กอร์ดอน มัวร์ ได้ตั้งกฎของมัวร์ซึ่งเป็นกฎที่ใช้ในการอธิบายอัตราการเติบโตของเทคโนโลยีการผลิตไมโครโปรเซสเซอร์
กฎของมัวได้เน้นให้เห็นว่า จำนวนทรานซิสเตอร์ที่ใช้ในการสร้างชิพหนึ่งชิพได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุก
ๆ 18 เดือน และยังมีกฎข้อ 2 ได้แสดงให้เห็นว่าต้นทุนในการสร้างชิพที่มีความซับซ้อนนี้ต้องใช้ต้นทุนในการสร้างชิพได้เพิ่มขึ้นเป็นอัตราการก้าวหน้าแบบเอ็กโพ
เนนเชียน ขณะเดียวกันขนาดของทรานซิสเตอร์วัดกันที่ขนาดเส้นก็มีการลดลงเป็นอัตราส่วนก้าวหน้าเช่นกันอัลเบิร์ต
ยู ผู้เชียวชาญ ไมโครโปรเซสเซอร์ และรองประธานบริษัทอินเทล ได้เน้นและทำการทำนายเทคโนโลยีโดยแบ่งแยกให้เห็นว่าสิ่งที่อินเทลจะต้องสร้าง
ให้ได้และเป็นไปตามกฎการพัฒนาที่ผ่านมาตลอด 25 ปี อัลเบิร์ต ยู ได้เน้นว่าในปี
ค.ศ. 2000 ไมโครโปรเซสเซอร์จะมีขนาด 1.1 นิ้ว มีจำนวนทรานซิสเตอร์ไม่น้อยกว่า
40 ล้านตัว มีขีดความสามารถ 2400 MIPS และหากคาดคะเนต่อไปในปี ค.ศ. 2006ขีดความ
สามารถจะเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยจำนวนทรานซิสเตอร์ต่อชิพจะสูงถึง 350 ล้านตัว
ตารางที่ 1 เป็นตารางที่อัลเบิร์ต ยูได้คาดคะเนไว้
ตลาดไมโครโปรเซสเซอร์เป็นตลาดใหญ่มีแนวโน้มที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องความต้องการในเรื่องการประยุกต์ใช้งานเน้นการทำงาน
ในรูปแบบที่เป็นมัลติมีเดียและภาพจะเป็นแบบสามมิติการเชื่อมโยงของอินเทอร์เน็ตก็เป็นแรงผลักขับดันการประยุกต์ใช้งานที่เด่นชัด
เชื่อกันว่าหลังจากปี ค.ศ. 2000 อินเทอร์เน็ต 2 จะมีบทบาทมากขึ้นการประยุกต์ที่ความเร็วสูและมีประสิทธิภาพในเรื่องการโต้ตอบ
จำเป็นต้องใช้ซีพียูที่เร็วขึ้น หากต้องการให้ระบบการประยุกต์บนอินเทอร์เน็ตมีลักษณะใช้เป็นวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ได้ยิ่งต้องการ
ความสามารถของไมโครโปรเซสเซอร์
