กระเจี๊ยบ

กระเจี๊ยบแดง Roselle
Hibiscus sabdariffa Linn.
MALVACEAE
ชื่ออื่น กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบเปรี้ยว ผักเก็งเค็ง ส้มเก็งเค็ง ส้มตะเลงเครง

ไม้พุ่ม สูง ๕๐-๑๘๐ ซม. มีหลายพันธุ์ ลำต้นสีม่วงแดง ใบเดี่ยว รูปฝ่ามือ ๓ หรือ ๕ แฉก กว้างและยาวใกล้เคียงกัน ๘-๑๕ ซม. ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีชมพู หรือเหลือง บริเวณกลางดอกมีสีม่วงแดง เกสรตัวผู้เชื่อมกันเป็นหลอด ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ มีกลีบเลี้ยงสีแดงฉ่ำน้ำหุ้มไว้

กระเจี๊ยบเป็นพืชที่ได้รับการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเมื่อประมาณปี ๒๕๑๘ พันธุ์ที่นิยมปลูกกันมาก มีพันธุ์ซูดาน ซึ่งมีกลีบใหญ่หนา สีเหลืองถึงแดงเข้ม และพันธุ์เอส ๒๗๖๐ จากประเทศสหรัฐอเมริกา กระเจี๊ยบเป็นพืชที่ชอบดินร่วนเหนียว ทนกับการแปรปรวนของอากาศได้ดี นิยมปลูกมากที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี และที่สหกรณ์หุบกระพง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี กระเจี๊ยบเป็นพืชที่ไวต่อแสงมาก เกษตรกรจะเริ่มปลูกตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ออกดอกในเดือนตุลาคม และเก็บผลิตผลในเดือนธันวาคมเป็นต้นไป

โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ได้ทดลองปลูกกระเจี๊ยบพันธุ์บราซิลที่สวนปทุม ตำบลบางแขยง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี และเมื่อนำมาผลิตน้ำกระเจี๊ยบพาสเจอร์ไรส์ โดยบรรจุเป็นขวด ขนาด ๐.๕ ลิตร และ ๑ ลิตร เป็นน้ำผลไม้พาสเจอร์ไรส์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทยและชาวต่างประเทศเพราะสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ด้วย

ตำรายาไทยใช้ใบและยอดอ่อนซึ่งมีรสเปรี้ยวแก้ไอ เมล็ดบำรุงธาตุ ขับปัสสาวะ มีรายงานการทดลองในผู้ป่วยโรดนิ่วในท่อไต ซึ่งดื่มยาชงกลีบเลี้ยงแห้งของผล ๓ กรัมในน้ำ ๓๐๐ ซีซี วันละ ๓ ครั้ง ทำให้ถ่ายปัสสาวะสะดวกขี้น บางรายนิ่วหลุดได้เอง นอกจากนี้ทำให้ผู้ป่วยกระเพาะปัสสาวะอักเสบ มีอาการปวดแสบเวลาปัสสาวะน้อยลง

ที่มา : หนังสือ "สมุนไพรสวนสิรีรุกขชาติ" หน้า ๑๑๙ โดย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล,

เอกสาร "โรงน้ำผลไม้สวนจิตรลดา" โดย โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา