การต่อท่อแก๊ส


การต่อท่อแก๊สนั้น ควรใช้ท่อพลาสติกอ่อนชนิดโปร่งแสง เป็นท่อต่อจากถังแก๊ส หรือฝาถังหมัก โดยให้มีความยาวมากพอในขณะที่ถังแก๊สลอยขึ้นสู่ระดับสูงสุด ท่อพลาสติกที่ใช้ไม่ควรจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่า ๑.๒๕ เซนติเมตร ( ๑/๒ นิ้ว) ทั้งนี้เพื่อให้สามารถมองเห็นน้ำที่เกิดขึ้นจากไอน้ำในเส้นท่อน้ำได้ ถ้ามีน้ำในเส้นท่อมากเกินไป ควรถอดท่อพลาสติกใสเทน้ำออกจากเส้นท่อเป็นครั้งคราว มิฉะนั้นน้ำจะเกิดสะสมอยู่ในเส้นท่อทำให้ปิดกั้นทางเดินของแก๊สในเส้นท่อนั้น
ท่อแก๊สที่ต่อจากท่อพลาสติกใสนิยมใช้ท่อน้ำประปาขนาด ๑.๒๕ เซ็นติเมตร (๑/๒ นิ้ว) การต่อท่อควรต่อให้แน่นสนิทจริงๆ เพื่อป้องกันแก๊สรั่วหรือ ซึมออกจากเส้นท่อ ท่อแก๊สโลหะช่วงแรกที่ต่อกับสายพลาสติกใส ควรอยู่ในลักษณะทำมุมเงยขึ้นจากแนวระดับเล็กน้อย ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้น้ำที่เกิดจากไอน้ำไหลมารวมกันในท่อพลาสติกใส ทำให้สังเกตเห็น และกำจัดออกได้เป็นครั้งคราว
เส้นท่อของแก๊สที่ต่อขึ้นใช้ควรมีประตูแก๊ส สำหรับปิดแก๊สอย่างน้อย ๒ แห่งคือ ต้นทางและที่ปลายเส้นท่อ จะทำให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
บางรายต้องการแรงดันของแก๊สเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ สามารถทำได้โดยการใช้น้ำหนักวางบรรทุกบนถังแก๊ส เช่น ยางรถยนต์เก่า ไม้ อิฐ ฯลฯ ก็จะช่วยทำให้แก๊สมีแรงดันเพิ่มมากขึ้นได้ แก๊สที่เหลือใช้ในแต่ละวัน สามารถเก็บสะสมไว้ใช้ได้ โดยการลงทุน ทำถังเก็บแก๊สเพิ่มเป็นพิเศษต่างหาก ก็จะสามารถนำแก๊สชีวภาพที่ได้นั้นใช้เป็นเชื้อเพลิงที่เป็นประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น
จากการทดลองพบว่า แก๊สชีวภาพนี้สามารถสูบเพื่อเก็บไว้ได้ในที่จำกัด เช่น ถังอัดลม ยางรถยนต์ ดังนั้นสำหรับกิจกรรมบางประเภทต้องการแรงดันของแก๊สสูงกว่าปกติ ก็สามารถใช้เครื่องสูบลมสูบแก๊สชีวภาพเข้าเก็บไว้ในถังอัดลมเพื่อเพิ่มแรงดันของแก๊สให้ได้ตามที่ต้องการเช่นเดียวกันกับการสูบอากาศ ภายใต้อุณหภูมิปกติ แรงอัดของสูบที่ใช้สูบอากาศจะไม่ทำให้แก๊สชีวภาพเปลี่ยนแปลงสภาวะหรือทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้แต่อย่างใด

ที่มา : การผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในครัวเรือน
โดย ศาสตราจารย์พิชิต สกุลพราหมณ์ และคณะ
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล