ความเป็นมา

เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๓๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริกับแม่ทัพภาคที่ ๓ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้พิจารณาช่วยเหลือชนชาวเขาและผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยเฉพาะบริเวณบ้านป่ากลาง อำเภอปัว บ้านน้ำรีพัฒนา บ้านสบมาง กิ่งอำเภอบ่อเกลือ และหมู่บ้านต่าง ๆ บริเวณแนวชายแดนไทย - พม่า

กองทัพภาคที่ ๓ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๓ จึงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริได้พิจารณาเห็นชอบร่วมกันว่าควรดำเนินการพัฒนาในลักษณะรูปแบบของ โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคง เนื่องจากพื้นที่ลุ่มน้ำน่านเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์บริเวณแนวชายแดน ราษฎรขาดบริการขั้นพื้นฐาน มีระดับคุณภาพชีวิตที่ต่ำทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปเป็นข้อกล่าวอ้างในการโจมตีอยู่เสมอ

คณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นฐานในเขตกองทัพภาคที่ ๓ ได้ดำเนินการตาม "โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน จังหวัดน่าน" พร้อมแต่งตั้ง "คณะอนุกรรมการอำนวยการ โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน" เพื่อทำหน้าที่ในการพิจารณากำหนดนโยบายวางแผนดำเนินงานอำนวยการประสานงาน กำกับดูแลและติดตามผลงาน

การดำเนินการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในระยะแรก คือ การพัฒนาแหล่งน้ำ ด้วยการก่อสร้างฝายที่บ้านน้ำรีพัฒนาและสร้างระบบประปาภูเขาที่บ้านสบมาง กิ่งอำเภอบ่อเกลือ การสร้างเส้นทางคมนาคม สายบ้านน้ำยาว-บ้านห้วยโก๋น

โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน ยังมีแผนการดำเนินการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในลักษณะชนบทแบบผสมผสานควบคู่กับการปฏิบัติการทางทหาร เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของพื้นที่ชนบท ด้วยวิธีการกระตุ้นให้ประชาชนเกิดพลังการรวมตัวเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชนบท ด้วยการจัดระบบการปกครองการป้องกันตนเอง ป้องกันหมู่บ้าน จนถึงป้องกันประเทศชาติส่งผลให้ประเทศชาติเกิดความเป็นปึกแผ่นมั่นคงในที่สุด

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการให้การพัฒนาชาวเขา และผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยในพื้นที่จังหวัดน่าน
๒. เพื่อเสริมสร้างและป้องกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงบริเวณแนวชายแดนไทย-ลาว พร้อมทั้งพัฒนา พื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญให้มีความมั่นคงตลอดไป
๓. เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินถาวรถูกต้องตามกฎหมายไม่อพยพเคลื่อนย้าย อยู่ร่วมในสังคมไทยในฐานะพลเมืองไทย และได้รับการจัดระเบียบการปกครองเข้าสู่ระบบที่ ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
๔. เพื่อยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรกลุ่มเป้าหมายให้พอเพียงแก่ความจำเป็น ในการดำรงชีวิตและสามารถพึ่งตนเองได้ รวมทั้งเตรียมการเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาส่วนรวมต่อไป
๕. เพื่อให้มีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่จำเป็นและเหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น
๖. เพื่อให้มีระบบการอนุรักษ์ การใช้และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติที่เหมาะสมเพื่อรักษาสมดุล ของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการปลูกพืชเสพติด

การดำเนินงานในส่วนสหกรณ์

กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เข้าร่วมปฏิบัติงานโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคง พื้นที่ลุ่มน้ำน่าน อันเนื่อง มาจากพระราชดำริ โดยได้ดำเนินการสิ่งต่าง ๆ ไปแล้วดังนี้
๑. เผยแพร่อุดมการณ์หลักการและวิธีการสหกรณ์พร้อมทั้งส่งเสริมการรับสมาชิกใหม่เพิ่ม ๓๖๐ คน
๒. เผยแพร่ความรู้และประชาสัมพันธ์งานสหกรณ์แก่ราษฎรในพื้นที่เป้าหมาย ๖๓๔ คน จำนวน ๕ พื้นที่
๓. ให้การศึกษาและฝึกอบรมสมาชิกสหกรณ์การเกษตร ในระดับกลุ่ม ๑๕ กลุ่ม และระดับอำเภอ ๓ ครั้ง
๔. ส่งเสริมการระดมทุนในสหกรณ์ทั้งหมด ๒๘๓,๖๘๐ บาท
๕. ส่งเสริมสหกรณ์ให้เงินกู้แก่สมาชิกและติดตามการใช้เงินกู้และการรับชำระหนี้คืน
๖. ส่งเสริมธุรกิจการตลาด โดยการจัดหาวัสดุอุปกรณ์การเกษตรและเครื่องอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายแก่สมาชิก
๗. ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพตามแผนการดำเนินงานของสหกรณ์โดยการปลูกพืชชนิดต่าง ๆ ๔๘๕ ราย จำนวน ๒,๐๐๓ ไร่ และเลี้ยงปศุสัตว์ชนิดต่าง ๆ ๒๕๑ ราย จำนวน ๑,๖๙๓ ตัว
๘. จัดตั้งสหกรณ์การเกษตร ๑ สหกรณ์ ที่บ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน กิ่งอำเภอบ่อเกลือ มีสมาชิก ๗๙ คน

จากการดำเนินการดังกล่าวเป็นความสามารถในการสนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการพัฒนาชาวเขาและผู้ร่วมพัฒนชาติไทยในพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงบริเวณแนว ชายแดนไทย-ลาว และสร้างความมั่นคงของชนบทที่หมู่บ้าน ตลอดทั้งยกระดับการดำรงชีวิตของประชาชน ด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรให้ดีขึ้นสามารถพึ่งตนเองอีกทั้งสามารถสกัดกั้นและป้องกันการบุกรุกทำลายป่าและทรัพยากรธรรมชาติและเป็นการฟื้นฟูป่าที่ถูกทำลายให้กลับมีสภาพดีดังเดิม

ราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ | พระปรีชาสามารถ | หน้าแรก