การป้องกันไฟป่า
ไฟป่าคือ ไฟที่เกิดขึ้นเองในป่าธรรมชาติ แล้วไหม้ลุกลามไปโดยปราศจากการควบคุม
องค์ประกอบของไฟ ไฟเกิดขึ้นจากปฏิกริยาทางเคมีระหว่าง เชื้อเพลิง ความร้อนและอากาศ
ชนิดของไฟป่า ไฟป่าแบ่งออกเป็น ๓ ชนิด คือ
๑. ไฟผิวดิน (Surface Fire) เป็นไฟที่เกิดจากการเผาไหม้ของวัชพืช เศษไม้ ใบไม้ ที่อยู่บนผิวดินไหม้ลามเลียไปตามผิวดิน
๒. ไฟใต้ดิน (Ground Fire) ได้แก่ไฟที่เกิดจากการไหม้อินทรียวัตถุ เศษไม้ รากไม้ ตอไม้ ส่วนที่อยู่ใต้ผิวดิน ไฟชนิดนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วมักดับยาก และมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับไฟผิวดิน
๓. ไฟเรือนยอด (Grown Fire) ได้แก่ ไฟที่เกิดขึ้นตามกิ่งไม้ ใบไม้ ส่วนที่อยู่เหนือพื้นดินของไม้พุ่ม และไม้ยืนต้นทั้งหมด

การวางแผนป้องกันไฟป่า
ในการปลูกสร้างสวนป่าโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม้โตเร็ว มีความจำเป็นต้องมีการป้องกันไฟป่าให้ได้ผลอย่างแท้จริง ทั้งนี้เพราะไม้โตเร็วเป็นไม้ที่ไม่ทนไฟ เมื่อเกิดไฟไหม้สวนป่าขึ้นจะได้รับความเสียหายมาก
ดังนั้น ก่อนถึงหน้าแล้งแต่ละปี จะต้องมีการป้องกันไฟ โดยทำการวางแผนก่อน เพื่อกำหนดมาตรการที่จะนำมาใช้ป้องกันไฟให้ได้ผลดีที่สุด เมื่อกำหนดมาตรการแล้ว จะต้องทำการป้องกันไฟตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้
ผู้มีหน้าที่ควบคุม จะต้องคอยหมั่นออกตรวจดูตามสวนป่าต่าง ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ว่าหัวหน้าสวนป่าได้ดำเนินการจัดทำมาตรการป้องกันไฟตามที่ได้กำหนดไว้หรือไม่ หากเห็นว่ายังไม่ได้ดำเนินการ หรือทำยังไม่ถูกต้อง ก็แนะนำวิธีดำเนินการให้ต่อไป

มาตรการป้องกันไฟป่า สามารถกระทำได้หลายวิธีดังนี้
๑. ทางตรวจการและทางแบ่งตอนจะต้องกระทำให้เรียบร้อยก่อน
๒. สร้างแนวป้องกันไฟ (Fire line) เพื่อสกัดกั้นการลุกลามของไฟ
๓. การชิงเผา (Prescribed burning) เป็นมาตรการป้องกันไฟที่ดีที่สุดและได้ผลดีที่สุด เพราะเป็นการป้องกันก่อนที่จะเกิดไฟไหม้สวนป่า
๔. จัดเวรยามเฝ้าระวังไฟ
๕. หมู่ดับไฟ คือคนงานที่มีหน้าที่ดับไฟ นับว่ามีความสำคัญมากที่สุดในการที่จะทำให้ไฟไหม้สวนป่ามากหรือน้อย ดังนั้นผู้มีหน้าที่ดับไฟจะต้องรู้จักหน้าที่และมีความสามารถ


ที่มา : จากหนังสือ "การปลูกสร้างสวนป่า(Reforestation)" โดย มณฑี โพธิ์ทั