ดำเนินการโดยแผนกห้องแล็ปส่วนจัดหาน้ำมัน บริษัทบางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อสนับสนุนการใช้แอลกอฮอล์ผสมในน้ำมัน เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
๒. เพื่อหาอัตราส่วนการผสม แอลกอฮอล์ในน้ำมันเบนซินธรรมดา ไร้สารตะกั่ว
๓. เพื่อหาเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ต่ำที่สุด ที่ จะใช้ในการผสมในน้ำมันเบนซินธรรมดา ไร้สารตะกั่ว
แนวทางการศึกษา
๑. ใช้น้ำมันเบนซินธรรมดาไร้สารตะกั่ว ที่มีค่าออกเทนไม่น้อยกว่า ๙๒ และมีคุณภาพตามมาตรฐานของกระทรวงพาณิชย์กำหนด
๒. ผสมแอลกอฮอล์ที่อัตราส่วนการผสมต่างกัน คือ ๕%, ๘%, ๑๐%, ๑๓%, ๑๕%, ๑๘%, และ ๒๐% ตามลำดับ โดยให้เปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ของแอลกอฮอล์คงที่
๓. ผสมเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ต่างกัน คือ ๙๓%, ๙๔.๕%, ๙๕%, ๙๖%, และ ๙๗% โดยดูผลเกี่ยวกับการแยกตัวของน้ำออกจากแก๊สโซฮอล์
๔. ใช้มาตรฐานของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม (มอก. ๙๙๐-๒๕๓๓) เป็นเกณฑ์พิจารณาแก๊สโซฮอล์

ผลการศึกษา
๑. ผสมแอลกอฮอล์ที่อัตราส่วนต่าง ๆ กันในน้ำมันเบนซินธรรมดาไร้สารตะกั่ว โดยใช้เปอร์เซ็นต์ ความบริสุทธิ์ของแอลกอฮอล์คงที่
ตารางการผสมตารางที่
๒. เปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ ของแอลกอฮอล์ที่แตกต่างกันจะมีผลต่อ การแยกตัวของน้ำในแก๊สโซฮอล์
ตารางการเปรียบเทียบ
๓. ได้ทดสอบคุณลักษณะการกัดกร่อนแผ่นทองแดง ที่อุณหภูมิ ๕๐ องศาเซลเซียส นาน ๓ ชั่วโมง ของแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ๙๔ % แล้วพบว่า ผลการวิเคราะห์ที่ได้ ไม่กัดแผ่นทองแดงอ้างอิงเบอร์ ๑ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ขณะเดียวกัน น้ำมันเบนซินธรรมดาไร้สารตะกั่ว ให้ผลการวิเคราะห์ไม่กัดแผ่นทองแดงอ้างอิงเบอร์ ๑ เช่นกัน จึงไม่มีปัญหาต่อคุณภาพของน้ำมัน
๔. ในระหว่างการทดลองจริงกับเครื่องยนต์ ได้เกิดปัญหาสนิม และออกไซด์ของโลหะขึ้นในถังน้ำมัน ทำให้ไส้กรองอุดตัน
๕. เมื่อวิเคราะห์คุณภาพตัวอย่างน้ำมันเบนซินธรรมดาไร้สารตะกั่ว และแก๊สโซฮอล์แล้วพบว่า มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานกระทรวงพาณิชย์และ มอก. ๙๙๐-๒๕๓๓

สรุปผลการศึกษาวิจัยในห้องปฎิบัติการ
จากผลการศึกษาทดลองใช้แอลกอฮอล์ ผสมกับน้ำมันเบนซินธรรมดาไร้สารตะกั่ว แล้วสรุปได้ดังนี้
๑. เปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ใช้ จะต้องไม่น้อยกว่า ๙๕% เพื่อป้องกันปัญหาการเกิดการแยกตัวของน้ำ (FREE WATER) ในแก๊สโซฮอล์ซึ่งจะมีผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์
๒. อัตราส่วนของแอลกอฮอล์ที่ใช้สำหรับผสมในเบนซินธรรมดาไร้สารตะกั่ว จะอยู่ที่อัตราส่วนผสมไม่เกิน ๑๓% เพราะการผสมแอลกอฮอล์มากเกินไปจะทำให้มีปริมาณของน้ำในแก๊สโซฮอล์เกินกว่า ๐.๗% โดยน้ำหนัก และอาจจะมีผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์ได้
๓. ในกรณีที่ต้องการใช้อัตราส่วนของแอลกอฮอล์มากกว่า ๑๓% ความบริสุทธิ์ของแอลกอฮอล์ต้องเพิ่มขึ้นมากกว่า ๙๗% ซึ่งอาจจะต้องใช้ต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งผลการทดลองพิจารณาได้จากตารางที่ ๕
๔. ในระหว่างการทดลองจริงกับเครื่องยนต์ ได้พบปัญหาการเกิดสนิมและออกไซค์ของโลหะในถังน้ำมัน ทำให้เกิดการอุดตันของไส้กรองน้ำมันและเครื่องยนต์ดับ ซึ่งสาเหตุนั้นเกิดจากสิ่งเจือปนในแอลกอฮอล์ที่ผลิตได้ เช่น เมทานอล จะก่อให้เกิดปัญหาเรื่องสนิม เป็นต้น สำหรับวิธีการป้องกันอาจจะเติม CORROSION INHIBITOR เข้าไปด้วยก็ได้ ในอัตรา ๑๕-๒๐ มิลลิกรัม ต่อลิตร CORROSION INHIBITOR จะเป็นสารเคมีประเภทกรดอินทรีย์และ AMINES
๕. การใช้แก๊สโซฮอล์ในเครื่องยนต์เบนซิน จะต้องหมั่นดูแลน้ำมันเครื่องเพิ่มขึ้น เพราะน้ำมันเครื่องจะใสเร็วกว่าปกติ เนื่องจากแก๊สโซฮอล์บางส่วนที่เผาไหม้ไม่หมด จะถูกชะล้างไปรวมกับน้ำมันหล่อลื่น
๖. การใช้แก๊สโซฮอล์ ในสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอื่น ๆ จะพบปัญหา
- การแยกตัวของน้ำ PHASE SEPARATION
- ความสกปรก สนิม สเกล หรือตะกอนอื่น ๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดการอุดตันของระบบน้ำมัน
- การเสื่อมสภาพของ ELASTOMER ในระบบเชื้อเพลิง