| ศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์ เกิดที่ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร |
| จบปริญญาตรี วท.บ.(เกษตรศาสตร์) จากภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัย |
| เกษตรศาสตร์ ใน พ.ศ.2514 ได้รับทุนโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยให้ศึกษาต่อขั้น |
| ปริญญาโท จบปริญญา วท.ม. (พันธุศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| ใน พ.ศ.2517 บรรจุเป็นอาจารย์โท ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัย |
| เกษตรศาสตร์ ใน พ.ศ.2518 จากนั้นได้รับทุนมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ ให้ศึกษาต่อขั้น |
| ปริญญาเอกด้านพันธุศาสตร์และการปรับปรุงพันธุ์พืช ที่ University of Illinois |
| สหรัฐอเมริกา และจบการศึกษาใน พ.ศ.2522 |
| ทางด้านการทำงาน ได้รับตำแหน่งทางด้านวิชาการ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ |
| รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ ใน พ.ศ. 2526 2529 และ 2534 ตามลำดับ |
| ศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์ เป็นประธานกรรมการที่ปรึกษานิสิตขั้นบัณฑิต |
| จำนวนมาก จนถึง พ.ศ. 2539 มีบัณฑิตที่จบการศึกษาไปแล้วในขั้นปริญญาเอก 3 คน |
| ปริญญาโท 23 คน เป็นกรรมการที่ปรึกษาวิชาเอก และวิชารองของนิสิต ขั้นบัณฑิต |
| ศึกษาที่จบปริญญาเอกและปริญญาโทไปแล้วกว่า 30 คน ในปีการศึกษา 2539/40 |
| เป็นประธานกรรมการที่ปรึกษาของนิสิตปริญญาเอก 2 คน ปริญญาโท 5 คน |
| ทั้งยังเป็นที่ปรึกษาในการวิจัยของผู้เข้ารับการอบรมนานาชาติ เรื่องการผลิตและ |
| การวิจัยพืชผัก พ.ศ.2539 รวมได้ทั้งสิ้นกว่า 40 คน |
| ศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์ มีความสนใจด้านพันธุศาสตร์ และการ |
| ปรับปรุงพันธุ์พืชเศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะพืชตระกูลถั่ว ได้แก่ ถั่วเหลืองและถั่วเขียว |
| โดยทำการวิจัยเน้นหนักด้านพันธุศาสตร์ของถั่วเหลืองเขตร้อน ซึ่งมีผู้ศึกษากันน้อย |
| เช่น พันธุกรรมต้านทานโรคของถั่วเหลืองที่สำคัญในประเทศไทย คือ โรคแบคทีเรียล- |
| พัสตูล (bacterial pustule) และโรคราน้ำค้าง พันธุกรรมต้านทานแมลงที่สำคัญ คือ |
| หนอนเจาะฝัก พันธุกรรมทนทานต่อดินเค็มและดินกรด ซึ่งจะทำให้ถั่วเหลืองของไทย |
| สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เพาะปลูกได้ดียิ่งขึ้น โดยในการศึกษาหาสายพันธุ์ |
| ที่ทนทานต่อดินที่มีปัญหานั้น คณะวิจัยของ ศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์ |
| เป็นกลุ่มแรก ๆ ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สามารถเพาะเลี้ยงถั่วเหลืองจากใบเลี้ยงอ่อน |
| (young cotyledon) ที่อายุประมาณ 2 สัปดาห์หลังผสมเกสร ให้กลายเป็นต้นที่สมบูรณ์ได้ |
| ทำให้การคัดเลือกพันธุกรรมถั่วเหลืองในสภาพห้องปฏิบัติการเป็นไปได้มากกว่าแต่ก่อน |
| งานวิจัยที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจาก มหาวิทยาลัย- |
| เกษตรศาสตร์ สหภาพยุโรป (EU) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์ |
| และเทคโนโลยี หรือ กพวท. (ปัจจุบัน คือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี- |
| แห่งชาติ หรือ สวทช.) โดยได้แหล่ง พันธุกรรมทั้งจากศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักแห่งเอเซีย |
| (AVRDC) ประเทศไต้หวัน และกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) |
| ด้านถั่วเขียว ศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์ และคณะได้ทำการปรับปรุง |
| พันธุ์จนได้ถั่วเขียวพันธุ์ “กำแพงแสน 1” และ “กำแพงแสน 2” และนำออกเผยแพร่ |
| ให้แก่เกษตรกรใน พ.ศ.2529 ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี (พ.ศ.2539) พันธุ์ทั้งสอง |
| ได้รับความนิยมมากจนกระทั่งมีเกษตรกรปลูกทั่วประเทศกว่าร้อยละ 75 ของพื้นที่ |
| ปลูกถั่วเขียวผิวมันทั้งหมด อย่างไรก็ตามพันธุ์ทั้งสองก็ยังมีข้อเสียที่ไม่สามารถปลูกใน |
| พื้นที่ดินต่างชุดตาคลีได้ ทั้ง ๆ ที่พื้นที่ดังกล่าวจัดว่ามีศักยภาพในการปลูกถั่วเขียวมาก |
| ศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์ และคณะกำลังดำเนินการถ่ายทอดลักษณะความ |
| ทนทานต่อดินด่างจากถั่วเขียวของปากีสถานให้แก่ถั่วเขียวพันธุ์ไทย ทำให้มีทางเป็นไป |
| ได้มากที่จะพัฒนาถั่วเขียวทั้งสองพันธุ์ให้ทนทานต่อดินด่าง นอกจากนี้ยังได้ทำการศึกษา |
| พันธุกรรมการถ่ายทอดลักษณะปริมาณแป้งในถั่วเขียว ความต้านทานต่อการทำลายของ |
| ด้วงถั่วเขียว การพัฒนาให้ถั่วเขียวมีใบย่อยหลายใบและการผสมพันธุ์ระหว่างถั่วเขียว |
| กับถั่วอื่น ๆ ในสกุลเดียวกัน เช่น ถั่วเขียวผิวดำ ถั่วนิ้วนางแดง ถั่ว adzuki เป็นต้น |
| งานวิจัยถั่วเขียว ได้รับงบประมาณสนับสนุนเกือบทั้งสิ้นจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| และทำงานอย่างใกล้ชิดกับศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักแห่งเอเซีย สภาวิจัยการเกษตร- |
| นานาชาติ (ACIAR) และ CSIRO ประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งศูนย์วิจัยนานาชาติ |
| ด้านวิทยาศาสตร์เกษตร (JIRCAS) แห่งประเทศญี่ปุ่น |
| งานวิจัยด้านอื่น ๆ ศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์ มีความสนใจอย่าง |
| กว้างขวางโดยร่วมกับนักวิจัยหลายท่าน ดำเนินการวิจัย และตีพิมพ์ผลงานที่เกี่ยวข้อง |
| กับระบบการปลูกพืชผัก (มะเขือจาน แตงกวา มะเขือเทศ) ไม้ผล (มะละกอ ขนุน) |
| ไม้ดอก (ดาวเรือง) พืชไร่อื่น ๆ (ข้าวโพด ปอแก้ว ฝ้าย ถั่วลิสง ข้าว เผือก) พืชคลุมดิน |
| (หญ้าแฝก) นอกจากนี้ ยังตีพิมพ์ผลงาน ด้านทฤษฎีทางพันธุศาสตร์และการปรับปรุง |
| พันธุ์พืชอีกหลายเรื่อง กับงานวิจัย เชิงสำรวจด้านพันธุศาสตร์มนุษย์ อีก 2 เรื่อง |
| รวมเป็นผลงานตีพิมพ์ในวารสาร และรายงานประชุมทั้งในประเทศและนานาชาติกว่า |
| 75 เรื่อง ศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัยจนถึงปัจจุบัน |
| กว่า 15 โครงการ และเป็นผู้ร่วมงานอีกกว่า 15 โครงการ เช่นกัน บางโครงการสิ้นสุด |
| ภายใน 1-5 ปี บางโครงการก็ต่อเนื่องกว่า 10 ปี จากผลงานวิจัยมากมายที่ผ่านมา |
| จึงทำให้ท่านได้รับการยกย่องจากหน่วยงานต่าง ๆหลายหน่วยงานที่สำคัญได้แก่ |
| รางวัลนักวิจัยดีเด่นประจำปี 2528 จากสมาคมวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งประเทศไทย |
| ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ สำหรับงานวิจัยและพัฒนาถั่วเขียว รางวัลบุคคลดีเด่นของชาติ |
| สาขาพัฒนาการเกษตรประจำปี 2529 จากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ |
| สำนักนายกรัฐมนตรี รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| สาขาเกษตรศาสตร์ ในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| และครบรอบ 15 ปี ของสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| ใน พ.ศ.2536 |
| ด้วยผลงานวิจัยดีเด่นและด้วยความตั้งใจจริงที่ได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ |
| และกำลังสติปัญญา สร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ แก่แวดวงวิชาการในสาขา |
| การเกษตรมาตลอดระยะเวลาการทำงาน ศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์ |
| จึงได้รับการคัดเลือกให้ได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย ในฐานะเป็นเมธีวิจัยอาวุโส สกว. |
| สาขาเกษตรศาสตร์ ปี 2539 จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| |
| |