Thailand: The Royal Chitralada Projects Home Page
การปฏิบัติดูแล
การ<wbr ใส่ปุ๋ย" hspace = 20 vspace = 10 align = left>
การให้ปุ๋ย ปุ๋ยที่แนะนำให้ใช้สำหรับกระเทียมในบ้านเรา ควรมีสัดส่วนของไนโตรเจนเท่ากับ ๑ ส่วน ฟอสฟอรัส ๑ ส่วน และโปแตสเซียม ๒ ส่วน เช่น ปุ๋ยสูตร ๑๐-๑๐-๑๕. ๑๓-๑๓-๒๑ เป็นต้น อัตราปริมาณ ๕๐-๑๐๐ กก./ไร่ ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ดิน โดยแบ่งใส่ ๒ ครั้ง คือ ครั้งแรกใส่เป็นปุ๋ยรองพื้นตอนปลูกแล้วพรวนกลบลงในดิน ปริมาณครึ่งหนึ่ง และใส่ครั้งที่ ๒ ใส่แบบโรยข้างหรือหว่านทั่วแปลง แล้วพรวนกลบลงในดิน เมื่ออายุประมาณ ๓๐ วันหลังปลูก ควรใช้ปุ๋ยเสริมไนโตรเจน เช่น ปุ๋ยยูเรีย แอมโมเนียมซัลเฟต เป็นต้น เพื่อเร่งการเจริญเติบโตในระยะแรก อัตราประมาณ ๒๕-๓๐ กก./ไร่ เมื่ออายุประมาณ ๑๐-๑๔ วันหลังปลูก

การให้น้ำ กระเทียมควรได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอในช่วงระหว่างเจริญเติบโตและควรงดให้น้ำเมื่อหัวเริ่มแก่

การคลุมดิน เพื่อช่วยเก็บรักษาความชื้นในดิน ประหยัดการให้น้ำ ช่วยลดอุณหภูมิของดินลง ทำให้สามารถเจริญเติบโตได้ดี และยังควบคุมการแข่งขันของวัชพืชด้วย

การกำจัดวัชพืช วัชพืชถือเป็นปัญหาสำคัญของพืชตระกูลหอมทุกชนิด รวมทั้งกระเทียม การป้องกันกำจัดวัชพืชสามารถทำได้ ๒ วิธี
๑. การใช้แรงงาน ควรทำในขณะที่วัชพืชยังเล็กอยู่ เพื่อสามารถทำการแซะถอนได้ง่าย ไม่กระทบกระเทือนต่อการเจริญเติบโตของกระเทียม ควรปฏิบัติบ่อย ๆ และสม่ำเสมอ
๒. การใช้สารเคมี ยากำจัดวัชพืชที่แนะนำให้ใช้ในแปลงปลูกกระเทียมสำหรับบ้านเรา ได้แก่ อลาคลอร์ (Alachlor) มีชื่อการค้าว่า แลสโซ่ (Lasso) ใช้อัตราประมาณ ๐.๓๖-๐.๔๕ กก./ไร่ ของเนื้อยาบริสุทธิ์ที่ใช้แบบก่อนพืชหรือวัชพืชงอก โรคสำคัญ ได้แก่ โรคเน่าเละ (Bacterial Soft Rot) โรคเน่าจากเชื้อฟิวซาเรียม (Fusarium Rot) โรคใบไหม้ (Blast) โรคใบจุด (Leaf Spot) โรคราน้ำค้าง (Downy Mildew) โรคแอนแทรคโนส (Anthracnose) แมลงสำคัญ ได้แก่ เพลี้ยไฟ (Onion Trips) หนอนกระทู้หอม (Beet Armyworm)


ที่มา : สวนผัก หน้าที่ ๒๘๑-๒๘๔ โดย กลุ่มหนังสือเกษตร AGRI BOOK