งานหลักในการปฏิบัติงานในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชมีดังนี้ คือ

๑. ศึกษาสายพันธ์ของพืชทุกชนิดโดยวิธีการทางอิเลคโตรโฟรีซี
๑.๑ พืชทั่วไปที่จะนำเข้าไปเก็บในธนาคารพืชพรรณ ศึกษาลักษณะทางด้านแบบแผนของไอโซไซม์ (isozyme pattern)
๑.๒ ชนิดของพืชที่ได้รับการคัดเลือกขึ้นมาว่าน่าสนใจ นำมาศึกษาทางด้านการวิเคราะห์โปรตีน (protein analysis)
๑.๓ ชนิดของพืชที่น่าสนใจที่สุดว่ามีลักษณะพิเศษเฉพาะที่ไม่มีในพืชอื่น หรือมีเอกลักษณ์ประจำชนิด นำมาศึกษาทางด้านพันธุวิศวกรรม (genetic engineering) ทำแผนที่ยีน (gene mapping) ซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงพันธุ์พืชได้ในอนาคต

๒. ในการทำงานจะต้องร่วมงานกับหน่วยงานต่างๆเพื่อจะได้ตัวอย่างพืชมาทำการทดลอง โดยร่วมกั
๒.๑ หน่วยปฏิบัติการสำรวจและรวบรวมพันธุ์ (Plant exploration and introduction)
     โดยที่ห้องปฏิบัติการชีวโมเลกุลจะได้ตัวอย่างพืชสดมาทำการทดลองโดยใช้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น ใบอ่อน ราก กลีบดอก ฯล
๒.๒ หน่วยปฏิบัติการพฤกษศาสตร์ (Botany unit)
     โดยที่ห้องปฏิบัติการชีวโมเลกุล จะได้ทราบคุณสมบัติทางกายภาพของพืชชนิดต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจในการคัดเลือกชนิดของพืชที่จะนำมาตรวจสอบในขั้นตอนต่างๆและประกอบการตัดสินใจในการคัดเลือกชิ้นส่วนของพืชที่จะนำมาทำการวิจัย เช่นในพืชขนุนพบว่ามียางมาก อาจจะต้องหาส่วนที่มียางน้อยที่สุดมาทำการวิจัยนั่นคือส่วนราก เป็นต้น
๒.๓ หน่วยธนาคารข้อมูล ( Data bank unit)
     โดยที่ห้องปฏิบัติการชีวโมเลกุล จะได้ทราบข้อมูลในการรวบรวมพันธุ์พืชจากที่ต่าง ๆ ผ่านทางธนาคารข้อมูลแห่งนี้ และหลังจากที่ตรวจสอบสายพันธุ์พืชเสร็จแล้วก็จะนำข้อมูลต่างๆเข้าเก็บในธนาคารข้อมูลด้วย อาจจะในรูปแผนที่ของยีน แผนที่ของแถบเอนไซม์ และแผนที่ของโปรตีน โดยอาจเก็บผ่านการเครื่องอ่านภาพ (Scanner) โดยคอมพิวเตอร์ส่วนหนึ่งเพื่อเก็บเป็นข้อมูลเฉพาะสายพันธุ์
๒.๔ หน่วยปฏิบัติการกักกันพืช (Plant germplasm qarantine unit)
     โดยที่ห้องปฏิบัติการชีวโมเลกุลจะทราบข้อมูลทางด้านโรคพืชของพืชต่าง ๆ ก่อนที่จะมาทำการวิจัย
๒.๕ หน่วยปฏิบัติการเมล็ดพันธุ์พืช ( Seed maintenance and storage unit)
     โดยที่ห้องปฏิบัติการชีวโมเลกุล จะต้องนำส่วนเมล็ดก่อนที่จะมีการเก็บรักษามาทำการศึกษาทางด้านอีเล็คโตโฟรี ซีสและหลังจากที่เก็บรักษาแล้วมาศึกษาอีกครั้ง หรือระหว่างที่มีการเก็บรักษาพันธุ์อยู่ก็อาจมีการนำมาศึกษาด้วยในบางครั้ง เพื่อประกอบในการตัดสินใจเลือกชนิดขอพืชที่จะนำมาวิจัยเฉพาะเจาะจง
๒.๖ หน่วยปฏิบัติการเก็บรักษาพันธุ์พืชโดยวิธีการเลี้ยงเนื้อเยื้อพืช (Invitro conservation and cryopreservation unit)
     โดยที่ห้องปฏิบัติการชีวโมเลกุล จะต้องนำพืชก่อนจะทำการเก็บรักษาในสภาพ cryopreservation มาศึกษาแบบแผนทางด้านไอโซไซม์ หรือ โปรตีน อาจจะไปถึงขั้นระดับยีนในพืชบางชนิด และ หลังจากการเก็บรักษาอีกครั้ง หรือระหว่างการเก็บรักษาด้วยในพืชบางชนิด ซึ่งจะได้รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับชีวโมเลกุลหรือไม่ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงในระดับชีวโมเลกุล ก็มีแนวโน้มว่าสายพันธุ์พืชอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง อาจจะดีขึ้นหรือเลวลงก็เป็นไปได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงพันธุ์พืชต่อไปได้
๒.๗ หน่วยเพาะชำอนุรักษ์พันธุกรรมพืช (Plant conservation nursery unit)
     โดยที่ห้องปฏิบัติการชีวโมเลกุลจะต้องติดต่อประสานงานเพื่อตรวจสอบสายพันธุ์พืชที่นำมาปลูกหลังการเก็บรักษาแล้ว เพราะพืชที่ผ่านการเก็บรักษาไม่ว่าจะในรูปของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อพืช หรือเมล็ดจะต้องนำมาปลูกเพื่อหาเปอร์เซ็นต์การรอด แต่สามารถตรวจสอบสายพันธุ์ได้ก่อนว่ามีการเปลี่ยนแปลงในระดับโมเลกุลหรือไม่ ซึ่งผลทางด้านชีวโมเลกุลจะเป็นข้อยืนยันได้ส่วน