การใส่ปุ๋ย
ปุ๋ยคือ อาหารที่พืชใช้ในการสร้างความเจริญเติบโต ผลิตดอกออกผล อาหารของพืช ที่สำคัญซึ่งรู้จักกันในหมู่นักวิทยาศาสตร์ทางการเกษตรมีทั้งหมด ๑๖ ธาตุ
การแบ่งประเภทของปุ๋ย โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น ๒ ประเภทด้วยกัน ดังนี้

๑. ปุ๋ยอินทรีย์ (Organic fertilizer)
ปุ๋ยอินทรีย์เป็นปุ๋ยที่ได้มาจากสิ่งที่มีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ ซึ่งได้ผ่านสภาพการแปรรูปหรือถูกหมักหมมจนเน่าเปื่อยหมดแล้ว และอยู่ในสภาพที่พืชสามารถจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น ใบไม้ผุ ปุ๋ยหมัก มูลสัตว์ต่าง ๆ กระดูกป่น กากถั่ว ปุ๋ยพืชสด และปุ๋ยเทศบาล เป็นต้น ดินโดยทั่วไปมีอินทรียวัตถุที่ได้จากธรรมชาติประมาณ ๓-๔% ปุ๋ยอินทรีย์นั้นโดยปกติจะมีธาตุอาหารต่าง ๆ อยู่เกือบครบถ้วน แต่มีปริมาณอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับต้นไม้ แต่ปุ๋ยอินทรีย์จะให้ประโยชน์ในแง่การปรับปรุงดินให้มีโครงสร้างที่ดียิ่งขึ้น มีความสามารถในการอุ้มน้ำดีขึ้นในดินทราบ และเปลี่ยนสภาพของดินเหนียวที่มีการระบายน้ำเลวให้ดีขึ้น เมื่อดินร่วนขึ้นรากของต้นไม้จึงสามารถไชชอนไปได้ไกลและหาอาหารได้มากขึ้น ดินที่อุ้มน้ำดีขึ้นนั้นจะช่วยให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ปุ๋ยอินทรีย์แต่ละชนิดย่อมให้ธาตุอาหารแต่ละชนิดในปริมาณที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่แหล่งที่มา เช่น เลือดแห้งให้ธาตุอาหารพวกไนโตรเจนสูง ส่วนปุ๋ยกระดูกป่นให้ธาตุฟอสฟอรัสสูง เป็นต้น
๒. ปุ๋ยอนินทรีย์ (Inorganic fertilizer)
หรืออาจเรียกว่าปุ่ยเคมีก็ได้ ปุ๋ยนี้โดยมากได้มาจากบ่อแร่ธาตุ เช่น ร็อคฟอสเฟต (rock phosphate) หรือได้จากโรงงานอุตสาหกรรมทั้งทางตรงและผลพลอยได้ ปุ๋ยอนินทรีย์นี้มีธาตุอาหารสูงกว่าปุ๋ยอินทรีย์มาก และอยู่ในรูปที่สามารถละลายน้ำได้อย่างรวดเร็ว พืชจึงสามารถที่จะนำไปใช้ได้ทันที


ที่มา : จากหนังสือ "การปลูกสร้างสวนป่า(Reforestation)" โดย มณฑี โพธิ์ทั