ความเป็นมา

อำเภอเขาค้อ เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ที่ขึ้นกับอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ และอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อมาเกิดความขัดแย้งทางการเมืองขึ้นในประเทศ จึงเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายตั้งแต่ปี ๒๕๐๘ โดยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้ซ่องสุมโจมตีฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณรอยต่อ ๓ จังหวัด คือ จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดเลย กองทัพบกได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ ๓ เข้าไปดำเนินการปราบปราม และได้รับชัยชนะโดยสิ้นเชิง ต่อมาปี ๒๕๒๗ กระทรวงมหาดไทยเล็งเห็นความสำคัญของพื้นที่บริเวณดังกล่าวจึงประกาศตั้งเป็นกิ่งอำเภอเขาค้อเมื่อเดือนสิงหาคม ในปีเดียวกัน

เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้เสด็จฯ เยี่ยมกองทัพพิเศษค่ายสฤษดิ์เสนา จังหวัดพิษณุโลก และได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนหนึ่งเป็นทุนดำเนินงานครั้งแรก เรียกว่า กองอำนวยการโครงการลุ่มน้ำเข็ก แก่ราษฎรที่ใช้ประโยชน์พื้นที่สองข้างทางสายยุทธศาสตร์จึงปลอดจากอิทธิพลของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ กองทัพภาคที่ ๓ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๓ ได้ดำเนินการตามโครงการลุ่มน้ำเข็ก โดยขอถอนสภาพป่าสองข้างทาง ข้างละ ๑ กิโลเมตร เพื่อจัดตั้งหมู่บ้านนิคมสหกรณ์การเกษตรทหารกองหนุนขึ้นในสายกิโลเมตรที่ ๑๐๐ บ้านแคมป์สน - บ้านเล่าลือ และบ้านนางั่ว - บ้านสะเดาะพง หมู่บ้านละ ๕๐ ครอบครัว โดยมีนโยบาย ช่วยเหลือชาวไร่ชาวนา ทหารกองหนุนและผู้ที่เคยช่วยเหลือทางราชการที่ยากจนไม่มีที่อยู่อาศัย เพื่อใช้ประกอบการทำมาหากินเลี้ยงชีพ จึงจัดสรรที่ดินบริเวณสองข้างทางสายบ้านนางั่ว - หนองแม่นา สายเขาค้อ - สะเดาะพง ให้ราษฎรเข้าอยู่อาศัย โดยได้รับที่ดินสำหรับที่อยู่อาศัย ๒ งาน และสำหรับประกอบอาชีพทางการเกษตรครอบครัวละ ๑๕-๒๐ ไร่ ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินรวมทั้งห้ามจำหน่ายต่อ การทำมาหากินในพื้นที่ สามารถทำกินได้ตลอดไปโดยการสืบทอดทางทายาท

ต่อมาการประกอบอาชีพของราษฎรมีปัญหาทางด้านการผลิต เงินทุน วัสดุการเกษตรและราคาผลผลิตไม่ยุติธรรม ราษฎรไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเองจังหวัดเพชรบูรณ์และกองอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายใน ภาค ๓ ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้จัดตั้งสหกรณ์จำนวน ๒ สหกรณ์คือ สหกรณ์การเกษตรเขาค้อ จำกัด และสหกรณ์การเกษตรนางั่ว จำกัด เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ โดยป้องกันมิให้เกิดไฟป่าในบริเวณรอบ ๆ พระตำหนักเขาย่า และมิให้ไฟป่าก่อให้เกิดความเสียหายแก่พระตำหนักเขาย่า
๒. เพื่อป้องกันอันตรายของไฟป่าที่เกิดต่อทรัพยากรป่าไม้และทรัพย์สินของราษฎร
๓. เพื่อลดผลเสียที่มีต่อระบบนิเวศน์ของป่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสื่อมโทรมของแหล่งต้นน้ำลำธาร และสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เช่น ดิน อากาศ แหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งอาหารของสัตว์
๔. เพื่อเปลี่ยนทัศนคติของประชาชนในพื้นที่โครงการให้เห็นความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ และร่วมมือกับทางราชการในอันที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่เพื่ออำนวยประโยชน์ต่อมหาชนต่อไปไม่สิ้นสุด
๕. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตรและรายได้ของราษฎรให้สูงขึ้น
๖. เพื่อสนับสนุนให้ราษฎรรักถิ่นที่อยู่อาศัยและร่วมกันดำเนินธุรกิจในรูปของกลุ่มหรือสหกรณ์
๗. เพื่อพัฒนาที่ดินให้มีความอุดมสมบูรณ์และป้องกันการชะล้างของดิน
๘. เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำ โดยการปรับปรุงและทำฝายอ่างเก็บน้ำให้ราษฎรมีน้ำใช้ในการบริโภคและ การเกษตร
๙. เพื่อป้องกันการบุกรุกทำลายป่า จากการขยายพื้นที่ทำไร่เลื่อนลอย

เมื่อสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ ดำเนินการรวมกลุ่มราษฎรจัดตั้งเป็นสหกรณ์แล้วได้ให้การศึกษาอบรมหลักการและวิธีการสหกรณ์ให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจในระบบสหกรณ์ส่งเสริมแนะนำช่วยเหลือสหกรณ์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการ โดยจัดตั้งสหกรณ์ขึ้นที่บริเวณหมู่บ้านเขาค้อ อำเภอ หล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน ๑ สหกรณ์ และจัดตั้งที่บริเวณหมู่บ้านนางั่ว อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ อีก ๑ สหกรณ์ ดังนี้
๑. สหกรณ์การเกษตรเขาค้อ จำกัด จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. ๒๕๑๑ เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๒๑ สมาชิกแรกตั้งจำนวน ๕๙ คน ไม่มีสำนักงานเป็นของตนเอง ในขั้นต้นได้อาศัยฐานปฏิบัติการของทหารเป็นสำนักงานชั่วคราว ต่อมาศัยห้องเก็บวัสดุของสำนักงานเกษตรอำเภอเขาค้อเป็นสำนักงาน ปัจจุบันอาศัยสำนักงานสหกรณ์อำเภอเขาค้อ ซึ่งได้รับงบประมาณก่อสร้างปี ๒๕๒๙
๒. สหกรณ์การเกษตรนางั่ว จำกัด ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นสหกรณ์การเกษตรพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก จำกัด จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๑๑ เมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๒๑ สมาชิกแรกตั้งจำนวน ๕๓ คน ไม่มีสำนักงานเป็นของตนเองในขั้นต้นอาศัยฐานปฏิบัติการของทหารเป็นสำนักงานชั่วคราว ต่อมาอาศัยห้องเก็บวัสดุของสำนักงานเกษตรอำเภอเขาค้อ ปัจจุบันอาศัยสำนักงานสหกรณ์อำเภอเขาค้
เมื่อแรกตั้งสหกรณ์การเกษตรเขาค้อ จำกัด อยู่ในความส่งเสริมของสำนักงานสหกรณ์อำเภอหล่มสัก สหกรณ์การเกษตรพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก จำกัด อยู่ในความส่งเสริมของสำนักงานสหกรณ์อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ต่อมาเมื่อแบ่งเขตการปกครองออกเป็นกิ่งอำเภอเขาค้อ ปัจจุบันตั้งเป็นอำเภอเขาค้อ สหกรณ์การเกษตร ทั้งสองแห่งจึงอยู่ในความส่งเสริมของสำนักงานสหกรณ์อำเภอเขาค้อ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นต้นมา

ผลการดำเนินงานของสหกรณ์ตามแนวพระราชดำริ

สหกรณ์การเกษตรเขาค้อ จำกัด และสหกรณ์การเกษตรพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก จำกัด เมื่อแรกตั้งเป็น สหกรณ์ขนาดเล็ก ทุนดำเนินงานมีน้อย ต่อมาได้มีการส่งเสริมอย่างจริงจังเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘ โดยดำเนินธุรกิจให้บริการสมาชิกในรูปอเนกประสงค์ ประกอบด้วยธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจการซื้อ ธุรกิจการขาย ธุรกิจการแปรรูป และธุรกิจบริการ พร้อมนี้ ทั้งสองสหกรณ์ได้กู้ยืมเงินทุนเพื่อส่งเสริมอาชีพแก่สมาชิกสหกรณ์เพื่อดำเนินงานตามโครงการต่าง ๆ ดังนี้
๑. โครงการส่งเสริมการปลูกหน่อไม้ฝรั่งในพื้นที่โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก เริ่มดำเนินโครงการเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘ โดยมีส่วนราชการร่วมกับภาคเอกชนให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้สมาชิกสหกรณ์การเกษตรเขาค้อ จำกัด และสหกรณ์การเกษตรพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก จำกัด จำนวน ๒๔๒ ครอบครัว โดยสหกรณ์ได้กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมการสหกรณ์จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ สหกรณ์ละ ๑.๕ ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๓ ล้านบาท รับเงินทุนเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ ส่วนราชการที่เข้าร่วมโครงการมี กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ส่วนภาคเอกชนมี บริษัทชะอำไพน์แอปเปิ้ล แคนเนอร์ตี้ จำกัด เป็นผู้รับซื้อผลผลิตทั้งหมดในราคาประกัน การดำเนินการตามโครงการช่วงแรกเป็นไปได้ด้วยดี ต่อมาได้รับแจ้งจากบริษัทผู้รับซื้อว่าไม่สามารถรับซื้อผลผลิตหน่อไม้ฝรั่งจากสมาชิกสหกรณ์เป็นเหตุให้สมาชิกสหกรณ์ที่กู้ยืมเงินทุนจากสหกรณ์ไปลงทุนปลูกไม่สามารถขายผลผลิตได้ตามราคาเพื่อนำเงินมาชำระหนี้สหกรณ์ นับว่าโครงการนี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
๒. โครงการส่งเสริมการปลูกเสาวรสในอำเภอเขาค้อ (กระทกรกฝรั่ง) เริ่มดำเนินงานตามโครงการ เมื่อปี ๒๕๓๕ ระยะเวลาโครงการ ๓ ปี มีส่วนราชการและภาคเอกชนให้การสนับสนุนส่งเสริมให้สมาชิกสหกรณ์การเกษตรเขาค้อ จำกัด และสหกรณ์การเกษตรพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก จำกัด ปลูกเสาวรสสมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน ๑๕๒ ครอบครัว พื้นที่ปลูก ๔๙๒ ไร่ โดยสหกรณ์ได้กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมการสหกรณ์จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ จำนวน ๑ ล้านบาท และบริษัทล๊อกเล่ย์ กรุงเทพ จำกัด จำนวน ๑ ล้านบาท (โดยบริจาคให้กรมส่งเสริมสหกรณ์) เพื่อให้สหกรณ์ทั้งสองกู้ยืมไปลงทุนเพื่อดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว รวมสหกรณ์ทั้งสองได้กู้ยืมสหกรณ์ละ ๑ ล้านบาท ซึ่งสหกรณ์ได้จ่ายเงินกู้ในรูปของวัสดุ อุปกรณ์ ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มจากการส่งเสริมอาชีพ โดยมีบริษัทอุตสาหกรรมการเกษตรเขาค้อ จำกัด ซึ่งเข้าร่วมโครงการเป็นแหล่งรับซื้อผลผลิต ต่อมาบริษัทอุตสาหกรรมการเกษตรเขาค้อ จำกัด ไม่มีเงินทุนรับซื้อผลผลิตจากสมาชิก ประกอบกับบริษัทได้ลดราคาการรับซื้อ และค้างชำระค่าผลผลิตกับสมาชิก เป็นผลให้สมาชิกสหกรณ์เกิดความท้อใจ และโครงการชะงักจนถึงปัจจุบัน
๓. โครงการส่งเสริมการปลูกถั่วแขกค้างครบวงจร สหกรณ์ได้เริ่มโครงการตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ เป็นต้นมา เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกสหกรณ์ตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก มีรายได้เพิ่มจากการประกอบอาชีพ และส่งเสริมการมีงานทำ เป็นการพัฒนารายได้ของสมาชิกสหกรณ์ประกอบกับสมาชิกสหกรณ์บนพื้นที่อำเภอเขาค้อมีหนี้สินหลายทางทั้งสหกรณ์ ธนาคาร และบุคคลภายนอก จึงได้มีการส่งเสริมอาชีพอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มรายได้ เนื่องจากถั่วแขกค้างเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ระยะเวลาการเก็บเกี่ยวสั้นเหมาะกับภูมิอากาศบนพื้นที่อำเภอเขาค้อ สมาชิกเข้าร่วมโครงการเริ่มแรก จำนวน ๘๐ ครอบครัว พื้นที่ปลูก จำนวน ๙๔ ไร่ สหกรณ์เป็นผู้รวบรวมผลผลิตจากสมาชิกสหกรณ์ทั้งหมดส่งบริษัทเชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) จังหวัดเชียงใหม่ สมาชิกสหกรณ์มีรายได้เพิ่มครอบครัวละ ๘,๐๐๐ บาทต่อฤดูกาลปลูกแต่ละครั้ง เนื่องจากฤดูกาล เก็บเกี่ยวผลผลิตสั้น ปัจจุบันสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรทั่วไปได้เข้าร่วมโครงการมากขึ้น พื้นที่ปลูก ประมาณ ๔๐๐ ไร่ เกษตรกรปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ๒ ครั้งต่อปี ทำให้มีรายได้เฉลี่ยต่อปีครอบครัวละ ๑๖,๐๐๐ บาท

ราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ | พระปรีชาสามารถ | หน้าแรก