ป่าแดงหรือป่าเต็งรัง
ป่าชนิดนี้เกิดขึ้นบนที่ราบลูกเนิน และตามสันเขาที่เป็นดินปนทรายหรือปนกรวด เนื่องจากดินถูกชะล้าง หน้าดินพังทลายลงมาก บางแห่งปรากฏมีหินน้อยใหญ่โผล่พันดินอยู่ทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นดินกรวดขี้หนู มีสีแดง ชาวบ้านจึงเรียกว่าป่าแดง ป่าชนิดนี้มีอยู่ทั่วไปทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ลักษณะส่วนใหญ่เป็นป่าค่อนข้างโล่ง ต้นไม้ขึ้นห่าง ๆ ได้ระยะ ส่วนมากต้นไม้ในป่าชนิดนี้จะมีความสูงแยกออกได้เป็นสองชั้น คือชั้นบนสูงประมาณ ๑๐-๒๐ เมตร ชั้นล่างสูงราว ๆ ๗ เมตร ส่วนไม้พื้นล่างคือหญ้าต่าง ๆ แต่ส่วนใหญ่ได้แก่หญ้าเพ็ด หญ้าเหล่านี้จะแห้งตายในฤดูแล้ง บางทีเป็นอาณาบริเวณกว้างติดต่อกัน และจะกลายเป็นเชื้อไฟอย่างดี เมื่อได้รับลูกไฟจากการเผาไร่ใกล้เคียง หรือจากก้นบุหรี่เป็นต้น ก็จะลุกลามอย่างรวดเร็ว ไหม้ลามไปตามพื้นดิน แต่การไหม้เป็นไปอย่างลึกซึ้ง ลูกไม้เล็กก็ไม่ตาย เพียงแต่ชะงักการเจริญเติบโต เมื่อถูกไหม้ซ้ำซากอยู่หลายปี ลูกไม้เล็กก็จะสะสมอาหารไว้ที่รากมากขึ้นปีไหนฝนฟ้าดี ก็จะส่งลำต้นพรวดพราดขึ้นมา จนพ้นการทำอันตรายของไฟผิวพื้นได้
ไม้ที่สำคัญในป่าชนิดนี้ได้แก่ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้รกฟ้า ไม้เหียง ไม้พลวง เป็นต้น
เมื่อถึงฤดูแล้ง คือราว ๆ เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน จะมีระยะหนึ่งราว ๆ ๑๕ วัน ที่ต้นไม้ในป่านี้ผลัดใบพร้อมกันทั้งป่า ป่าจะกลายจากสีเขียวสด มาเป็นสีน้ำตาลเหลือง แต่เมื่อฝนแรกของเดือนพฤษภาคมมาถึง ป่านี้ก็จะเริ่มเขียวขจีอีก หญ้าเพ็ดที่ถูกไฟป่าไหม้ก็จะงอกขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว ในระยะแรก ๆ เขียวสด เหมือนกับใครเอาพรมสีเขียวมาปูลาดไว้ทีเดียว

ที่มา : จากหนังสือ "พืชกินได้และพืชมีพิษในป่าเมืองไทย" โดย สมจิตร พงศ์พงัน และ สุภาพ ภู่ประเสริฐ