

พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่สมาชิกกลุ่มชาวไร่ดอนขุนห้วย เมื่อวันที่
๒๖ พฤษภาคม ๒๕๑๖
"การที่จะให้ดำเนินการประกอบอาชีพในรูปสหกรณ์มีกรรมการดูแลผลประโยชน์ส่วนรวมในที่ดิน
ซึ่งเป็นของส่วนรวมนั้นเป็นการสนับสนุนให้สมาชิกได้มีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะการรวมกันเป็นการประหยัด
เงินในการใช้สอยที่จะต้องต่างคนต่างหาแหล่งตลาดหรือปรับปรุงที่ดินให้มีน้ำอุดมสมบูรณ์ เมื่อรวมกันขยันหมั่นเพียรที่จะประกอบอาชีพ ความดีนั้นจะเป็นเครื่องชักชวนให้บุคคลภายนอกทั้งเอกชนและรัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลืออุดหนุนให้วิชาความรู้วัสดุและวัตถุต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นผลให้กลุ่มเจริญมั่นคง เช่น ปัจจุบันที่ดินบางส่วนยังมีสภาพแห้งแล้ง แต่เพราะความขยันของกลุ่มที่สามารถเริ่มปลูกพืชไร่และความจำนงที่จะปลูกให้มากขึ้นนั้นเป็นผลให้กรมการปกครองและองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้หางบประมาณเกือบ ๕ แสนบาทมาเพื่อทำฝายน้ำล้นให้ เพราะน้ำเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเกษตรกรรม เมื่อประกอบกับความขยันหมั่นเพียร
ของชาวไร่ที่จะทำมาหากินแล้วจะนำความเจริญก้าวหน้ามาสู่ครอบครัวและสู่ส่วนรวมเป็นอย่างแน่"

ความเป็นมา
เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราช
ฐานไปประทับ ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมสมาชิกชาวไร่
ผักด้วยความห่วงใย และทรงมีพระราชดำริ สมาชิกกลุ่มชาวไร่ผักมีที่ดินทำกินเพียงครอบครัวละ ๒-๘ ไร่ ไม่เพียงพอแก่การประกอบอาชีพ จึงทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ นายเอนก พยัครฆันตร ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีในสมัยนั้น จัดหาที่ดินรกร้างว่างเปล่าซึ่งสามารถประกอบอาชีพการเกษตรได้ ให้แก่สมาชิกทำกินครอบครัวละ ๑๕ ไร่ คล้ายกับสมาชิกรุ่นที่ได้ย้ายไปอยู่ในโครงการหุบกะพง
ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้จัดหาที่ดินในตำบลเขาใหญ่ อำเภอชะอำ ที่ชาวบ้านเรียกว่า "ดอนขุนห้วย" เป็นที่สาธารณะประเภททุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ และที่รกร้างว่างเปล่า จำนวน ๒,๕๘๑ ไร่ พร้อมทั้งได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงทราบเกี่ยวกับโครงการเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๑๔ ซึ่งพระองค์ทรงเห็นชอบ และโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหม่อมหลวงเดช สนิทวงศ์ องคมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินงานมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ เริ่มดำเนินการจัดสรรที่ดินและก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภค
ตั้งแต่ปี ๒๕๑๔ โดยรัฐบาลได้ตราพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพที่ดินสาธารณประโยชน์ดอนขุน