เพื่อให้เห็นภาพของอดีต ปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคตของไมโครโปรเซสเซอร์สำหรับการเตรียมการในยุคอนาคต  ที่กำลังจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไมโครโปรเซสเซอร์ตัวแรกผลิตขึ้นในปี ค.ศ. 1971  ดังนั้นในปีนี้จึงเป็นปีที่เข้ารอบ 25 ปี ของไมโครโปรเซสเซอร์ การเฉลิมฉลองครบรอบ 25 เป็นเรื่องที่น่ากล่าวถึง ทั้งนี้เพราะไมโครโปรเซสเซอร์เป็นตัวเปลี่ยน กระแสสังคม และมีผลต่อความเป็นอยุ่ของมนุษย์อย่างมาก กล่าวกันว่าสินค้าทางด้านเครื่องใช้ เครื่องมือต่าง ๆ ใช้ไมโคร โปรเซสเซอร์ เกือบทั้งหมด เฉพาะมูลค่าของไมโครโปรเซสเซอร์และอุปกรณือิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นส่วนประกอบก็มีค่ารวมกันกว่า แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปีแล้ว และยิ่งถ้าเป็นสินค้าสำเร็จรูปจะมีมูลค่ากว่าล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี อีกทั้งแนวโน้มของ อุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศมีแนวโน้มที่สูงขึ้น เพื่อให้เห็นภาพของอดีต ปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคตผู้เขียนจึงขอ รวบรวมเรื่องราวที่สำคัญของไมโครโปรเซสเซอร์เพื่อเป็นแนวทางมองไปข้างหน้าสำหรับการเตรียมการในยุคอนาคตที่กำลังจะ มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 
ผู้ที่มีบทบาทที่สำคัญในการสร้างไมโครโปรเซสเซอร์ของอินเทลคือบุคคล 3 คนปัจจุบันได้รับการยกย่องให้ยืนอยู่ภายใน เกียรติภูมิ ที่ ชิคาโก ในฐานะนักประดิษฐ์ที่สำคัญของโลก เทียบเคียงกับสองพี่น้องตระกูล ไรต์ เอดิสัน หรือเบล เป็นต้น บุคคลทั้งสายซึ่งในจุด เริ่มต้นเป็นพนักงานบริษัทอินเทล ได้แก่ Marcian E Hoft. Stanley Mazor และ Feederio Faggin ทั้งสามไม่คาดคิดเลยว่า จะได้รับเกียรติสูงถึงขนาดนี้

 
 "ผมเชื่อว่าในรอบ 25 ปีที่ผ่านมาไมโครโปรเซสเซอร์ได้มีบทบาทสำคัญต่อชาวโลก" แฟกกินกล่าวในฐานะที่เป็นบรรณาธิการ ฉบับเฉลิมฉลองไมโครโปรเซสเซอร์ครบรอบ 25 ปีของวาสาร IEEE Micro "เราพอจะแบ่งระยะของไมโครโปรเซสเซอร์ในรอบ 25 ปีที่ผ่านมาออกเป็นสามระยะ ระยะแรกเป็นระยะที่เทคโนโลยีสารกึ่งตัวนำมีบทบาทมาก การสร้างชิพแบบ LSI จำเป็นต้องใช้เทคนิค ในการลดขนาดทรานซิสเตอร์เพื่อทำให้มีจำนวนทรานซิสเตอร์ในชิพมากขึ้นระยะที่สองบทบาทของการพัฒนาของไมโครโปรเซสเซอร์ ขึ้นกับ เทคโนโลยีสารกึ่งตัวนำและเทคโนโลยีการพัฒนาสถาปัตยกรรมของตัวไมโครโปรเซสเซอร์ ส่วนระยะที่สามบทบาทสำคัญของ การพัฒนาอยู่ที่โครงสร้างและสถาปัตยกรรมเป็นสำคัญ ในระยะแรกของการพัฒนา ข้อจำกัดของการพัฒนาอยู่ที่ทำอย่างไร จึงจะได้จำนวนความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์สูงขึ้น ความเร็วของการทำงาน ไมโครโปรเซสเซอร์ 4004 ใช้ชิพขนาด 3x4 มิลลิเมตร มีจำนวนทรานซิสเตอร์ จำนวน 2,300 ตัว ใช้กำลังงานไฟฟ้า 300 มิลลิวัตต์ สัญญาณนาฬิกา 750 กิโลเฮิรตซ์หรือ วงรอบคำสั่งหนึ่งประมาณ 10.8 ไมโครวินาที

 
ครั้นต่อมาแนวคิดในการที่จะจำลองมินิคอมพิวเตอร์หรือเมนเฟรมเริ่มเกิดขึ้นความพยายามในระยะที่สองนี้เน้นการใช้สถาปัตย กรรม ที่มีอยู่ พัฒนาให้เข้ากับเทคโนโลยี โดยทำให้การสร้างชิพมีความหนาแน่นสูงขึ้น ทำให้เกิดซีพียูรุ่นใหม่ๆ  และใช้งานกันอย่าง กว้างขวาง  มากขึ้น ส่วนระยะหลังเน้นการพัฒนาสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น RESC ทำให้ไมโคร โปรเซสเซอร์  ได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีก