สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


ตลอดห้าสิบปีแห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงอุทิศพระองค์ ในการศึกษาพิจารณา แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระวิริยะอุตสาหะ เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากให้แก่ราษฎร ทำให้มีฐานะ
ความเป็นอยู่ดีขึ้น และมีความร่มเย็นผาสุกโดยทั่วกัน ดังปรากฏให้เห็น ในรูปของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ในด้านต่างๆ เช่น ด้านการเกษตร วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น ล้วนแสดงถึงพระปรีชาสามารถ และน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยพสกนิกร
เพื่อเป็นการสดุดีพระเกียรติ และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้ทูลเกล้าฯถวายปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในสาขาต่างๆ ที่ผ่านมาจำนวน ๖ สาขา ดังนี้
- ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เกษตรศาสตร์) วันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๔๙๖
- ปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วิศวกรรมชลประทาน) วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๒๑
- ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เศรษฐศาสตร์สหกรณ์) วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๖
- ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ดนตรี) วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๐
- ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เศรษฐศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๓๓
- ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ส่งเสริมการเกษตร) วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๓๙

ข้อความบางตอนจากคำกราบบังคมทูล ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาและครุยปริญญาดุษฎีบัณฑิต
ของนายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในแต่ละสาขาวิชา

ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เกษตรศาสตร์)
เนื่องจากใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้ทรงสำเร็จการศึกษาศิลปวิทยาการขั้นมหาวิทยาลัยในวิชาการหลายสาขา ซึ่งเป็นวิชาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำมาใช้เป็นหลัก เช่น วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาวิศวกรรมศาสตร์ วิชาเศรษฐศาสตร์ และวิชากฎหมาย ฯลฯ นอกจากนี้ยังทรงสนพระทัยในก ารเกษตร และเคยทรงกระทำการนี้มาด้วยฝีพระหัตถ์เอง ในระหว่างการศึกษา ทั้งบัดนี้ก็ยังพระราชทานพระมหากรุณา ส่งเสริมเผยแพร่การเกษตรอยู่ตลอดมา . . .๑

ปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วิศวกรรมชลประทาน)
ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงมีพระราชดำริให้สร้างงานชลประทานขนาดเล็กขึ้นอันนับว่ามีความเหมาะสมกับท้องถิ่น
ที่กำลังประสบความทุกข์ยาก เพราะขาดน้ำบริโภคอุปโภคตลอดจนน้ำเพื่อการเกษตร ทำให้พสกนิกรตามท้องถิ่นนั้นๆ
สามารถประกอบอาชีพได้โดยสะดวก ไม่ละทิ้งถิ ่นที่อยู่ที่ทำมาหากิน
งานชลประทานตามพระราชดำริย่อมแสดงให้เห็นการแก้ไขปัญหาการขาดน้ำด้วยการสร้างงานชลประทาน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวให้ทันตามความต้องการของราษฎร และแสดงถึงการเลือกใช้งานชลประทานในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่นและปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น จึงเป็ นตัวอย่างและแบบอย่างในเรื่องความคิดริเริ่มในการศึกษา
และค้นคว้าวิจัยทั้งในด้านวิศวกรรมชลประทานและเกษตรชลประทานเพื่อให้การใช้น้ำชลประทานบังเกิดประโยชน์มากที่สุด
แก่ประชาชนชาวไทย . . .๒

ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เศรษฐศาสตร์สหกรณ์)
ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้พระราชทานวิธีการและแนวทางอันถูกต้องด้วยพระราชดำริ และพระปรีชาชาญของ
พระองค์เอง เกี่ยวกับการพัฒนางานสหกรณ์ที่สมบูรณ์แบบและหวังผลสำเร็จได้บนรากฐานของการช่วยตนเองและช่วย
ซึ่งกันและกันตามหลักและวิธีการสหกรณ์ที่แท้จริง
ทรงแนะนำส่งเสริมให้มีการจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรในหมู่เกษตรกรในนิคมของกรมประชาสงเคราะห์
กระทรวงมหาดไทย เพื่อราษฎรจักได้ใช้วิธีการสหกรณ์ช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อเพิ่มรายได้
และปรับปรุงฐานะทางเศรษฐกิจ และมาตรฐานการครองชีพให้ดีขึ้น
การจัดสหกรณ์ให้สำเร็จสมความมุ่งหมายในกลุ่มประชาราษฎรนั้น จักต้องให้ผู้เป็นสมาชิกสหกรณ์
เหล่านั้นได้มีส่วนจริงจังในการบริหารงานรับผิดชอบกิจการงานของสหกรณ์ตามหลักประชาธิปไตย
อันจะสามารถสร้างความเลื่อมใสศรัทธาในวิธีการสหกรณ์ และเป็นรากฐานของการ พัฒนาสหกรณ์นั้น ๆ
ต่อไปในภายหน้า . . .๓

ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ดนตรี)
ในการสร้างสรรค์ทางดนตรี ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้ทรงสนับสนุนในอเนกประการ อาทิเช่น ทรงสนับสนุน ให้ผู้ที่เล่นดนตรีรวบรวมผู้สมัครใจ โดยไม่แบ่งแยกระดับความสามารถ รวบรวมกันตั้งเป็นวงดนตรีที่เรียกว่า
“วงลายคราม” ในสมัยแรกๆ นับเป็นการส่งเสริมกำล ังใจแก่นักดนตรีทั้งหลายและเป็นการขยายผลงานให้แพร่หลาย
ต่อไปด้วย
ทรงสร้างวงแตรวง “สหายพัฒนา”โดยรวมจากผู้ที่ปฏิบัติราชการใกล้ชิดกับใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทในการตาม
เสด็จฯ ไปพัฒนาชนบทในภูมิภาคต่างๆ เป็นประจำ เช่น คณะแพทย์ ราชองครักษ์ เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัย
นักเกษตรในพระราชสำนัก และข้าราชบริพาร ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เคยเล่นดนตรีมาก่อน แต่จากการที่ได้รับพระราชทาน
การฝึกสอนและด้วยกลวิธีการสอนพิเศษในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทำให้วงดนตรีสหายพัฒนา สามารถบรรเลงเพลงได้ดี
นับเป็นการช่วยเสริมงานพัฒนาชนบทอีกทางหนึ่ง
ถึงแม้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจะทรงเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในทางดนตรีสากล แต่ก็มิได้ทรงละเลยดนตรีไทย
อันเป็นมรดกทางศิลปะของชาติ ทรงเห็นว่าวิชาดนตรีไทยอาศัยการถ่ายทอดสืบต่อกันมาด้วยความทรงจำเป็นพื้น
เป็นการสมควรที่จะรวบรวมเพลงที่เป็นหลักไว้มิใ ห้เสื่อมสูญและผันแปรไปจากหลักเดิม โดยบันทึกโน้ตเพลงไว้ให้ถูกต้อง
แล้วจัดพิมพ์ขึ้นไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งยังมิได้มีการจัดทำอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบมาก่อน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานข้อแนะนำในการเรียบเรียงและแก้ไขตำราเดิม
ทรงริเริ่มให้มีการวิจัยเกี่ยวกับดนตรีไทย ในด้านปัญหาความแตกต่างระหว่างบันไดเสียง ของเครื่องดนตรีไทยต่างๆ อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อวิชาการดนตรีไทยในปัจจุบัน . . .๔

ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เศรษฐศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม)
ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎร ได้ทรงตระหนักในพระราชหฤทัยว่าการดำรงชีพ
ของราษฎรไทย ส่วนใหญ่มีพื้นฐานขึ้นอยู่กับการเกษตร มีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับทรัพยากรธรรมชาติ อันได้แก่
ที่ดิน ป่าไม้ และแหล่งน้ำ แต่ในขณะเดียวกันทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้นมิได้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งขาดการอนุรักษ์อย่างเพียงพอ จึงทำให้เกิดการเสื่อมสลายจนหมดสภาพไปในที่สุด
ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ทรงพระมหากรุณา แสวงหาหนทางและวิธีการที่ถูกต้องเหมาะสม
เพื่อดำเนินการแก้ไข
ผลจากพระราชกรณียกิจในด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากจะอำนวยประโยชน์ให้แก่ราษฎร
ในการเพิ่มพูนความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นแล้ว ยังถูกต้องและสอดคล้องกับหลักการของวิชาเศรษฐศาสตร์เป็นอย่างดียิ่ง และ
สามารถนำไปใช้เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติงานขอ งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบได้ อีกทั้งสามารถนำไปใช้เป็น
บทเรียนในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับอุดมศึกษาและที่สูงกว่าได้อย่างดียิ่ง . . .๕

ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ส่งเสริมการเกษตร)
พระราชกรณียกิจในการช่วยเหลือพสกนิกรนั้น เป็นที่ประจักษ์แก่สากลว่าทรงเน้นการช่วยเหลือในลักษณะ
ให้การศึกษาแก่พสกนิกร เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในเบื้องต้น และพัฒนาไปสู่การสร้างความเจริญให้แก่ชีวิต
และครอบครัวเป็นลำดับถัดไป จนถึงสามารถช ่วยเหลือสังคมและชุมชนของตนได้ในที่สุด . . .
การพระราชทานความช่วยเหลือพสกนิกร โดยการให้การศึกษาถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีนั้นมีทั้งวิธีโดยตรง
และโดยอ้อม โดยตรง ได้แก่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานข้อแนะนำเกษตรกรตลอดจนเจ้าหน้าที่ด้วยพระองค์เอง โดยอ้อม ได้แก่ การเผยแพร่ความรู้สู่เกษตรกร โดยมีโครงการตามพระราชดำริที่กระจายอยู่ในภาคต่าง ๆ ทำหน้าที่เป็น
ศูนย์กลางในการเผยแพร่ความรู้ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติไปสู่เกษตรกรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
โครงการตามพระราชดำริต่าง ๆ นั้นล้วนเป็นแหล่งความรู้ด้านการส่งเสริมการเกษตรที่ดียิ่งทุกสาขาทั้งด้านพืช
ปศุสัตว์ ประมง ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสหกรณ์การเกษตร ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนที่จะได้อยู่ดี
กินดี มีสุข โดยทั่วกัน . . .๖




๑ “คำกราบบังคมทูล ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาและครุยปริญญาดุษฎีบัณฑิต ของนายกสภามหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร และอนุปริญญาบัตร พ.ศ.๒๔๙๖,” ใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์: พิธีประสาทปริญญาบัตร, (พระนคร : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๔๙๖), หน้า ๒

๒ “คำสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ (วิศวกรรมชลประทาน),” ใน พิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, (กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๒๑), หน้า ๑๘ - ๒๐

๓ “คำสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ (เศรษฐศาสตร์สหกรณ์), ” ใน พิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, (กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๒๖), หน้า ๑๐ - ๑๑

๔ “คำประกาศสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ศิลปศาสตรดุษฎี บัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ดนตรี),” ใน พิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๒๙, (กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๓๐), หน้า ๔๓ - ๔๕

๕ “คำประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ วิทยาศาสตรดุษฎี บัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเศรษฐศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม,” ใน พิธีพระราชทานปริญญา บัตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๓๒, (กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๓๓ ), หน้า ๖๑ - ๖๒

๖ “คำประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ วิทยาศาสตรดุษฎี บัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ส่งเสริมการเกษตร), ” ใน พิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๙, (กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๓๙), หน้า ๑๓ - ๑๔.



ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์