สัดส่วนของพื้นที่ป่าไม้ที่เหมาะสมต่อการรักษาดุลย์ธรรมชาติในความเห็นของนักวิชาการ ควรจะมีเนื้อที่ประมาณร้อยละ ๕๐ ของพื้นที่ทั้งหมดทั่วประเทศ ส่วนในกรณีของประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นมากเช่นนี้ พื้นที่ป่าไม้อาจจะลดลงได้บ้าง รัฐบาลได้มีนโยบายกำหนดพื้นที่ป่าไม้ให้เหลือไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๐ ของพื้นที่ทั้งประเทศ โดยมีหลักเกณฑ์ในการแบ่งพื้นที่ป่าไม้ออกเป็น ๒ ประเภทคือ
ป่าเพื่อเศรษฐกิจ กำหนดไว้เพื่อการผลิตไม้และของป่าเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจในอัตราร้อยละ ๒๕ ของพื้นที่ทั้งประเทศ
ป่าเพื่อการอนุรักษ์ กำหนดไว้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ป่าที่หายาก และป้องกันภัยธรรมชาติอันจะเกิดจากน้ำท่วม และการพังทลายของดิน ตลอดจนเพื่อประโยชน์ในการศึกษา วิจัย และนันทนาการของประชาชน ในอัตราร้อยละ ๑๕ ของพื้นที่ทั้งประเทศ

แต่สภาพข้อเท็จจริงจากการสำรวจพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทย โดยภาพถ่ายทางอากาศ ปี พ.ศ. ๒๕๐๔ เปรียบเทียบกับการสำรวจโดยใช้ภาพจากดาวเทียม LANDSAT ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ปรากฎว่าเนื้อที่ป่าไม้ได้ลดลงอย่างรวดเร็ว และในปัจจุบันลดลงอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำกว่าร้อยละ ๓๐ ของพื้นที่ทั้งประเทศ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ไม่เหมาะสมต่อการรักษาดุลย์ธรรมชาตินัก โดยลดลงจาก ๑๗๑ ล้านไร่ หรือคิดเป็นเพียงร้อยละ ๓๐ ของเนื้อที่ทั้งประเทศในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ซึ่งแสดงว่าภายในระยะเวลาเพียง ๒๑ ปีที่ผ่านมา เนื้อที่ป่าไม้ได้ลดลงถึง ๗๓ ล้านไร่ หรือคิดเป็นอัตราลดลงโดยเฉลี่ย ๓.๕ ล้านไร่ต่อปี และในระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๒๕ - พ.ศ. ๒๕๒๘ มีการบุกรุกทำลายป่า ๔.๗ ล้านไร่ อัตราเฉลี่ย ๑.๕ ล้านไร่ต่อปี โดยพื้นที่ป่าไม้ที่ถูกทำลายส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลางตอนลน และภาคตะวันออกของประเทศ พื้นที่ที่ถูกบุกรุกซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการจับจองไว้เพื่อการทำไร่เลื่อนลอย การทำไร่ถาวร เพราะการทำไร่นั้นเป็นการตัดไม้ทุกขนาดในพื้นที่ลงจนหมดสิ้น แล้วทำการเก็บริบสุมเผาให้เป็นเถ้าถ่าน เมื่อฝนตกน้ำฝนจะไหลบ่าชะหน้าดิน ซึ่งอุดมสมบูรณ์ลงมายังที่ราบลุ่มเป็นเหตุให้แม่น้ำลำธารตื้นเขิน และนำไปสู่การกัดเซาะดินเป็นการทำลายความสมดุลทางนิเวศน์วิทยา ทั้งยังทำให้ชาวไร่ต้องเพิ่มอัตราการใช้ปุ๋ย เพราะหน้าดินถูกชะล้าง จนขาดความอุดมสมบูรณ์ ตะกอนซึ่งเกิดจากการกัดเซาะทำให้อายุการใช้งานของเขื่อนต่าง ๆ ลดน้อยลงกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้เป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล อย่างที่ไม่สามารถนำรายได้จากพื้นไร่มาเปรียบเทียบได้ ปัญหาการบุกรุกทำลายป่าไม้นั้น อาจสรุปได้ว่าเกิดจากความยากจน ความรู้เท่าไม่ถึงการของราษฎรและความต้องการที่ดินเพื่อปลูกพืชทางการเกษตร ในขณะที่การบุกรุกทำลายป่าไม้มีอัตราสูง แต่การส่งเสริมการปลูกป่าทดแทนป่าที่ถูกทำลายไปนั้น ดำเนินการได้ในสัดส่วนที่ต่ำกว่ามากกล่าวคือ ตั้งแต่เริ่มดำเนินการจนถึงปี พ.ศ.๒๕๒๙ ปลูกป่าได้เพียง ๓.๕๔ ล้านไร่

| ความทั่วไปการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ | ปัญหาด้านป่าไม้ | แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ | วิทยาการด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ | สรุปการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ |
| การพัฒนาแหล่งน้ำ | การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ | การพัฒนาอนุรักษ์ดิน | การพัฒนาการประมง | การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล |

| สรรพศิลปศาสตราธิราช | สาขาเศรษฐศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม |