ความเป็นมา

ในระยะแรกที่มีการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมในประเทศ เกษตรกรผู้เลี้ยงมักประสบปัญหาจำหน่ายน้ำนมดิบไม่ หมด ต้องประสบกับการขาดทุนเสมอ โดยเฉพาะเกษตรกรในจังหวัดราชบุรีและจังหวัดใกล้เคียงซึ่งเลี้ยงโคนม กันมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริให้นำน้ำนมสดมาแปรรูปเป็นนมผง ซึ่งจะเก็บไว้ได้นาน นับเดือน จึงโปรดให้ก่อสร้างโรงงานผลิตนมผงขนาดเล็กขึ้นในบริเวณสวนจิตรลดา เพื่อเป็นตัวอย่างแก่สมาชิก สหกรณ์โคนมได้ศึกษา และรวมทุนกันก่อสร้างโรงงานของตนเองต่อไป

เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๑ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในจังหวัดราชบุรี ซึ่งประสบปัญหาใหญ่เกี่ยวกับสถานที่ จำหน่ายน้ำนมดิบ เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ทำให้ประสบภาวะการขาดทุนในการประกอบอาชีพ กลุ่มผู้นำเกษตรกรตำบลหนองโพและเขตใกล้เคียง ได้ขอความช่วยเหลือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ราชบุรี ในขณะนั้นคือ นายจรูญ วัฒนากร ให้ติดต่อผู้รับซื้อน้ำนมดิบ และได้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ตกลง เป็นผู้รับซื้อ โดยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรวมกลุ่มจัดตั้งศูนย์รวมนมหนองโพขึ้น โดยได้รับการสนับสนุน งบประมาณจากทางราชการและทุนของกลุ่มเกษตรกรเป็นทุนในการก่อสร้างอาคารศูนย์รวมน้ำนม

ก่อนที่จะมีการก่อตั้งศูนย์รวมน้ำนมนั้น ในปี ๒๕๑๒ สถานีผสมเทียมจังหวัดราชบุรี ได้นำเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเปิดโรงงานนมผง สวนดุสิต ณ พระราชวังสวนจิตรลดา และในครั้งนั้นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจังหวัดราชบุรีได้ทูลเกล้าถวายฎีกาถึงปัญหา ความเดือดร้อนที่ไม่มีตลาดจำหน่ายน้ำนมดิบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ความช่วยเหลือในการที่จะสร้างโรงงานนมผงขึ้น

ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ การดำเนินการของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมประสบความสำเร็จแต่ยังไม่เพียงพอต่อการรับ สถานการณ์น้ำนมดิบที่เพิ่มสูงขึ้นกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม จึงเคลื่อนไหวจัดตั้งสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมที่ตำบล หนองโพ

ในปีเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายทวิช กลิ่นประทุม และ คณะกรรมการศูนย์รวมนมหนองโพเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน จำนวน ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อพิจารณา นำมาช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงนำเงินดังกล่าวรวมกับทุนทรัพย์ ส่วนพระองค์ จำนวน ๑,๐๐๒,๐๐๐ บาท ก่อสร้างโรงงานนมผง ณ ตำบลหนองโพ อำเภอโพธาราม จังหวัด ราชบุรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ออกแบบ โดยใช้ต้นแบบจากโรงงานนมผง สวนจิตรลดา แต่มีกำลังการผลิตนมผงเป็นสองเท่าพระราชทานชื่อว่า "โรงงานหนองโพ" ให้มีการดำเนินการ บริหารในรูปของบริษัทชื่อบริษัท ผลิตภัณฑ์นมหนองโพ จำกัด และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์

เหตุผลสำคัญที่ดำเนินการในรูปบริษัทนั้นเป็นไปตามพระราชปรารภที่ว่า

"การที่จะให้การเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพปึกแผ่นมั่นคงได้นั้น ผู้เลี้ยงโคนมควรจะได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มในรูปแบบ ของสหกรณ์ เพื่อสมาชิกจะได้รับประโยชน์มากที่สุด แต่ระหว่างที่สหกรณ์ยังไม่พร้อมนั้น ควรให้จัดตั้งในรูป บริษัทที่ไม่ได้มุ่งหวังกำไร บรรดาเงินกำไรสุทธิที่บริษัทหาได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้น จึงไม่มีการแบ่งกำไร ให้กับผู้ถือหุ้น แต่ให้บริษัทนำกำไรสุทธิส่วนหนึ่งให้แก่สมาชิกสหกรณ์ ซึ่งนำนมสดมาขายให้แก่โรงงานนมผง เป็นประจำ และอีกส่วนหนึ่งของกำไรเข้ากองทุนสะสม เพื่อประโยชน์แก่การศึกษาของบรรดาบุตรหลานสมาชิก กลุ่มผู้เลี้ยงโคนม อันจะเป็นประโยชน์แก่สหกรณ์และท้องถิ่น"

น้ำพระราชหฤทัยในการส่งเสริมสหกรณ์โคนมอย่างเป็นระบบนี้ เห็นได้จากพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ คณะกรรมการดำเนินงานสร้างโรงงานนมผง เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๑๓ ตอนหนึ่งว่า

"วิธีที่จะให้ผู้ผลิตนมโคสามารถจำหน่ายนมได้ก็มีทางเดียวก็คือตั้งโรงงาน แล้วให้โรงงานนั้นเป็นของผู้ผลิต มิใช่ว่าบริษัทฝรั่งหรือญี่ปุ่นมาลงทุนสร้างโรงงานแปรสภาพวัตถุดิบให้เป็นสินค้าต่อไปนั้น ความคิดเช่นนี้เป็น ความคิดที่เรารับไม่ได้ เพราะว่าเกิดเรื่องอยู่เสมอที่จะต้องมีการทะเลาะวิวาทระหว่างผู้ผลิตคือผู้ที่ผลิตนมโค ผู้ที่เลี้ยงโคนมกับผู้ที่แปรสภาพมาทำเป็นนมกระป๋อง เป็นนมผง เนยแข็ง เนยสด หรือเนยอะไรก็ตาม คือถ้า ตั้งเป็นบริษัทแปรสภาพและขายนมสดให้ จะต้องเกิดเรื่องอยู่เสมอ แต่ถ้าผู้ที่ผลิตวัตถุดิบกับผู้ที่แปรสภาพเป็น เจ้าของเดียวกันจะไม่เกิดปัญหา เพราะว่าทำกันเอง แต่การทำกันเองนี้มีความลำบากอยู่ที่ต้องมีวินัยอยู่มาก ต้องมีความเสียสละเพื่อส่วนรวมของกิจการอย่างสำคัญ ถ้าตั้งในรูปโรงงานสหกรณ์ก็จะเป็นการดี แต่ถ้าสร้าง ในรูปโรงงานสหกรณ์ไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม ก็เห็นควรเลิกล้มกิจการ เพราะว่าจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง....."

เมื่อราวต้นปี ๒๕๑๔ กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในจังหวัดราชบุรี ได้มีการจัดตั้งเป็นสหกรณ์ประเภทบริการ ชื่อสหกรณ์โคนมราชบุรี จำกัด มีสมาชิกแรกตั้ง ๑๘๕ คน และได้รับโอนกิจการของศูนย์รวมนมหนองโพ มาดำเนินการ ซึ่งต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด เป็นสหกรณ์ประเภท สหกรณ์การเกษตร

ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงงานนมผงหนองโพ เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๑๕ ในวโรกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชปรารภในการจัดตั้งโรงงาน นมผงว่า

"เมื่องานของสหกรณ์โคนมเจริญก้าวหน้าตามวัตถุประสงค์สมาชิกสหกรณ์ต่างมี ความเข้าใจใน หลักสหกรณ์และดำเนินกิจการสหกรณ์ได้ดีถูกต้องตามหลักของสหกรณ์ และมีหลักฐานมั่นคง จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โอนทรัพย์สินทั้งหมดของ บริษัทผลิตภัณฑ์นมหนองโพ จำกัด พร้อมด้วยโรงงานให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสหกรณ์ดำเนินกิจการในรูปสหกรณ์ต่อไปตามพระราช ประสงค์"

ในปี ๒๕๑๗ คณะกรรมการบริหารบริษัทฯ ได้จัดสร้างโรงงานผลิตภัณฑ์นมหลังใหม่และติดตั้งเครื่องจักร ผลิตนมที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากลอย่างถูกหลักอนามัยเพื่อรับรองปริมาณน้ำนมดิบที่เพิ่มมากขึ้นตาม ลำดับ

ในปี ๒๕๑๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระบรมราชานุมัติให้โอนกิจการทั้งหมดของบริษัท ผลิตภัณฑ์นมหนองโพ จำกัด ให้สหกรณ์โคนมหนองโพ จำกัด รับไปดำเนินการ และทรงรับสหกรณ์ไว้ให้อยู่ ในพระบรมราชูปถัมภ์

ในปี ๒๕๒๑ หลังจากโรงงานผลิตภัณฑ์นมหลังใหม่สร้างเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินเปิดอาคารโรงงานผลิตภัณฑ์นมหลังใหม่และได้มีผู้ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดย เสด็จพระราชกุศาล เป็นจำนวนเงิน ๑๒๙,๐๐๐ บาท ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานเงินทั้งหมดให้สหกรณ์นำไป ใช้ในด้านการศึกษาแก่บุตรหลานของสมาชิกโดยสหกรณ์นำเงินจำนวนดังกล่าวจัดตั้งเป็นมูลนิธิเพื่อการศึกษา ได้รับพระราชทานนามว่า มูลนิธิพระบารมีปกเกล้า ดำเนินการจัดสรรดอกผลเป็นทุนการศึกษา ให้แก่บุตรหลาน ของสมาชิกตามพระราชประสงค์ของพระองค์ท่าน ในวันที่ ๑๗ ตุลาคม ของทุกปีเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน (ปี ๒๕๒๒-๒๕๓๙) สามารถดำเนินการจัดสรรทุนเพื่อการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับอาชีวศึกษา รวมทั้งสิ้น ๑,๓๑๗ ทุน เป็นเงิน ๗๘๐,๘๐๐ บาท อีกทั้งผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์เข้ามูลนิธิตลอด มาทุกปีเช่นกัน ปัจจุบันมูลนิธิจึงยังคงมีทุนทรัพย์ จำนวน ๑,๒๕๐,๙๘๖.๙๘ บาท ซึ่งจะได้ใช้ดำเนินการตาม พระราชประสงค์ของพระองค์ท่านตลอดไป

ในปี ๒๕๓๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสร็จพระราชดำเนินในงานฉลองครอบรอบ ๑๕ ปี ของสหกรณ์ โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) ได้ทอดพระเนตรการผลิตผลิตภัณฑ์นมภายในโรงงาน ของสหกรณ์ฯ การจัดแสดงนิทรรศการประวัติความเป็นมาของสหกรณ์ฯ ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ใน การเลี้ยงโคนมและอุปกรณ์การผลิตนม ขณะทอดพระเนตรการจัดแสดงนิทรรศการของสหกรณ์อยู่นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชดำรัสกับคณะกรรมการของสหกรณ์ว่านิทรรศการเหล่านี้ จัดได้ ว่าเป็นวิชาการทางหนึ่งสำหรับการศึกษา หาความรู้ของคนรุ่นหลัง จึงควรเก็บรักษาไว้ โดยการสร้างพิพิธภัณฑ์ ทางด้านโคนม พร้อมกันนั้นได้พระราชทานเงิน จำนวน ๙๖๐,๐๐๐ บาท ให้แก่สหกรณ์เพื่อเป็นทุนใน การก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว

อาคารพิพิธภัณฑ์โคนมก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๓๑ ได้รับพระราชทานนามว่า อาคารเทพฤทธิ์ เทวกุล เพื่อเป็นที่ระลึกแด่หม่อมราชวงศ์ เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้ซึ่งออกแบบอุปกรณ์เครื่องใช้ในการผลิตนมผงของ โรงงานนมผงหนองโพ

วัตถุประสงค์

สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) มีวัตถุประสงค์สำคัญในอันที่จะช่วยให้เกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนมสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และช่วยตัวเองในการประกอบอาชีพ ให้มีรายได้ที่แน่นอนและมี มาตรฐานการครองชีพสูงขึ้นกว่าเดิม

ในส่วนของสหกรณ์ก็มีวัตถุประสงค์หลักที่เน้นการผลิต ผลิตภัณฑ์นมที่ถูกต้องตามหลักมาตรฐาน ทำการ ส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการบริโภคนมที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อสมาชิกและมวลชนในสังคมต่อไป

ผลการดำเนินงาน

สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) ดำเนินกิจการตามแนวพระราชประสงค์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ทำให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคง มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่มีปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องสถานที่จำหน่ายน้ำมันดิบ เนื่องจากสหกรณ์ทำหน้าที่ด้านการตลาดรองรับ น้ำนมดิบจากเกษตรกรและแปรรูปจำหน่ายเอง นอกจากนี้โรงงานสามารถผลิต ผลิตภัณฑ์นมจำหน่ายได้ทั่ว ประเทศ เมื่อประกอบกับการดำเนินงานในรูปสหกรณ์ ที่ผลประโยชน์ต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะตกอยู่กับสมาชิก แล้ว นับได้ว่า สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) คือทางออกของการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้อย่างแท้จริง ดังจะเห็นได้จากผลการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์มี ความก้าวหน้าเป็นลำดับ ปัจจุบันสหกรณ์ฯ มีจำนวนสมาชิก ๔,๗๐๖ คน สินทรัพย์ ๕๓๑ ล้านบาท หนี้สิน ๒๕๙ ล้านบาท ทุน ๒๗๒ ล้านบาท ธุรกิจซื้อ ได้แก่ ปริมาณน้ำนมดิบทั้งปี ๖๔,๕๑๕ ตัน มูลค่า ๕๓๑ ล้านบาท อาหารโคนม ๑๓๓ ล้านบาท ธุรกิจขาย ได้แก่ น้ำนมดิบ ๔๑ ล้านบาท ผลิตภัณฑ์นม (นมแปรรูป) ๑,๓๓๔ ล้านบาท ราคาน้ำนมดิบที่สหกรณ์ซื้อจากสมาชิก ๘.๘๖ บาท/กิโลกรัม กำไรสุทธิ ๕๒ ล้านบาท

สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) นี้นอกจากจะสามารถดำเนินธุรกิจเป็นของ บรรดาสมาชิกทั้งหลายได้อย่างดีแล้วสหกรณ์ยังเป็นแหล่งจ้างงานในชนบทที่สำคัญแหล่งหนึ่งซึ่งทำให้คนใน พื้นที่มีอาชีพมีรายได้ที่มั่นคงในการมีโอกาสทำงานกับสหกรณ์ ขณะนี้มีผู้ที่ได้ทำงานกับสหกรณ์กว่า ๖๕๐ คน อีกทั้งยังเป็นแหล่งศึกษาดูงานทั้งของชาวไทย และชาวต่างประเทศอย่างกว้างขวางในด้านการพัฒนาชนบทที่ ประสบผลสำเร็จในรูปแบบสหกรณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ | พระปรีชาสามารถ | หน้าแรก