เขื่อนรัชชประภามีชื่อเรียกดั้งเดิมว่า "เขื่อนเชี่ยวหลาน" เป็นเขื่อนเอนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ อยู่ในจังหวัด สุราษฎร์ธานี เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามให้ใหม่ว่า "เขื่อนรัชชประภา" มีความหมายว่า "แสงสว่างแห่งรัชกาล"

เขื่อนรัชชประภาเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอีกแห่งหนึ่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่ได้ประสบผลสำเร็จลุล่วง ตามเป้าหมายที่วางไว้ทุกประการ ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือด้วยดีจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในภาครัฐบาลและเอกชน

ลักษณะเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ประโยชน์ของเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เขื่อนรัชชประภาเป็นเขื่อนประเภทเอนกประสงค์ ซึ่งมีความหมายตามพจนานุกรม ฉบับเฉลิมพระเกียรติ พ.ศ. ๒๕๓๐ ว่า "ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง" ดังจะเห็นได้จากประโยชน์ต่าง ๆ ดังนี้
  • การชลประทาน เมื่อมีการปรับปรุงระบบชลประทานเสริมแล้ว น้ำที่ปล่อยจากเขื่อนรัชชประภาจะเป็นผลดีต่อการเพาะปลูก ได้เป็นอย่างดี
  • การบรรเทาอุทกภัย การเก็บกักน้ำของเขื่อนในฤดูฝน จะช่วยลดความรุนแรงของภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ตอนล่างได้ เป็นอย่างดี
  • การเจือจางน้ำเสียและผลักดันน้ำเค็ม สภาพน้ำน้อยของลำน้ำตาปีและพุมดวงในหน้าแล้ง ทำให้เกิดภาวะน้ำเน่าเสียได้ง่าย ขณะเดียวกันที่ปากแม่น้ำก็จะมีน้ำเค็มรุกล้ำลึกเข้ามาตามลำน้ำ น้ำจากเขื่อนรัชชประภาจะถูกปล่อยออกไปเจือจางน้ำเสีย และต้านทานการรุกล้ำของน้ำเค็มที่ปากแม่น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การประมง อ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภาเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญ ทำรายได้ให้กับราษฎรที่อยู่บริเวณโดยรอบอ่างเก็บน้ำ สามารถจับปลาได้เฉลี่ยวันละ ๒ ตัน คิดเป็นมูลค่าปีละกว่า ๕ ล้านบาท
  • การท่องเที่ยว ทัศนียภาพโดยรอบบริเวณเขื่อนและอ่างเก็บน้ำสวยสดงดงามและสงบร่มรื่น ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทาง ไปเยี่ยมชมกันอยู่ตลอดเวลาปีละหลายหมื่นคน
  • การผลิตไฟฟ้า น้ำที่ปล่อยผ่านเครื่องผลิตไฟฟ้าเพื่อส่งให้เกษตรกรท้ายน้ำ สามารถผลิตพลังไฟฟ้าได้ ๒๔๐,๐๐๐ กิโลวัตต์ ให้พลังงาน ไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ ๕๕๔ ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ช่วยเสริมให้ระบบไฟฟ้าในภาคใต้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น

|สรรพศิลปศาสตราธิราช | สาขาวิศวกรรมชลประทาน|