การบำรุงดูแลรักษาบ่อแก๊สชีวภาพ


การบำรุงดูแลรักษา

หมั่นตรวจสอบเครื่องยนต์โดยการตรวจเช็คน้ำมันเครื่อง หัวเทียน ท่อนำแก๊ส และพยายามทำความสะอาดที่เก็บแก๊สอยู่เสมอ ถ้าหากพบว่าปริมาณแก๊สน้อยลงในขณะที่เติมมูลสัตว์ทุกวัน แสดงว่า มีกากที่เหลือจากการหมักอยู่ก้นบ่อ ให้ทำการรื้อบ่อเอากากส่วนนี้ออก

ปัญหาและวิธีแก้ไข

๑) ปัญหาเรื่องทางออกของบ่อหมักปิดตัน
แก้ไขโดยการเปิดบ่อ และขุดลอกกากตะกอนที่ตกค้าง อย่างน้อย ๓ ปีต่อ ๑ ครั้ง ส่วนการป้องกันเศษหิน และดินตกลงบ่อโดยตรงทำได้โดยการทำหลุมดักพัก ก่อนการสูบเข้าไปในบ่อหมัก

๒) ปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ร้อนเกินไป
แก้ไขโดยการเลือกใช้เครื่องยนต์ที่มีช่องระบายน้ำขนาดใหญ่ หรือต่อพัดลมบริเวณด้านหน้า ของหม้อน้ำ รังผึ้งอีก ๑ ตัว และดูแลเรื่องตะกอนในหม้อน้ำ ควรใช้น้ำอ่อน และ มีน้ำยากันสนิม รวมทั้งน้ำยาหล่อเย็นในหม้อน้ำด้วย ดูแลเรื่องน้ำมันเครื่องให้มีจำนวนที่พอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไปควรมีเครื่องยนต์ ๒ เครื่องไว้ทดแทน เมื่อเครื่องหนึ่งชำรุด หรือใช้งานมาแล้ว ประมาณ ๔ เดือนควรถอดออกล้างทำความสะอาด บริเวณส่วนหัวลูกสูบ ห้องจุดระเบิดวาวส์ เป็นต้น เครื่องยนต์สำรองติดตั้งเพื่อทำงานต่อไปโดยไม่หยุดพัก ในกรณีที่เครื่องยนต์ต้องเร่งมากเกินไป จะทำให้ชำรุดได้เร็วขึ้น จึงควรใช้ล้อถ่วงแรงจะช่วยทำให้เครื่องยนต์ ทำงานหนักน้อยลง ซึ่งยืดอายุการทำงาน ของเครื่องยนต์ยาวนานออกไป

๓) ปัญหาเรื่องท่อแก๊ส
ท่อแก๊สตันเกิดจากไอน้ำที่เป็นส่วนหนึ่งของแก๊สชีวภาพ รวมตัวกันเป็นหยดน้ำ และเกิดมากขึ้น จนปิดกั้นทางเดินของแก๊ส แก้ไขโดยการทำที่ระบายน้ำออกเป็นระยะ หรือ แหล่งใช้แก๊ส อยู่ห่างจากบ่อผลิตมาก ทำให้แก๊สไม่มีแรงดัน หรือแรงดันลดลง แก้ไขโดยการใช้ปั๊มลมช่วยเป็นตัวดึงแก๊ส จากบ่อให้ไหลมาตามเส้นท่อที่วางไว้ และเพิ่มแรงดันไปสู่หัวเตาเผาในขณะเดียวกัน
ที่มา : เทคโนโลยีแก๊สชีวภาพ โดย รศ.ดร. สมชัย จันทร์สว่าง
ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลันเกษตรศาสตร์