การตัดชำ (CUTTING)
การตัดชำ หมายถึง การนำส่วนต่าง ๆ ของพืชพันธุ์ดีที่เราต้องการมาตัดแล้วปักชำในวัสดุเพาะชำเพื่อให้ได้ต้นพืชต้นใหม่จากส่วนที่นำมาปักชำ วิธีการตัดชำนี้ทำให้ชิ้นส่วนของพืชที่อยู่ในวัสดุเพาะชำพยายามสร้างรากพร้อมกับพัฒนาส่วนยอดหรือต้นอ่อนขึ้นมาใหม่ เมื่อทั้งสองส่วนนี้เจริญสมบูรณ์แข็งแรงดีแล้วก็ย้ายต้นพืชใหม่ไปปลูกต่อไป แต่ในบางครั้งพบว่าการตัดชำมักไม่ประสบความสำเร็จ คือ ส่วนล่างที่อยู่ในวัสดุเพาะชำไม่ออกรากหรือออกรากน้อยและช้า จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนเร่งรากช่วยเร่งการออกรากให้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งความเข้มข้นของฮอร์โมนที่ใช้ย่อมแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดพืช

การตัดชำ แบ่งออกเป็น
การตัดชำกิ่ง (Stem cuttings)
การตัดชำราก (Root cuttings)
การตัดชำใบ (Leaf cuttings)
การตัดชำใบที่มีตาติด (Leaf with bud cuttings)

๑. การตัดชำกิ่ง (Stem cuttings) แบ่งออกเป็น ๓ ลักษณะคือ
๑.๑ การตัดชำกิ่งแก่ เป็นการตัดชำกิ่งแก่ที่ไม่มีใบติด แต่ต้องเป็นกิ่งที่มีอาหารสะสมอยู่ต้องตัดชำกิ่งที่ไม่มีตาข้างที่กำลังแตกออกมาใหม่ ๆ ความยาวของกิ่งที่ตัดประมาณ ๑๕-๒๐ เซนติเมตร ควรตัดเฉียงเป็นรูปปากฉลาม ทำมุมประมาณ ๔๕-๖๐ องศา ทั้งด้านบนและด้านล่าง โดยส่วนด้านล่างของกิ่งที่เป็นส่วนปักชำในวัสดุเพาะชำนั้นต้องพยายามตัดให้ปากแผลชิดกับข้อ ส่วนบนควรตัดเหนือตาสุดท้ายของกิ่งประมาณ ๑-๑.๕ เซนติเมตร เพราะตาส่วนบนของกิ่งที่ปักชำจะแตกก่อนตาที่อยู่ด้านล่าง และควรชุบสารเคมีป้องกันเชื้อราเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อราเข้าทางปากแผล แล้วจึงนำไปปักชำในกระบะปักชำที่มีวัสดุพรางแสง รดน้ำเช้า-เย็น สังเกตดูหากวัสดุเพาะชำแห้งควรเพิ่มช่วงการให้น้ำให้ถี่ขึ้น เมื่อกิ่งปักชำเริ่มมีการแตกตาเป็นยอดใหม่ รวมทั้งระบบรากที่เกิดใหม่เริ่มแก่และแข็งแรงแล้วจึงทำการย้ายต้นพืชใหม่ลงปลูกในภาชนะที่เตรียมไว้ ช่วงนี้ควรนำไปไว้ที่ร่มรำไรสักระยะหนึ่งก่อนจนกว่าต้นพืชใหม่จะแข็งแรงดีจึงให้รับแสงเต็มที่ พืชที่เหมาะจะใช้วิธีการขยายพันธุ์แบบนี้ ได้แก่ เฟื่องฟ้า กุหลาบ ฯล

ตัดกิ่งยาว ๑๕-๒๐ปักชำในวัสดุเพาะชำกิ่งที่ได้หลังจากปักชำแล้ว

๑.๒ การตัดชำกิ่งกึ่งอ่อนกึ่งแก่ หรือกิ่งเพสลาด (semi-hardwood cuttings) การตัดชำกิ่งประเภทนี้ สำหรับพืชบางชนิดต้องมีใบติดอยู่ด้วยเพื่อช่วยปรุงอาหาร โดยให้ริดใบเฉพาะส่วนโคนกิ่งที่ต้องปักชำในวัสดุเพาะชำออกประมาณ ๒-๓ ใบ แล้วตัดปลายกิ่งและโคนกิ่งเฉียงทำมุม ๔๕-๖๐ องศา เช่นเดียวกับการตัดชำกิ่งแก่ ความยาวของกิ่งประมาณ ๑๕-๒๐ เซนติเมตร เนื่องจากกิ่งตัดชำที่มีใบติดอยู่จะมีการคายน้ำค่อนข้างสูง ดังนั้นต้องให้น้ำเพื่อให้เกิดความชื้นตลอดเวลาหรือปักชำในกระบะพ่นหมอกจะดีที่สุดเนื่องจากมีความชื้นสูง ควรดูแลและป้องกันเชื้อราที่จะเข้ามาทำลายกิ่งที่ทำการปักชำ ให้ได้รับความเสียหาย หลังจากกิ่งปักชำเจริญเป็นต้นพืชใหม่และมีระบบรากแข็งแรงสมบูรณ์แล้วก็ทำการย้ายปลูกต่อไป พืชที่เหมาะจะใช้วิธีการขยายพันธุ์แบบนี้ ได้แก่ ส้ม ฝรั่ง มะกอก ฯล

ตัดกิ่งยาว ๑๕-๒๐ปักชำในวัสดุเพาะชำกิ่งที่ได้หลังจากปักชำแล้ว
เป็นรูปปากฉลาม

๑.๓ การตัดชำกิ่งอ่อนและยอดอ่อน (softwood cuttings) นิยมใช้ในการขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับเป็นส่วนใหญ่ การตัดชำวิธีนี้จะออกรากได้ง่าย ความยาวของกิ่งประมาณ ๓-๕ นิ้ว ริดใบบริเวณโคนกิ่งออกเล็กน้อย ควรปักชำในที่ที่มีความชื้นสูงหรือกระบะพ่นหมอก พืชที่เหมาะจะใช้วิธีการขยายพันธุ์แบบนี้ ได้แก่ เบญจมาศ เข็มญี่ปุ่น สน คาร์เนชั่น ฯล

ตัดกิ่งยาว ๑๕-๒๐ปักชำในวัสดุเพาะชำกิ่งที่ได้หลังจากปักชำแล้ว
เป็นรูปปากฉลาม


๒. การตัดชำราก (Root cuttings) การตัดชำรากจะทำได้เสร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับการเกิดตา ซึ่งจะให้กำเนิดต้นและราก บนรากของพืชที่จะนำมาตัดชำ พืชที่มีแนวโน้มตามธรรมชาติในการเกิดหน่อที่ราก ได้แก่ สน แคแสด สัก สาเก เป็นต้น การตัดควรเลือกรากขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑/๔ - ๑/๒ นิ้ว ตัดให้มีความยาว ๒ นิ้ว การตัดมักจะจัดตรง ๆ การเกิดต้นค่อนข้างจะเกิดทางด้านโคนราก ส่วนการเกิดรากจะเกิดทางด้านปลายราก และการเกิดต้นมักจะเกิดได้เร็วกว่าการเกิดราก

รากของต้นสาเกปักชำในวัสดุเพาะชำต้นใหม่ที่ได้จากการปักชำราก

๓. การตัดชำใบ (Leaf cuttings) เป็นวิธีที่ใช้ขยายพันธุ์พืชพวกที่มีใบอวบน้ำ โดยทั่วไปการตัดชำแบบนี้รากและยอดจะเกิดมาจากฐานรอยตัดของใบ โดยเฉพาะตรงที่อยู่ของเส้นใบหรือเส้นกลางใบ ซึ่งจะทำให้ใบพืชเดิมที่ปักชำอยู่กลายเป็นส่วนหนึ่งของต้นใหม่ การตัดชำใบจะแบ่งออกได้เป็น ๓ แบบ ดังนี้
๓.๑ การตัดชำแผ่นใบ โดยการนำแผ่นใบไปทำการตัดชำให้เกิดเป็นต้นใหม่ แบ่งการตัดชำใบแบบนี้ออกเป็น ๒ พวก
ก. พวกที่ใบเกิดตาอยู่ก่อนแล้ว ใบพืชพวกนี้จะมีบริเวณของใบบางส่วนโดยเฉพาะที่เป็นจักใบของใบแก่ จะมีจุดกำเนิดตาอยู่แล้ว การนำใบไปปักชำเป็นเพียงช่วยกระตุ้นให้ตาที่มีอยู่แล้วเจริญออกมาเป็นต้นเท่านั้น ได้แก่ การตัดชำใบโคมญี่ปุ่นหรือต้นคว่ำตายหงายเป็น การตัดชำใบพืชพวกนี้จะทำได้ง่ายโดยนำใบแก่มาวางบนพัสดุเพาะชำที่ชื้น คอยรดน้ำเป็นครั้งคราวเพื่อไม่ให้ใบเหี่ยวประมาณ ๑-๒ สัปดาห์ ก็จะสังเกตเห็นต้นเล็ก ๆ เกิดขึ้นตรงบริเวณจักใบ ต้นเล็ก ๆ เหล่านี้เจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยอาศัยน้ำและอาหารจากใบเดิม ขณะเดียวกันก็จะหยั่งราก (root) ลงหาอาหารจากวัสดุเพาะชำ และเมื่อต้นโตมีใบ ๒-๓ ใบและมีรากหยั่งลงวัสดุเพาะชำบางส่วน ต้นเหล่านี้ก็จะเริ่มแยกตัวเองและเลี้ยงตัวเองโดยอิสระ เป็นระยะเวลาที่เหมาะที่จะย้ายไปปลูกต่อไป

ใบลิ้นมังกรปักชำในกระบะเพาะชำใบใหม่ที่มีรากเกิดขึ้น

ข. พวกที่ใบยังไม่เกิดตา ใบพืชพวกนี้จะต้องตัดใบไปปักชำระยะเวลาหนึ่งก่อนใบจึงจะสร้างจุดกำเนิดขึ้นที่ฐานรอยตัด ที่ปักอยู่ในวัสดุเพาะชำ ได้แก่ การตัดชำใบว่านลิ้นมังกรในการตัดชำก็จะเลือกใบที่แก่ ถ้าใบมีความยาวมากเกินไปก็จะตัดออกเป็นท่อน ๆ ให้แต่ละท่อนยาวประมาณ ๓-๕ นิ้ว แล้วนำไปปักในวัสดุเพาะชำ โดยปักให้ลึกประมาณ ๑/๓ ของแผ่นใบ และเมื่อใบเริ่มแทงยอดโผล่จากวัสดุเพาะชำและที่ฐานรอยตัดเกิดรากมากพอก็จะย้ายปลูกไ
๓.๒ การตัดชำก้านใบ การตัดชำแผ่นใบให้มีก้านใบติดอยู่ที่โคนใบ เหมาะสำหรับใบพืชที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก ปกติมักจะใช้ในการปักชำใบพืชชุ่มน้ำ ได้แก่ การตัดชำใบเพปเพอโรเมีย ใบอัฟริกันไวโอเล็ท นอกจากนี้อาจใช้กับใบพืชเนื้อแข็งบางชนิด เช่น มะนาว (lemon) เป็นต้น การตัดชำจะเลือกใบค่อนข้างแก่ที่มีความสมบูรณ์ ขนาดใบปานกลาง โดยตัดโคนก้านใบให้เหลือประมาณ ๑/๒ - ๑ นิ้ว ด้วยมีดคม ๆ นำไปปักชำในวัสดุเพาะชำที่โปร่งและมีความชื้นสูง ปักใบให้ลึกพอมิดก้านใบแล้วนำไปไว้ที่ชื้น ๆ

ก้านใบเพปเพอร์โรเมียปักชำในกระบะเพาะชำใบที่เกิดรากและต้นใหม่

๓.๓ การตัดชำส่วนของใบ เป็นการตัดชำใบที่คล้ายการตัดชำก้านใบ แต่จะแตกต่างกันที่เป็นการตัดชำใบที่มีขนาดโต ดังนั้นจึงต้องทำการตัดใบออกเป็นส่วนย่อย ๆ ให้แต่ละส่วนมีส่วนของเส้นใบและแผ่นใบติดอยู่ด้วย เช่น การตัดชำใบกล๊อกซีเนีย และใบบีโกเนีย เป็นต้น โดยที่การตัดใบแบบนี้จะมีส่วนของรอยตัดมาก ประกอบกับพืชทั้งสองเป็นพืชชุ่มน้ำที่มีโอกาสเน่าเสียง่าย ดังนั้นจึงอาจใช้ปลายมีดตัดส่วนของเส้นใบให้ขาดและห่างจากกัน ส่วนบริเวณแผ่นใบซึ่งเป็นบริเวณที่จะสร้างอาหาร จะไม่ถูกตัดจึงช่วยลดการเน่าเสียของแผ่นใบลงได้มาก และทำให้การตัดชำได้ผลดีขึ้น ส่วนการปักชำนั้นก็จะวางใบไว้ในวัสดุเพาะชำที่ชื้นและร่ม หลังจากที่ฐานรอยตัดเกิดต้นและราก ใบเก่าก็จะค่อย ๆ เสื่อมสภาพไปในที่สุด แต่ละต้นที่เกิดจากฐานรอยตัดก็จะแยกตัวเป็นอิสระและเลี้ยงตัวเองได้ ในระยะนี้ต้นที่เกิดก็จะเจริญเป็นกลุ่ม ๆ ซึ่งสามารถจะแยกแต่ละกลุ่มไปปลูกได้

๔. การตัดชำใบที่มีตาติดอยู่ (leaves with bud cuttings) เป็นวิธีการที่เปลี่ยนมาจากการตัดชำใบ คือนอกจากจะมีใบพร้อมด้วยก้านใบแล้วจะต้องมีส่วนของต้นและตาที่โคนก้านใบติดไปด้วย การตัดชำวิธีนี้อาจใช้ได้กับทุกพืชที่ออกรากได้ไม่ยากด้วยการตัดชำต้น เหมาะอย่างยิ่งกับต้นพืชที่หาได้ยากและใบมีขนาดโตพอ เช่น ยางอินเดีย โกศล ตลอดจนในส้มบางชนิดที่ออกรากง่ายและมีใบโต