พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส เนื่องในการพระราชทานรางวัลประกวดพันธุ์ข้าวและแข่งขันใช้เคียวเกี่ยวข้าวในวันพระราชพิธีพืชมงคล
วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๔๙๘ มีใจความตอนหนึ่งว่า
"ข้าพเจ้ามีความยินดีที่จะได้มอบรางวัล ให้แก่ผู้ชนะการประกวดพันธุ์ข้าวทั่วประเทศ
ปี ๒๔๙๘ และผู้ชนะการแข่งขันใช้เคียวเกี่ยว ของบางจังหวัดในภาคใต้ เพราะว่าข้าวนอกจากจะเป็นอาหารประจำวันของประชาชนชาวไทยแล้ว
ยังเป็นสินค้าออกอันดับที่หนึ่งของประเทศไทยอีกด้วย ทั้งขณะนี้ชาวนาในหลายประเทศต่างก็หันมาแข่งขันการบำรุงส่งเสริมพันธุ์ข้าวทีดีเพื่อแย่งกันขายในตลาดโลก
การที่กระทรวงเกษตรได้จัดให้มีการประกวดพันธุ์ข้าวดังกล่าวขึ้นเป็นประจำปี
และโดยเฉพาะปีนี้ก็ได้จัดให้มีการแข่งการใช้เคียวเกี่ยวข้าวทางจังหวัดภาคใต้อีกด้วย
จึงนับว่าได้ดำเนินนโยบายที่จะส่งเสริมและชักจูงกสิกรไทย ให้สนใจในเรื่องพันธุ์
ข้าวตลอดจนวิธีการเก็บเกี่ยว อันจะเป็นประโยชน์ยิ่งต่อไปในภายหน้า"
ธนาคารข้าว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนับสนุนให้มีการจัดตั้งธนาคารข้าวขึ้นตั้งแต่
ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยง
ในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ได้พระราชทานข้าวเปลือกจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ใหญ่บ้านหลายหมู่บ้าน
เพื่อให้เป็นทุนเริ่มกิจการธนาคารข้าวได้พระราชทานแนวทางดำเนินงานไว้อย่างละเอียดดังบันทึกต่อไปนี้
"ให้มีคณะกรรมการควบคุม ที่คัดเลือกจากราษฎรในหมู่บ้าน เป็นผู้เก็บรักษาพิจารณาจำนวนข้าวที่จะให้ยืมและรับข้าวคืน
ตลอดจนจัดทำบัญชีทำการของธนาคารข้าว ราษฎรที่ต้องการข้าวไปใช้บริโภคในยามจำเป็น
ให้คงบัญชียืมข้าวไปใช้จำนวนหนึ่งเมื่อสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้แล้ว ก็นมาคืนธนาคาร
พร้อมด้วยดอกเบี้ย (ข้าว) จำนวนเล็กน้อยตามแต่ตกลงกัน ซึ่งข้าวซึ่งเป็นดอกเบี้ยดังกล่าวก็จะเก็บรวมไว้ในธนาคาร
และถือเป็นสมบัติของส่วนรวมราษฎรต้องร่วมมือกันสร้างยุ้งที่แข็งแรง ทั้งนี้หากปฏิบัติตามหลักการที่วางไว้
จำนวนข้าวที่หมุนเวียนในธนาคารจะไม่มีวันหมด แต่จะค่อย ๆ เพิ่มจำนวนขึ้น
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหว่านข้าว และเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรแปลงนา
ทดลองสวนจิตรลดา และจะมีข้าวสำหรับบริโภคตลอดไปจนถึงลูกหลานในที่สุดธนาคารข้าวก็จะเป็นแหล่งที่รักษาผลประโยชน์ของราษฎรในหมู่บ้าน
และเป็นแหล่งอาหารสำรองของหมู่บ้านด้วย"

หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะกรมพัฒนาชุมชนได้รับสนองพระบรมราโชบาย ขยายขอบเขตของการดำเนินงานธนาคารข้าวออกไปอย่างกว้างขวาง
ในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ มีธนาคารข้าวที่จัดขึ้นในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศกว่า ๔,๓๐๐
แห่งครอบคลุมพื้นที่ ๕๗ จังหวัด จำนวนข้าวหมุนเวียนในธนาคารข้าวมากกว่า ๑๔.๕
ล้านกิโลกรัม หลักการดำเนินงานธนาคารข้าวในระยะต่อมาก็ได้ปรับปรุงให้ใช้ได้เหมาะสมกับสภาพของปัญหา
และความจำเป็นซึ่งแตกต่างกันไปของแต่ละพื้นที่
ธนาคารข้าวนี้ เป็นแหล่งอาหารสำรองของหมู่บ้านโดยตรง การดำเนินการที่ประสบผลสำเร็จจะช่วยในการสร้างรากฐานของการพัฒนาชุมชนให้เกิดความสามัคคี
เรียนรู้การแก้ปัญหาร่วมกัน มีความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ และความรู้สึกมีส่วนร่วมในชุมชน
ซึ่งเป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงย้ำอยู่เสมอให้ทุกกิจการเกิดจากความเข้าใจ
และความร่วมมือกันของราษฎรในท้องถิ่นนั้นเอง
โรงสีข้าวตัวอย่าง
ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงดนตรีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันเสาร์ที่
๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีกระแสพระราชดำรัสแสดงความห่วงใยชาวนาและพระราชทานพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับข้าวไว้ว่า
"ถ้าจะแก้ปัญหานี้ ก็จะต้องแก้จุดนี้..ต้องแก้ด้วยการรวมกลุ่มเป็นกลุ่มผู้บริโภคเหมือนกัน
แล้วก็ไปติดต่อกับกลุ่มผู้ผลิต โดยที่ไปตกลงกัน และอาจจะต้องตั้งหรือไปตกลงกับโรงสีให้แน่
จะได้ไม่ต้องผ่านมือหลายมือ"… ถ้าทุกคนที่บริโภคข้าวตั้งตัวเป็นกลุ่มแล้วก็ไปซื้อข้าวเปลือก
แล้วไปพยายามสีเอง หรือให้ตัวแทนของตัวเองสี ก็ผ่านมือเพียงที่ผู้ผลิต ผู้ที่สีและผู้ที่บริโภคก็ตัดปัญหาอันนี้
(คนกลาง) ลงไป"
เนื่องจากพระราชดำริดังกล่าวข้างต้นประกอบกับการที่ทรงตระหนักถึงปัญหาที่ชาวนาขายข้าวได้ในราคาถูกแต่กลับต้องซื้อข้าวสารในราคาแพง
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งโรงสีตัวอย่างขึ้นที่โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา
เพื่อการแปรรูปข้าวเปลือกให้เป็นข้าวสาร ด้วยมีพระราชประสงค์ที่จะให้ชาวนานำแบบอย่างไปดำเนินการตามโดยให้โรงสีข้าวตัวอย่างนี้เป็นต้นแบบของงานวิจัย
เพื่อหาข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการแปรรูปข้าวเปลือกให้ข้าวสาร ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการสีข้าว
โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อทดลองจ่าย ให้ข้าราชการในพระองค์รวมกลุ่มกันขึ้นในรูปสหกรณ์
จัดสร้างโรงสีข้าวตัวอย่างแบบสหกรณ์นี้ขึ้นดำเนินการจัดซื้อข้าวเปลือกในราคาที่เป็นธรรม
เพื่อเก็บรักษาไว้ทำการสีเป็นข้าวสาร จำหน่ายให้แก่สมาชิกสหกรณ์ได้บริโภคข้าวสารในราคาอันสมควร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดโรงสีข้าวตัวอย่างนี้
เมื่อวันศุกร์ที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๑๔
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแนะนำให้ผู้สนใจที่มีความตั้งใจจะใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่มีอยู่ในการตั้งโรงสีข้าว
ไว้ดังนี้
"และเขามีความตั้งใจที่จะทำประโยชน์ในพื้นที่ที่เขายังมีพื้นที่ว่างเปล่าอยู่
เขาบอกว่าเขาขอไปดูโครงการที่เขาหินซ้อนว่าทำอย่างไร สำหรับเพาะปลูกในที่ทุรกันดาร
ในที่ที่ไม่ค่อยเหมาะสมในการเพาะปลูกเลยตั้งใจสนับสนุนเขา ให้เขาตั้งโรงสีเหมือนโรงสีในสวนจิตรฯ
นี้ ซึ่งก็ไม่แพงนัก เมื่อตั้งโรงสีแล้วก็ปลูกข้าวเองบ้าง ไปซื้อข้าวจากเกษตรกรมาสี
และขายในราคาที่เหมาะสมในรูปสหกรณ์ ดังที่ทำที่สวนจิตรฯ ไม่ได้ใช้ข้าวที่ปลูกที่ในสวนจิตรฯ
เพราะว่าข้าวที่ปลูกในสวนจิตรฯ เอาไปเข้าพิธีแรกนาขวัญ แต่ถ้าพูดถึงข้าวที่โรงสีนี้ใช้
ไปซื้อจากเกษตรกรโดยตรงโดยให้ราคาที่เหมาะสม เกษตรกรก็มีความสุขเพราะขายข้าวในราคาที่เหมาะสม
และผู้บริโภคก็ซื้อในราคาถูกเพราะไม่ต้องมีการขนส่งมากเกินไป ไม่ต้องมีคนกลางมากเกินไป
ตกลงผู้ |