เขื่อนจุฬาภรณ์ช่วยส่งเสริมให้ระบบการผลิตและการส่งกระแส
ไฟฟ้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความมั่นคงยิ่งขึ้น กิจการต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยไฟฟ้าประกอบการก็จะเกิดขึ้น หรือขยายออกไป
เป็นการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เขื่อนแห่งนี้จึงอำนวยประโยชน์ให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง
ลักษณะเขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ
- เป็นเขื่อนประเภทหินถม แกนกลางเป็นดินเหนียว บดอัดทับด้วยกรวดและหิน
- มีความยาวตามสันเขื่อน ๗๐๐ เมตร สันเขื่อนกว้าง ๘ เมตร ฐานกว้าง ๒๕๐ เมตร
- ความสูงจากฐานราก ๗๐ เมตร ความจุของอ่างเก็บน้ำ ๑๘๘ ล้านลูกบาศก์เมตร
- โรงไฟฟ้าตั้งอยู่ตรงเชิงเขาใกล้กับลำน้ำสุ ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของตัวเขื่อน แล้วชักน้ำหน้าเขื่อนจากฝั่งซ้าย
ของลำน้ำ โดยผ่านอุโมงค์ ซึ่งเจาะทะลุภูเขาไปหมุนเครื่องกังหันน้ำ ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาอีกด้านหนึ่ง ภายในโรงไฟฟ้า ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ขนาด ๒๐,๐๐๐ กิโลวัตต์ จำนวน ๒ ชุด
- ลานไกไฟฟ้า ตั้งอยู่บริเวณข้างอาคารโรงไฟฟ้า ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับระบบสายส่ง
ไฟฟ้า ขนาด ๑๑๕ กิโลวัตต์ จากเขื่อนไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูง ชุมแพ-ขอนแก่น ๑ ระยะทาง ๑๓๕ กิโลเมตร
- โครงการน้ำพรมได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๒
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้าเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๑๓ แล้วเสร็จ สามารถจ่าย
ไฟฟ้าได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นต้นมา
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ไปทรงเปิดเขื่อนและโรงไฟฟ้า
เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๖ พร้อมทั้งได้พระราชทานพระนามสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์
มาขนานนามชื่อเขื่อนว่า "เขื่อนจุฬาภรณ์"
- ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้สร้างเขื่อนขนาดเล็กชื่อ "เขื่อนพรมธารา" ขึ้นทางฝั่งซ้ายของเขื่อนจุฬาภรณ์
ห่างออกไปประมาณ ๕๐๐ เมตร เพื่อนำน้ำมาลงในอ่างเก็บน้ำจุฬาภรณ์ได้เพิ่มขึ้น ปีละประมาณ ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร
ประโยชน์ของเขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ
เขื่อนจุฬาภรณ์เป็นเขื่อนที่มีความสำคัญมากอีกเขื่อนหนึ่งต่อการ
พัฒนาพลังงานไฟฟ้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากการ
ผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วยพลังน้ำเฉลี่ยปีละ ๙๕ ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างเพียงพอ
อีกทั้งช่วยบรรเทาอุทกภัยในบริเวณทุ่งเกษตรสมบูรณ์ ซึ่งอยู่ห่างจากเขื่อนลงไปทางท้ายน้ำประมาณ ๖๐ กิโลเมตร
นอกจากนี้ อ่างเก็บน้ำยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดอีกแห่ง
หนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งบริเวณที่ตั้งของเขื่อน
มีทิวทัศน์สวยงามมาก และอากาศเย็นสบายตลอดปี จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้
|สรรพศิลปศาสตราธิราช | สาขาวิศวกรรมชลประทาน|