ในช่วงเวลาใกล้ ๆ กับการตั้งโครงการหลวง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ใช้ทุนทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างงานเกษตรขึ้นในบริเวณสวนจิตรลดา
โดยเริ่มจากงานทางด้านการประมง
ปศุสัตว์ พืชไร่ขึ้นก่อน จนกระทั่งปี พ.ศ.
๒๕๒๘ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาได้ก่อตั้งห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการเก็บรักษาพันธุ์พืช
และสามารถขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว ทำให้สามารถขยายพันธุ์พันธุ์
ต้นไม้ในโครงการที่ปลูกไว้ในเขตพระราชฐานมาช้านานที่เป็นพืชพันธุ์ดี
และหากยาก เช่น สมอไทย ขนุน
พุดสวน ยี่หุบ มณฑา
และขนุนไพศาลทักษิณ
สำหรับขนุนไพศาลทักษิณนี้
มีประวัติความเป็นมายาวนานอย่างน่าอัศจรรย์
คือ เริ่มจากเจ้าจอมมารดาเที่ยง ในรัชกาลที่
๔ ซึ่งเป็นธิดาพระยามอัพภันตริกามาตย์
(ดิศ โรจนดิศ) และเป็นพี่สาวร่วมมารดาเดียวกับเจ้าจอมมารดาชุ่ม
ซึ่งเป็นพระมารดาของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
เจ้าจอมมารดาเที่ยง รับราชการเป็นบาทบริจาริกาพระสนมเอก
ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๔ มีพระราชโอรสและพระราชธิดา
ถึง ๑๐ พระองค์ พระราชธิดาพระองค์สุดท้ายทรงพระนาม
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงพวงสร้อยสอางค์
(ชาววังขานพระนามว่า "เสด็จพระองค์สร้อย")

เกรียงไกร วิศวามิตร์
ได้บันทึกไว้ว่า "หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศสมัย
ดิศกุล พระธิดาสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ประธานเล่าให้ฟังว่า คุณย่าเที่ยงได้รับพันธุ์ต้นขนุนต้นนี้มาจากญาติ
จึงได้นำความกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตปลูกไว้ภายนอกองค์พระที่นั่งไพศาลทักษิณ
ด้านตะวันตกระหว่างมุมกำแพงหน้าหอพระธาตุมณเฑียร
คุณย่าเที่ยงได้ทำนุบำรุงรดน้ำพรวนดินตลอดมา
เมื่อใดมีพระราชพิธีกาลานุกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงทักษิโณฑกแล้ว คูณย่าเที่ยงจะเชิญน้ำจากพระเต้าทักษิโณฑกมาจำเริญใต้ต้นขนุนนี้เป็นประจำมิได้ขาด
และเมื่อคุณพนักงานหอเฝ้าลาเครื่องสังเวยพระสยามเทวาธิราชแล้ว
จะนำน้ำจากเครื่องสังเวยมาจำเริญใต้ต้นขนุนนี้เช่นกัน
ด้วยบุญญานุภาพที่ต้นขนุนต้นนี้ได้รับน้ำจากพระเต้าทักษิโณฑก
และน้ำดื่มจากเครื่องสังเวยพระสยามเทวาธิราช
อันเปรียบเสมือนน้ำพุทธมนต์ และน้ำเทพมนต์คอยพิทักษ์ปกป้องคุ้มครองอันตรายเจริญงอกงามยืนต้นแข็งแรงมาจนถึงปัจจุบัน
ดังรับสั่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงพวงสร้อยสอางค์
ตรัสกับหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล ว่า ต้นขนุนนี้
แม่เป็นคนปลูกมีอายุยืนจริง"

ขนุนไพศาลทักษิต้นนี้ มีอายุยืนยาวมา
๖ รัชกาล นานถึง ๑๕๐ ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้
โครงการการพัฒนาเทคโนโลยีการเก็บรักษาพันธุ์พืชเอกลักษณ์โดยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยือ
ร่วมกับภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศึกษาการขยายพันธุ์ขนุนต้นนี้ด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
หลังจากประสบความสำเร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๙
แล้ว ได้มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนหลายแห่งช่วยกันขยายเพิ่มปริมาณ
ประชาชนทั่วไปได้รับพระราชทานไปปลูกจนเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังได้พระราชทานพระราชดำริให้ศึกษาวิจัยขยายพันธุ์หวายโดยวิธีเพาะเลี้ยง
เนื้อเยื่อ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมพันธุ์
ศึกษาการเจริญเติบโต เพราะหวายเป็นพืชที่หายากขึ้นทุกที
ดังนั้นจึงมีค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อเป็นแนวทางที่จะนำไปสู่การสร้างสวนป่าหวายในอนาคต
โดยปลูกรวบรวมไว้ที่จังหวัดตรัง

การสร้างสวนพืชสมุนไพร
เพื่อรวบรวมพันธุ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๙ ศึกษาถึงพันธุ์
การขยายพันธุ์ ประโยชน์ทางด้านเภสัช
การสร้างโรงเห็ด ได้มีการจัดสร้างโรงเห็ดขึ้น
โดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นวัตถุดิบ
เช่น เห็ดฟาง เห็ดหูหนู เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม
เห็ดเป๋าฮื้อ รวมทั้งเห็ดหลินจือ นอกจากนี้ยังมีการนำเอาวัสดุเหลือใช้จากการเพาะเห็ดมาทำปุ๋ยอินทรีย์อีกด้วย
โครงการส่วนพระองค์ เปรียบเสมือนตัวอย่างในการเรียนรู้
การศึกษาดูงานสำหรับเกษตรกร ซึ่งเป็นแบบอย่างในการดำเนินโครงการ
และเพื่อการศึกษาสำหรับนิสิต นักศึกษา นักเรียน
และผู้สนใจ ผลของการทดลองในโครงการต่าง
ๆ ในสวนจิตรลดา ได้ขยายผลไปยังพื้นที่ในความรับผิดชอบของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั่วประเทศ
|