พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้มีการค้นคว้าด้านการผลิต ตลอดจนการดำเนินการผลิตน้ำมันจากพืชชนิดต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจึงทรงโปรดให้มีการจัดตั้งโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก และโครงการพืชน้ำมันอุตสสาหกรรมขึ้น
โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก
ในระยะเริ่มแรกของการปลูกปาล์มน้ำมัน มีการปลูกกันมากในภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป เกษตรกรที่ยึดอาชีพปลูกปาล์มน้ำมันมักประสบปัญหาสำคัญในเรื่องของการขนส่งผลปาล์มสดไปขายให้โรงงานบีบน้ำมันปาล์ม ซึ่งในขณะนั้นมีโรงงานบีบน้ำมันปาล์มขนาดใหญ่อยู่ที่จังหวัดกระบี่เพียงแห่งเดียว เกษตรกรรายย่อยที่มีสวนปาล์มขนาดเล็กอยู่กระจัดกระจายจำเป็นต้องขนส่งผลปาล์มสดไประยะทางไกล ๆ การขนส่งผลปาล์มทั้งทะลายทำได้ครั้งละไม่มาก ทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูง วัตถุดิบเสื่อม คุณภาพและสูญเสียน้ำหนัก เป็นเหตุให้เกษตรกรมีรายได้ลดลง นอกจากนี้ยังประสบปัญหาอื่นอีกมาก

ผลปาล์มสดเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรม น้ำมันพืชที่แตกต่างจากพืชน้ำมันชนิดอื่น คือ ภายหลังการเก็บเกี่ยวทะลายปาล์มแล้ว น้ำมันในผลปาล์มมีการเปลี่ยนแปลงเกิดกรดไขมันอิสระขึ้นได้รวดเร็วมาก เมื่อน้ำมันที่ได้ไปผ่านกรรมวิธีทำให้บริสุทธิ์เพื่อใช้เป็นน้ำมันบริโภค หรือเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องประเภทต่าง ๆ จะได้ผลผลิตน้ำมันลดลง จำเป็นต้องแปรรูปผลปาล์มโดยเร็วที่สุดภายใน ๒๔ ชั่วโมง
ในคราวที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปภาคใต้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงศึกษาในเรื่องที่เกี่ยวกับน้ำมันปาล์ม ทรงรับทราบปัญหาจากที่ทรงพบด้วยพระองค์เอง ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและความห่วงใยต่อเกษตรกรสวนปาล์มรายย่อย จึงได้มีแนวพระราชดำริให้จัดทำโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มขนาดเล็กที่ใช้เงินลงทุนต่ำขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ เพื่อทำการศึกษาวิจัยให้ได้โรงงานต้นแบบสำหรับเกษตรกรรายย่อยสามารถดำเนินการเองได้ตามลำพังในระดับหมู่บ้าน โดยมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์รับไปดำเนินการ ทุกปีที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ จะทรงติดตามความคืบหน้าของโครงการอย่างใกล้ชิดและมีพระราชดำริเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการอยู่ตลอดเวลา ทรงเน้นให้มีการศึกษาวิจัยในลักษณะการผลิตที่ครบวงจร เมื่อบีบน้ำมันออกแล้ว หาวิธีใช้ประโยชน์จากกากและส่วนเหลืออื่น ๆ ต่อไปอีก เช่น กากใช้ทำอาหารสัตว์ และเชื้อเพลิง ทะลายเปล่าให้ทำปุ๋ยหรือเพาะเห็ดแยกส่วนสเตียรินไปทำสบู่เนยขาว และเนยเทียม ผลิตภัณฑ์แปรรูปสามารถจำหน่ายได้ส่วนผลิตผลพลอยได้นำมาใช้ภายในท้องถิ่นนั้น ดังนี้นนอกจากโครงการช่วยแก้ปัญหาแล้วยังก่อให้เกิดความร่วมมือในหมู่เกษตรกรทำให้สามารถดำเนินการเองได้ และประโยชน์ที่เห็นได้ชัดคือ ช่วยส่งเสริมการใช้แรงงานภายในท้องถิ่น เป็นการยกระดับการครองชีพให้ดีขึ้นด้วย
ขั้นแรกของโครงการได้พัฒนาต้นแบบโรงงานบีบน้ำมันปาล์มด้วยแรงคนขนาดผลิตน้ำมันได้ ๑ ตันทะลายต่อวัน แต่เมื่อนำไปทดลองที่สหกรณ์นิคมอ่าวลึกที่จังหวัดกระบี่ปรากฎว่ามีกำลังผลิตไม่เพียงพอกับปริมาณผลปาล์มสดที่กลุ่มเกษตรกรผลิตได้ ต้องขยายเป็นขนาดที่เหมาะสมคือ ๖ ตัน ได้มีการปรับปรุงแก้ไขเครื่องจักรและกระบวนการผลิตหลายครั้ง จนในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้พัฒนากระบวนการผลิตด้วยวิธีทอดผลปาล์มภายใต้สภาพสูญญากาศขนาดกำลังผลิต ๕ ถึง ๗ ตันทะลายได้สำเร็จ และสามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ การใช้กระบวนการทอดผลปาล์มภายใต้สภาพสูญญากาศ สามารถรองรับผลิผลิตปาล์มน้ำมันได้ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ไร่ และก่อให้เกิดการพัฒนากรรมวิธีการทำน้ำมันปาล์มให้บริสุทธิ์ด้วยวิธีกายภาพได้สำเร็จในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ และได้คิดค้นเครื่องแยกปาล์มออกจากทะลายปาล์มสด

ในปี พ.ศ. ๒๕๓๖-๒๕๓๗ ได้มีการจัดสร้างโรงงานฝึกสกัดและกลั่นน้ำมันปาล์มขึ้น ๓ แห่ง คือ ที่วิทยาลัยเกษตรกรรมกระบี่ ตรัง และสุราษฎร์ธานี อันได้ใช้เป็นแหล่ง่ถายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปน้ำมันปาล์มครบวงจรแก่เกษตรกรสวนปาล์มในภาคใต้ที่สำคัญ ได้แก่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาสมีเป้าหมายในด้านการวิจัยดินพรุ ปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจที่ได้มีการทดลองนำมาปลูกและได้ผลผลิตสูงจึงเป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดครอบครัวแบบครบวงจรในเรื่องของปาล์มน้ำมันสามารถสร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มด้วยเครื่องบีบเกลียวอัด ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮโดรลิกและผลิตน้ำมันปาล์มให้บริสุทธิ์ได้ พร้อมทั้งผลิตสบู่จากไขสบู่และผลิตเนยเทียมจากไขสเตียรินได้สำเร็จในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ทั้งนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สายามบรมราชกุมารีทรงเสด็จทอดพระเนตรโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มของสหกรณ์นิคมทั้ง ๒ แห่ง
ในปัจจุบันอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มเป็นอุตสาหกรรมเกษตรที่สำคัญ เพราะนอกจากใช้น้ำมันปาล์มปรุงอาหารแล้ว ยังมีอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ต้องการใช้น้ำมันปาล์มเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหาร ได้แก่ อุตสาหกรรมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นมข้น ไอศกรีม ช็อคโกแลต และอาหารขบเคี้ยวนานาชนิด ส่วนทางด้านอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์ เครื่องสำอาง สบู่ และอุตสาหกรรมผลิตโอลิโอเคมิคอล เป็นต้น ทำให้มีการขยายทั้งพื้นที่เพาะปลูก ตลอดจนมีการปรับปรุงเทคโนโลยีด้านการปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของอุตสาหกรรมต่อเนื่องเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต
โครงการลินสีดในโครงการพืชน้ำมันอุตสาหกรรม

ต้นลินสีด
โครงการที่ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำมันอีกโครงการหนึ่ง ได้แก่ โครงการพืชน้ำมันอุตสาหกรรมของโครงการหลวง โดยพืชที่นำมาทดลองปลูก ได้แก่ ทานตะวัน เรปสีด ถั่วบางชนิด และลินสีด ซึ่งล้วนเป็นน้ำมันที่มีคุณภาาพดีเหมาะสำหรับบริโภคหรือเพื่อใช้ประโยชน์ด้านอื่น
โครงการพืชน้ำมันลินสีด ได้นำพันธุ์มาจากประเทศเบลเยี่ยมและแคนาดา มีทั้งพันธุ์ที่ให้เมล็ดเพื่อบีบน้ำมันและพันธุ์ที่ให้เส้นใยลินิน ทดลองปลูกที่ดอยอ่างขาง ดอยอินทนนท์ และที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้

เมล็ดลินสีดมีน้ำมันสูงร้อยละ ๓๗-๔๒ น้ำมันลินสีดมีสมบัติแห้งได้เร็ว (drying oil) และไม่คงตัวเมื่อเก็บรักษาไว้จึงไม่นิยมใช้บริโภค แต่มีประโยชน์มากในด้านใช้ทำโพลีเรซิน สำหรับผสมสีน้ำมันทาไม้หรือผนังได้ ทำสีพ่นรถยนต์และสารเคลือบได้ นอกจากนี้สามารถนำไปทำหมึกพิมพ์ ได้ทดลองใช้พิมพ์ธนบัตรที่โรงพิมพ์ธนบัตรแห่งประเทศไทยเปรียบเทียบกับของที่สั่งซื้อจากต่างประเทศ ปรากฎว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โครงการปลูกพืชลินินได้มีการศึกษาอย่างจริงจังสืบเนื่องมาเป็นระยะเวลาเกือบสิบปีจนถึงปัจจุบันโดยอาจารย์ประจำภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร ซึ่งช่วยวิจัยในด้านการบีบน้ำมันไปใช้ประโยชน์ ส่วนในด้านเส้นใยได้ร่วมมือกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ภายใต้มูลนิธิโครงการหลวง ถึงขั้นมีโรงงานตีแยกเส้นใยลินิน จัดฝึกอบรมการปั่นด้าย และทอผ้าลินิน

โครงการปลูกพืชกลุ่มมะกอกเพื่อการผลิตน้ำมัน
โครงการนี้เป็นโครงการวิจัยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดำเนินการวิจัยโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สืบเนื่องจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ทรงสนพระทัยและทรงชี้แนะให้มหาวิทยาลัยศึกษาเกี่ยวกับมะกอกไทย เพื่อการผลิตน้ำมันเช่นเดียวกับที่มีการผลิตน้ำมันโอลีฟจากผลมะกอกฝรั่ง (olive) ของประเทศในย่านเมดิเตอเรเนียน อันได้แก่ สเปน อิตาลี กรีซ ตุรกี และตูนิเซีย เมื่อขยายการทดลองปลูกได้ผลผลิตเพียงพอสำหรับป้อนโรงงานนี้ย่อมจะนำไปสู่อุตสาหกรรมผลิตน้ำมันในอนาคต มะกอกฝรั่งมีน้ำมันอยู่ในส่วนเนื้อร้อยละ ๖-๒๕ ของน้ำหนักสด น้ำมันมะกอกมีคุณภาพดีในทางโภชนาการ มีกรดไขมันโอเลอิกสูงร้อยละ ๕๓-๘๖ และน้ำมันมีสารกันหืนธรรมชาติอยู่ด้วย ทำให้มีความคงตัวแม้จะนำไปใช้ทอดอาหารที่อุณหภูมิสูงเป็นน้ำมันที่นิยมใช้ปรุงอาหาร ทำน้ำสลัด และใช้ในการถนอมอาหาร และยังใช้ในอุตสาหกรรมสบู่ สิ่งทอ เครื่องสำอาง และยารักษาโรค พบว่าน้ำมันมะกอกมีบทบาทสำคัญในการลดโคเลสเตอรอลในเส้นเลือดช่วยป้องกันการอุดตันของเส้นเลือด

ผลการดำเนินงานทำให้เกิดการรวบรวมข้อมูลและรวบรวมพันธุ์มะกอกไทย คือ มะเกิ้ม สมอจีน มะกอกน้ำ มะกอกหวาน มะกอกป่า ตลอดจนมะกอกพันธุ์จากต่างประเทศ พันธุ์ไทยนำไปทดลองปลูกที่สถานีวิจัยปากช่องและที่เพชรบูรณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มะกอกฝรั่งนำไปทดลองปลูกที่สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือโดยกรมวิชาการเกษตร พร้อมทั้งวิเคราะห์หาปริมาณน้ำมันและองค์ประกอบทางเคมีในแต่ละส่วน เนื่องจากมะกอกน้ำเป็นพืชต่างวงศืจากมะกอกฝรั่ง พบว่ามีปริมาณน้ำมันในส่วนเนื้อและกรดโอเลอิกต่ำกว่ามะกอกฝรั้งแต่เนื้อในเมล็ดมีน้ำมันสูงจากผลการรวบรวมพันธุ์พบพันธุ์มะกอกป่าที่อยู่ในวงค์เดียวกันกับมะกอกฝรั่งที่น่าสนใจศึกษาต่อไป

โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา|โรงงานอาหารสำเร็จรูป|โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อุตสาหกรรมเกษตรอันเนื่องมาจาก พระปรีชาญาณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


| สรรพศิลปศาสตราธิราช | สาขาอุตสาหกรรมเกษตร