ทรงทดลองเลี้ยงโคนม

เมื่อพุทธศักราช 2503 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกระชับสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในกิจการด้านเลี้ยงปศุสัตว์ด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระราชหฤทัยในกิจการเลี้ยงโคนมเป็นพิเศษ เนื่องด้วยทรงตระหนักว่า อาหารนม มีคุณค่าสูงต่อความเจริญเติบโตของร่างกายมนุษย์ ดังที่ทราบกันว่า พลเมืองของยุโรปซึ่งดื่มนมเป็นอาหารหลัก มีร่างกายใหญ่โตและมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีสายพระเนตรยาวไกล จึงเสด็จไปทอดพระเนตรกิจการฟาร์มโคนม และกิจการผลิตอาหารจากนมหลายแห่งในประเทศเดนมาร์ค

ในครั้งนั้น รัฐบาลและองค์การเกษตรกรรมของเดนมาร์ก ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมในประเทศไทยโดยจัดตั้งฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ก ขึ้นที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ฝ่ายไทยเป็นผู้จัดหาสถานที่และก่อสร้างอาคารปฏิบัติงาน ฝ่ายเดนมาร์กช่วยเหลือด้านการเงินการจัดหาโคพันธุ์ ส่งผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการและจัดการฝึกอบรมเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ของไทยให้มีความรู้ความชำนาญ

กิจการฟาร์มโคนม ด้วยเดชะพระบารมีนี้ เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อพุทธศักราช 2504 ในขณะนั้น กิจการดังกล่าวนับเป็นของใหม่ทันสมัยมากของประเทศไทย จึงได้รับความสนใจและก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ผลิตผลจากฟาร์มโคนมแห่งนี้ก็ได้ความนิยมจากประชาชนมาก นับแต่นั้นมากิจการเลี้ยงโคนม และการบริโภคอาหารนมก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังมีพระราชประสงค์จะทรงส่งเสริมอาชีพเลี้ยงโคนมแบบพื้นบ้านแก่เกษตรไทย พร้อมไปกับการส่งเสริมสุขภาพอนามัยของประชาชนชาวไทย และการสงวนเงินตราต่างประเทศในการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์อาหารนมจากต่างประเทศด้วย จึงทรงริเริ่มทดลองเลี้ยงโคนมในบริเวณสวนจิตรลดา เพื่อทรงศึกษาหาวิธีการเลี้ยงโคนมและการผลิตการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากนม ที่เหมาะสมแก่เกษตรกรในภูมิภาคต่าง ๆ ของไทยจะได้มาศึกษาและนำไปเป็นแบบอย่างปฏิบัติในครอบครัวของตนต่อไป

โครงการทดลองเลี้ยงโคนมในสวนจิตรลดา ได้เริ่มขึ้นเมื่อกรมปศุสัตว์และบริษัท เอสอาร์ จำกัด น้อมเกล้าฯ ถวายโคพันธุ์ 6 ตัว เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2504 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดให้นำโคพันธุ์เหล่านี้ไปเลี้ยงในสวนจิตรลดา โปรดให้ปลูกหญ้าและพืชไว้เป็นอาหารเลี้ยงโค เป็นการเลี้ยงแบบประหยัดเหมาะสำหรับครอบครัวเกษตรกรไทยในชนบทจะนำไปเป็นแบบอย่าง

ต่อมา เมื่อโคนมตกลูกแล้ว โปรดให้รีดนมโค ใช้เลี้ยงลูกโคส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งนำออกจำหน่ายในหมู่ข้าราชบริพาร ภายหลังเมื่อมีนมเพิ่มขึ้นจึงขยายการจำหน่ายออกสู่ภายนอก และปรับปรุงวิธีการผลิตการบรรจุ และการจัดส่งให้ถึงลูกค้ารวดเร็วขึ้น ตลอดจนผลิตนมผงและนมเม็ดออกจำหน่ายด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้โปรดให้ปรับปรุง ติดตามผล และจัดทำรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งในการเลี้ยงโค การปลูกหญ้าให้งามและมีพอเลี้ยงโคตลอดปีการผลิตอาหารนม การจัดจำหน่าย การขยายกิจการ การลงทุนและรายได้ ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเกษตรกรในชนบทจะนำไปใช้ปฏิบัติให้ได้ผลดีต่อไป ซึ่งนับแต่ พ.ศ. 2504 จนถึงปัจจุบัน ได้ปรากฎผลเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า นอกเหนือจากการทำเกษตรกรรมเพาะปลูกพืชพันธุ์ในไร่นา กิจการเลี้ยงโคนมเป็นอีกอาชีพหนึ่ง ซึ่งอำนวยแก่เกษตรกรที่ใฝ่ใจเรียนรู้วิธีการที่ถูกต้องและรู้จักพัฒนาการดำเนินงานให้เหมาะสม ทั้งนี้ ก็ด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมปวงประชาชาวไทย

โครงการทดลองเลี้ยงโคนมในสวนจิตรลดา จึงเป็นพระมหากรุณาธิคุณเกื้อกูลเกษตรกรไทยให้สามารถพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมและพัฒนาเศรษฐกิจ ของชาติด้วย

| การพัฒนาและอนุรักษ์ดิน | การพัฒนาแหล่งน้ำ | โครงการธนาคารข้าว | การพัฒนาการประมง | การพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ |
โครงการธนาคารโค-กระบือ | โครงการฝนหลวง | โครงการหลวง | การพัฒนาระบบสหกรณ์ |

| สรรพศิลปศาสตราธิราช | สาขาส่งเสริมการเกษตร |