ความเป็นมา

ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๒๔ ได้ทรงมีพระราชดำริแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีแนวทางสำคัญดังนี้

๑. ให้จัดตั้งศูนย์ศึกษา เพื่อศึกษางานด้านการพัฒนาในเขตพื้นที่ชายทะเล โดยมุ่งผสมผสาน การใช้ทรัพยากรด้านต่าง ๆ ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่
๒. ทำการศึกษา สาธิต และพัฒนาการเพาะเลี้ยงและการประมงชายฝั่ง
๓. จัดสรรพื้นที่ป่าชายเลนเสื่อมสภาพให้แก่ราษฎรเพื่อประกอบอาชีพทำนากุ้ง และการเพาะเลี้ยงชายฝั่งอื่น ๆ
๔. ส่งเสริมการพัฒนาด้านการเกษตร และพัฒนาสังคมควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านอื่น ๆ ด้วย
๕. อนุรักษ์ป่าไม้ชายเลนและสภาพแวดล้อมธรรมชาติของอ่าวคุ้งกระเบนและพื้นที่โดยรอบ และมีพระราชดำริที่เน้นเป็นพิเศษ ก็คือ การพัฒนาในเขตที่ดินชายทะเลและการพัฒนาการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง พร้อมกันนั้นได้พระราชทานเงินที่ราษฎรจังหวัดจันทบุรีได้ร่วมทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศล ในโอกาสดังกล่าวเป็นทุนเริ่มดำเนินการโครงการนี้

หลังจากทรงมีพระราชดำริแล้ว หน่วยราชการต่าง ๆ ในจังหวัดจันทบุรี ได้ร่วมกันกำหนดพื้นที่ในตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เป็นพื้นที่จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ ซึ่งสถานที่ดำเนินโครงการฯ จะมีศูนย์กลางบริเวณพื้นที่รอบอ่าวคุ้งกระเบน ครอบคลุมทั้งบริเวณชายฝั่ง โดยรอบทั้งพื้นดินพื้นน้ำรวมประมาณ ๔,๐๐๐ ไร่ และพื้นที่รอบนอก บริเวณเขตตำบลคลองขุด และตำบลสนามไชย อ.ท่าใหม่ รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งเป็นทั้งเขตเกษตร เขตหมู่บ้านประมง ที่ตั้งอยู่เรียงรายตลอดแนวชายฝั่งทะเล

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อศึกษาและวิจัยด้านการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างถูกต้องเหมาะสม
๒. เพื่อศึกษาและวิจัยด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
๓. เป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมพัฒนาอาชีพทั้งด้านประมง ป่าไม้ เพื่อยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจของราษฎรที่ยากจนในพื้นที่บริเวณอ่าวคุ้งกระเบนดีขึ้น รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการสาธิตในวิชาการเกษตรแผนใหม่
๔. เป็นศูนย์กลางบริการข้อมูลทางด้านวิชาการ และการพัฒนา
๕. เพื่อนำผลการศึกษามาพัฒนาเป็นแบบอย่างใช้กับโครงการพัฒนา

การดำเนินงานในส่วนสหกรณ์

กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เข้ามามีส่วนร่วมดำเนินโครงการแรก โดยร่วมดำเนินการสำรวจสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าทำกินในพื้นที่โครงการ การให้บริการเครื่องจักรกลเพื่อขุดลอกคลองระบายน้ำในพื้นที่โครงการ จำนวน ๕ สาย ระยะทางรวม ๑๑.๑๒๑ กิโลเมตร เพื่อใช้ประกอบการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ จัดการฝึกอบรมให้ราษฎรในพื้นที่โครงการ มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์ และราษฎรได้รวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์ประมงคุ้งกระเบน จำกัด เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๓๐ สมาชิกแรกตั้ง ๘๗ คน อยู่ในความดูแล แนะนำส่งเสริมของสหกรณ์อำเภอท่าใหม่ สหกรณ์สามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้องและก่อประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิกโดยได้ดำเนินการดังนี้

๑. เผยแพร่อุดมการณ์ หลักการและวิธีการสหกรณ์พร้อมส่งเสริมให้สหกรณ์รับสมาชิกใหม่เพิ่ม ปัจจุบันมีสมาชิก ๑๘๙ คน
๒. เผยแพร่ความรู้และประชาสัมพันธ์งานสหกรณ์แก่ราษฎรในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน ๗ หมู่บ้าน
๓. ให้การศึกษาอบรมสมาชิก ระดับกลุ่ม ๆ ละ ๓ ครั้งต่อปี
๔. ส่งเสริมการระดมทุนในสหกรณ์ สมาชิกได้ถือหุ้นและฝากเงินจำนวน ๔-๑๐ ล้านบาท
๕. ช่วยเหลือสหกรณ์ในการจัดการเงินทุน เพื่อใช้เป็นทุนดำเนินงานของสหกรณ์ โดยหาแหล่งเงินทุนทั้งเงินสดและเงินเครดิตที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ และการชำระคืนระยะยาว เช่น กรมส่งเสริมสหกรณ์ องค์การสะพานปลา
๖. ส่งเสริมธุรกิจการตลาดโดยการจัดหาวัสดุอุปกรณ์การเกษตรและเครื่องอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายแก่สมาชิก จำนวน ๒๙.๗๓ ล้านบาท
๗. ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพของสมาชิกตามแผนการดำเนินงานของสหกรณ์ โดยการปลูกพืชต่าง ๆ ๓๐/๗๐ ราย/ไร่ และการเลี้ยงสัตว์น้ำต่าง ๆ ๑๖๐/๓๒ ราย/ล้านตัว
    ๘. ดำเนินกิจกรรมหรือโครงการพิเศษต่าง ๆ คือ
    ๘.๑ โครงการให้การศึกษาอบรมหลักสูตรเยาวชนสหกรณ์จำนวน ๕๐ คน
    ๘.๒ โครงการให้การศึกษาอบรมสมาชิกสหกรณ์ ๑๕๐ คน
    ๘.๓ โครงการอบรมผู้นำเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ประมง ๒๕ คน
    ๘.๔ โครงการให้การศึกษาอบรมหลักสูตรการใช้และบำรุงรักษาเครื่องจักรกลการเกษตร จำนวน ๕๐ คน
จากการส่งเสริมและพัฒนางานส่งเสริมสหกรณ์ได้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่สมาชิกสหกรณ์และราษฎรในพื้นที่โครงการศูนย์ศึกษาก ารพัฒนาอ่างคุ้งกระเบนโดยทำให้สมาชิกสหกรณ์มีความสามัคคี มีการทำงานร่วมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในหมู่สมาชิก นอกจากนี้เป็นการเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่าย จากการซื้อสินค้าที่สหกรณ์จัดจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาด อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้มีการออมทรัพย์ในสหกรณ์ และสมาชิกมีสถาบันการเงินเป็นของตนเองที่สามารถพึ่งได้เมื่อมีความต้องการทำให้คุณภาพชีวิตของสมาชิกมีความเป็นอยู่ดีขึ้น

ราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ | พระปรีชาสามารถ | หน้าแรก