พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยะในด้านภาษาศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะด้านภาษาศาสตร์ประยุกต์นั้น พระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยะในด้านสรวิทยา วจีวิภาค วากยสัมพันธ์ อรรถศาสตร์ การเรียบเรียง การแปล และภาษาศาสตร์เชิงสังคม ปรากฏอย่างเด่นชัด
กระแสพระราชดำรัสเรื่องปัญหาการใช้คำไทย ในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ทรงเน้นเรื่องการออกเสียงภาษาไทยเพื่อให้บริสุทธิ์ในด้านการออกเสียง การรักษาภาษาไทยให้บริสุทธิ์ในด้านวิธีใช้ และการบัญญัติศัพท์เพื่อใช้ในภาษาไทย กระแสพระราชดำรัสในครั้งนั้น แสดงให้เห็นพระอัจฉริยภาพอันสูงส่งในทางสรวิทยา วจีวิภาค และวากยสัมพันธ์ในภาษา ซึ่งยากที่จะหาบุคคลใดเสมอเหมือน
ถ้อยคำ วลี หรือประโยคที่ปรากฏในพระราชปรารภในโครงการ และแนวพระราชดำรัสที่ได้พระราชทานแก่พสกนิกรในวโรกาสต่าง ๆ ล้วนแต่แสดงให้เห็นพระอัจฉริยภาพทางอรรถศาสตร์ กล่าวคือ ทรงสามารถเลือกใช้ภาษาที่เรียบง่าย แต่มีความชัดเจนและมีความหมายลึกซึ้งชวนให้คิดวิเคราะห์ นอกจากนี้ภาษาที่ทรงใช้ยังเป็นแบบอย่างในการใช้ภาษาได้อย่างสมบูรณ์ เป็นต้นว่า "โครงการโรงเรียนพระดาบส" "อธรรมปราบอธรรม" "โครงการแก้มลิง" "ป่าสามอย่างสี่ประโยชน์" "แกล้งดิน" "ก่อกวน เลี้ยงให้อ้วน โจมตี" "การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก" "สี่น้ำ สามรส" "เศรษฐกิจแบบพอเพียง" "ขาดทุนคือ