ราษฎรขาดแคลนน้ำมากเป็นกรณีพิเศษก่อน ด้วยการพิจารณาก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กซึ่งสามารถก่อสร้างเสร็จในปีเดียว และเสียค่าก่อสร้างไม่มากเกินไปนัก เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ดังกล่าวให้สามารถทำการเพาะปลูกได้ผลิตผลพอกินพอใช้ เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปพลางก่อน

๔. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริขนาดเล็ก หากมีพื้นที่ของราษฎรถูกน้ำท่วมในอ่างเก็บน้ำ หรือต้องใช้ที่ดินของราษฎรเพื่อการก่อสร้าง ราษฎรภายในหมู่บ้านหรือระหว่างหมู่บ้านซึ่งได้รับประโยชน์จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินโดยจัดการช่วยเหลือราษฎรที่เสียประโยชน์ตามความเหมาะสมที่จะตกลงกันเอง เพื่อให้ทางราชการสามารถเข้าไปใช้ที่ดินทำการก่อสร้างได้ดยไม่ต้องจัดซื้อที่ดิน ซึ่งเป็นพระบรมราโชบายที่มุ่งหวังให้ราษฎรมีส่วนร่วมงานกับรัฐบาล และช่วยเหลือเกื้อกูลกันภายในสังคมตนเอง และมีความหวงแหนที่จะต้องดูแลบำรุงรักษาสิ่งก่อสร้างนั้นต่อไปด้วย และในกรณีที่มีปัญหาเรื่องที่ดินซึ่ราษฎรไม่สามารถตกลงกันเองได้ก็มีพระบรมราโชบายให้ระงับหรือชะลอโครงการนั้นไว้ก่อน

๕. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประเภทอ่างเก็บน้ำที่จะต้องส่งน้ำให้กับพื้นที่เพาะปลูกเป็นจำนวนมากและส่งน้ำให้กับกิจการอื่น ๆ ถ้าสภาพภูมิประเทศมีความเหมาะสมที่จะทำการสร้างอ่างเก็บน้ำ โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้ว ก็ควรพิจารณาก่อสร้างอ่างเก็บน้ำดังกล่าวให้เก็บกักน้ำได้เต็มที่ จนสามารถรับน้ำทั้งหมดที่จะเกิดจากพื้นที่ลุ่มน้ำเหนืออ่างได้ เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

๖. บริเวณต้นน้ำลำธารของลุ่มน้ำต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลำธารที่มีน้ำไหลตลอดปี ควรพิจารณาสร้างฝายเก็บกักน้ำต้นน้ำลำธารไว้เป็นชั้น ๆ ตามความเหมาะสม แล้วต่อท่อชักน้ำจากเหนือฝายต่าง ๆ ซึ่งท่อชักน้ำนี้ควรใช้วัสดุในท้องถิ่น เช่น ไม้ไผ่ และเจาะรูให้น้ำไหลได้ตลอดหรือขุดร่องน้ำรับน้ำจากเหนือฝาย เพื่อกระจายน้ำจากฝายต่าง ๆ ให้กับพื้นที่ป่าไม้บริเวณสองฝั่งลำน้ำลำธารนั้น ๆ ทำให้พื้นดินสองฝั่งลำน้ำลำธารมีความชุ่มชื้น และป่าไม้เจริญงอกงามแลเขียวชอุ่มตลอดปี เนื่องจากได้รับน้ำจากฝายต่าง ๆ หล่อเลี้ยง และแนวป่าไม้ที่ชุ่มชื้นและเขียวชอุ่มตลอดปีดังกล่าวนี้ จะช่วยในการป้องกันไฟป่าในระยะฤดูแล้งได้เป็นอย่างดีด้วย ซึ่งทรงเรียกลักษณะป่าเช่นนี้ว่า "ป่าเปียกสำหรับป้องกันไฟ" และหากได้ดำเนินการตามพระบรมราโชบายดังกล่าวนี้แล้ว ป่าไม้บริเวณต้นน้ำลำธารของลุ่มน้ำต่าง ๆ จะมีป่าเปียกสำหรับป้องกันไฟเป็นแนว ๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปอันจะช่วยสนับสนุนโครงการอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำลำธารให้ได้ผลสมบูรณ์ต่อไป

๗. อ่างเก็บน้ำหรือฝายทดน้ำแห่งใดที่ก่อสร้างขึ้นตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หากมีลักษณะเหมาะสมที่จะผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ควรพิจารณาติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก เพื่อผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับราษฎรหมู่บ้านชนบทใกล้เคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมู่บ้านชนบทในถิ่นทุรกันดารที่อยู่ในป่าเขาห่างไกลกับเขตชุมชน ซึ่งหากจะต่อไฟฟ้าเข้าไปตามระบบปกติจะมีค่าใช้จ่ายสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ที่จะใช้ไฟฟ้าดังกล่าว แต่การติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กจะมีความเหมาะสมสำหรับให้แสงสว่างกับหมู่บ้านราษฎรในท้องที่ชุมชนนั้น รวมทั้งเพื่อกิจการอุตสาหกรรมในหมู่บ้าน เช่น ใช้กับโรงสีข้าวขนาดเล็กในหมู่บ้านเป็นต้น

| ความทั่วไปการพัฒนาแหล่งน้ำ | ปัญหาการพัฒนาแหล่งน้ำ | แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำ | ประเภทของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ | หลักและวิธีการดำเนินงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญ | สรุปการพัฒนาแหล่งน้ำ |
| การพัฒนาแหล่งน้ำ | การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ | การพัฒนาอนุรักษ์ดิน | การพัฒนาการประมง | การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล |

| สรรพศิลปศาสตราธิราช | สาขาเศรษฐศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม |