จดหมายเหตุการ
เสด็จพระราชดำเนินประพาสเกษตรกลางบางเขนของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


สมศักดิ์ วิราพร1 และลาวัณย์ ไกรเดช2

รูปถ่าย ร. 8 ทรงโปรยข้าว
จากภาพที่ปรากฏข้างบนนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลฯ ทรงโปรยข้าวในทุ่งนาแห่งหนึ่ง ในเกษตรกลางบางเขน ตามหลักฐานพยานบุคคลที่เล่าขานกันต่อ ๆ มา เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ จึงได้มีการสืบค้นเอกสาร และหลักฐานจาก
จดหมายเหตุและประจักษ์พยานบุคคล ในเวลาจำกัดที่อำนวยให้ (หากพบหลักฐานอื่นๆ ที่ชัดเจนกว่าขอ ได้โปรดแจ้งให้
ผู้เรียบเรียงด้วยจักขอบคุณยิ่ง)

หลักฐานจากเอกสาร

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2489 พระยาชาติเดชอุดม เลขาธิการพระราชวังได้มีหนังสือด่วนมาก ที่ จ. 981/2489 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2489 ถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ) มีข้อความว่า

"เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะได้เสด็จพระราชดำเนินประพาสอำเภอบางเขน และจะได้เสด็จพระราชดำเนิน ทอดพระเนตรกิจการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วย เพื่อให้การนี้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย จึงเรียนมาเพื่อขอเชิญท่าน ไปประชุม ดำเนินการทำกำหนดการในเรื่องนี้ ในวันที่ 23 เดือนนี้ เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมสำนักพระราชวัง"

ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2489 หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ไปเข้าร่วมประชุม ที่สำนักพระราชวัง ตามหนังสือเชิญดังปรากฏในรายงานการประชุม ซึ่งเรียกว่า "บันทึกการประชุมอัญเชิญเสด็จ พระ ราช ดำเนินประพาสอำเภอบางเขน อำเภอมีนบุรี และสำเพ็ง จังหวัดพระนคร ครั้งที่ 1/2489 วันที่ 23 พฤษภาคม 2489 ที่ห้อง ประชุมสำนักพระราชวัง" หม่อมหลวงปีย์ มาลากุล เป็นผู้จดบันทึก และส่งมาให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2489 โดยมีส่วนที่เกี่ยวกับการเสด็จฯ มามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดังนี้

"... สำหรับอำเภอบางเขน เสด็จพระราชดำเนินประพาสตอนเช้า แล้วเสด็จฯ ทอดพระเนตรกิจการ ของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ เสวยพระกระยาหารกลางวันที่นั่น ซึ่งสำนักพระราชวังจะได้จัดพระกระยาหาร และอาหารข้าราชบริพารไป มหาวิทยาลัย จัดแต่สถานที่เท่านั้น สำหรับสถานที่ เลขาธิการพระราชวังจะได้ช่วยเหลือกำหนดให้ ซึ่งจะไปในวันที่ 28 พฤษภาคม 2489
เวลา 09.00 น. ..."

หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจได้มีบันทึก ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2489 เสนอปลัดกระทรวง (เกษตราธิการ) ดังนี้ (เอกสารหมายเลข1)

เสนอ ปลัดกระทรวง

เพื่อทราบแนวการรับเสด็จตามที่ปรากฏในรายงานการประชุมของสำนักพระราชวัง ในสาระสำคัญเกี่ยวกับการรับเสด็จมีดังนี้

(๑) เวลา ๑๑.๓๐ น. เสด็จถึงตึกมหาวิทยาลัย นักศึกษาและครูอาจารย์เข้าแถวรับเสด็จ ภายหลังที่
ทรงพักผ่อนสักครู่ อธิการบดีนำครู อาจารย์และข้าราชการบางเขนเข้าเฝ้า เสร็จแล้ว
นำชมห้องเรียน และทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่นักศึกษา ต่อจากนั้นเสด็จ
ชมการวิดน้ำเข้านาด้วยระหัดแบบพื้นเมืองและระหัดแบบเทพฤทธิ และทรงชมการต่อ
ตอนต้นไม้ แล้วทรงรถพระที่นั่งไปประทับตึกขาวเกษตรกลางบางเขนจนถึงเวลาเสวย
กลางวัน เวลา๑๒.๓๐ น.
(๒) เวลา ๑๒.๓๐ - ๑๓.๓๐ น. เสวยกลางวัน มีดนตรีไทยวงนักศึกษาบรรเลง
(๓) เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๕.๓๐ น. ทรงทอดพระเนตรการแสดงเกี่ยวแก่การเกษตรต่อจากตอนเช้า ที่ข้างล่างของตึก
จวนเสด็จ ถวายของ แล้วเสด็จทอดพระเนตรไก่และปลา
(๔) เวลา ๑๕.๓๐ น. เสด็จกลับ นักศึกษาเข้าแถวส่งเสด็จด้านประมง เป็นเสร็จพิธี
หมายเหตุ สำนักพระราชวังจัดที่ประทับและเครื่องเสวยเสร็จ การแต่งกายกะว่า ผู้นำเสด็จแต่งเครื่องแบบปกติ ครู อาจารย์ แต่งเครื่องแบบ นักศึกษาแต่งกางเกงขายาว และเสื้อเชิตตามปกติ (หาอย่างอื่นคงไม่พร้อม) ที่ถือว่าสุภาพ กำหนดวันกะว่าภายหลังวันที่ 2 มิถุนายนไปแล้ว การตกแต่งสถานที่ ไม่ต้องทำอะไร นอกจากความสะอาดเรียบร้อยตามปกติ
(ลงนาม) สุวรรณวาจกกสิกิจ
๒๗ พ.ค. ๘๙

ต่อมาเมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๔๘๙ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับหนังสือสำนักพระราชวังด่วนมากที่ จ ๑๑๑๗/๒๔๘๙ ลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๘๙ จากเลขาธิการพระราชวัง (พระยาชาติเดชอุดม) ถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ เรื่อง เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรกิจการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีข้อความว่า
"ตามที่สำนักพระราชวังได้เชิญไปประชุมพิจารณาดำเนินการในเรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จ พระราชดำเนินทอดพระเนตรกิจการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้วนั้น บัดนี้ ได้กำหนดเสด็จพระราชดำเนินในวันที่ ๕ เดือนนี้ ตามกำหนดการที่ได้ส่งมาพร้อมนี้ จึงเรียนมาเพื่อทราบในอันที่จะได้ดำเนินการตามที่ได้ตกลงไว้ในที่ประชุมต่อไป"
สำหรับกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินประพาสฯ ปรากฏใน (สำเนากระทรวงเกษตราธิการ รับที่ ๑๖๖๘ ลงวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๔๘๙) หนังสือด่วนมากจากเลขาธิการพระราชวัง ที่ ษ ๑๑๑๘/๒๔๘๙ ลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๘๙ เรื่อง เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรกิจการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีไปถึงปลัดกระทรวงเกษตราธิการ และกระทรวง เกษตราธิการ ได้ส่งสำเนาแจ้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (สำนักงานเลขาธิการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับที่ ๕๗๑ ลงวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๘๙) พร้อมทั้งส่งกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการทำนาที่อำเภอบางเขน และทอดพระเนตร กิจการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๘๙ โดยกระบวนรถยนตร์ ดังนี้ (เอกสารหมายเลข 2)

กำหนดการเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการทำนาที่อำเภอบางเขนและ
ทอดพระเนตรกิจการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๘๙ โดยกระบวนรถยนตร์
เวลารายการหมายเหตุ
๙.๐๐ น.เสด็จพระราชดำเนินจากพระที่นั่งบรมพิมานโดยรถยนตร์พระที่นั่ง ไปอำเภอบางเขน จังหวัดพระนคร-
๙.๓๐ น.รถยนตร์พระที่นั่งเทียบหน้าพระอุโบสถวัดพระศรีมหาธาตุ เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระอุโบสถ ทรงนมัสการพระพุทธสิหิงค์ พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา จบแล้วทรงพระราชปฏิสันฐานกับพระสงฆ์-
๙.๕๐ น.เสด็จพระราชดำเนินไปประทับพลับพลาริมวัดพระศรีมหาธาตุด้านเหนือ ชาวนา
ประมาณ ๕๐ คน แสดงการทำนา และชาวนาประมาณ ๓๐ คน แสดงการสีซ้อมข้าว
ถวายทอดพระเนตรประชาชนน้อมเกล้าฯ ถวายของพื้นเมืองเสด็จพระราชดำเนินไป
ประทับ ที่ระเบียงพระอุโบสถ พระราชทานพระราชดำรัสแก่ประชาชน ซึ่งมาเฝ้าละอองธุลี
พระบาท เสร็จแล้วเสด็จพระราชดำเนินไปมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยรถยนตร์พระที่นั่ง
-
๑๑.๓๐ น.ถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสด็จพระราชดำเนินผ่านแถวอาจารย์ ครู และนักศึกษา อธิการบดีกราบบังคมทูลเบิกอาจารย์และครูเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เมื่อทรงพักสำราญพระอิริยาบท พอสมควรแล้ว อธิการบดีอัญเชิญเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสถานที่และการสอนของมหาวิทยาลัย แล้วพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่นักศึกษา-
๑๒.๓๐ น.เสวยพระกระยาหารกลางวันและทรงพักผ่อนพระอิริยาบท ขณะประทับเสวย พระกระยาหาร นักศึกษาบรรเลงดนตรีไทยถวาย-
๑๓.๓๐ น.คณะอาจารย์ ครู และนักศึกษา แสดงกิจการต่าง ๆ เกี่ยวกับการเกษตรถวายทอด พระเนตร เช่นการต่อและตอนต้นไม้ การลอกปอ การผสมพันธุ์ไก่แบบวิทยาศาสตร์ การตอนไก่ การปลูกเห็ด ฯลฯ เสร็จการแสดงแล้ว น้อมเกล้าฯ ถวายสิ่งของและพืชพรรณต่าง ๆ-
๑๕.๓๐ น.เสด็จพระราชดำเนินประทับรถยนตร์พระที่นั่งกลับพระบรมมหาราชวัง-
๑๖.๐๐ น.ถึงพระบรมมหาราชวัง-
ตามกำหนดการดังกล่าว จะเห็นได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาถึง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในเวลา ๑๑.๓๐ น. พระราชกรณียกิจตามกำหนดการมีดังนี้
เวลา ๑๑.๓๐ น.- เสด็จพระราชดำเนินผ่านแถวอาจารย์ ครู และนักศึกษา
- อธิการบดีกราบบังคมทูลเบิกอาจารย์ และครูเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
- เมื่อทรงพักสำราญพระอิริยาบทพอสมควรแล้ว
- อธิการบดีอัญเชิญเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสถานที่และการสอน ของมหาวิทยาลัย
- แล้วพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่นักศึกษา
เวลา ๑๒.๓๐ น.- เสวยพระกระยาหารกลางวัน และทรงพักผ่อนพระอิริยาบท
- ขณะประทับเสวยพระกระยาหาร นักศึกษาบรรเลงดนตรีไทยถวาย
เวลา ๑๓.๓๐ น.- คณะอาจารย์ ครู และนักศึกษา แสดงกิจการต่าง ๆ เกี่ยวกับการเกษตรถวาย
ทอดพระเนตร เช่น
  • - การต่อและตอนต้นไม้
  • - การลอกปอ
  • - การผสมพันธุ์ไก่แบบวิทยาศาสตร์
  • - การตอนไก่
  • - การเพาะเห็ด ฯลฯ

- เสร็จการแสดงแล้ว น้อมเกล้าฯ ถวายสิ่งของและพืชพรรณต่าง ๆ
เวลา ๑๕.๓๐ น.- เสด็จพระราชดำเนินประทับรถยนตร์พระที่นั่งกลับพระบรมมหาราชวัง
เวลา ๑๖.๐๐ น.- ถึงพระบรมมหาราชวัง
รูปอาคารตึกพืชพรรณ
รูปอาคารตึกสัตวบาล
รูปอาคารสโมสรข้าราชการ
หลักฐานจากการสัมภาษณ์

จากการสัมภาษณ์ศาสตราจารย์กิตติคุณ คุณชวนชม จันทระเปารยะ (เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๔๐) ท่านกรุณาเล่าให้ฟังว่า ตามที่ท่านจำได้นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (ร.๘) เสด็จพร้อมพระอนุชา (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช, ร.๙) เพื่อทอดพระเนตรกิจการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในตอนเช้าวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๘๙ โดยเสด็จ ณ ตึกเคมี (ตึกสัตวบาลในปัจจุบัน) ซึ่งศาสตราจารย์ ระพี สาคริก อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นนิสิตชั้นปีที่ ๕ เล่าให้ฟังว่า เดิมนั้น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีตึกอยู่เพียง ๒ ตึกเท่านั้น อยู่ตรงประตู ๑ และประตู ๒ ตามลำดับ โดยใช้วิธีนับเลขประตูจากสามแยกเกษตรมา ตึกที่อยู่ตรงประตู ๑ คือตึกขาว หรือชื่อเดิมที่รู้จักกันดีทั่ว ๆ ไปคือตึกพืชพรรณ และตึกที่ประตู ๒ ก็คือตึกสัตวบาลปัจจุบัน ซึ่งแต่เดิมเรียกตึกอำนวยการวิทยาลัยเกษตรกรรม และศาสตราจารย์ คุณชวนชมเรียกตึกเคมีเนื่องจากตึกนี้เป็นที่สอนวิชาเคมี เมื่อหันหน้าเข้าหาตึก ห้องด้านซ้ายคือ ห้อง ๓๐๔ จะเป็นห้องปฏิบัติการ และห้องด้านขวาติดกับเรือนเขียวเป็นห้องบรรยาย ซึ่งห้องนี้เองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จประทับให้อาจารย์ ข้าราชการ และนิสิตเข้าเฝ้า และพระราชทาน พระบรมราโชวาท (ดังสำเนาพระบรมราโชวาท) โดยที่หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ (พระอิสสริยยศสมัยนั้น) ทรงเป็น ผู้อ่าน เนื่องจากในหลวงพระศอเจ็บ เสด็จประทับอยู่ที่ห้องนี้ไม่นานก็เสด็จต่อไปยังสโมสรข้าราชการ (สมก.ที่อยู่ติดสนามเทนนิส ที่บริเวณประตู ๑) บริเวณนี้เดิมยังไม่มีตึกคหกรรมศาสตร์ เป็นเรือนเกษตรกลวิธานและเป็นที่ทำงานของ หม่อมราชวงศ์ เทพฤทธิ์ เทวกุล ซึ่งขณะนั้นทดลองทำนมผงและไข่ผงอยู่ที่นี่ เข้าใจว่าจะได้ทอดพระเนตรระหัดวิดน้ำแบบพื้นเมือง และระหัด เทพฤทธิ์ (ตามบันทึกของหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ) ที่นี่ หรืออาจจะเป็นในนาทดลองก็ได้

จากนั้นทรงรถพระที่นั่งไปประทับตึกขาวเกษตรกลางบางเขน (ตึกพืชพรรณ) เสด็จประทับที่ชั้นบนและเสวย พระกระยาหารกลางวันที่นั่น ข้างหลังตึกนี้ศาสตราจารย์ คุณชวนชมเล่าว่ามีตึกเล็กอีกตึกหนึ่งซึ่งเดิมชั้นบนเป็นห้องสมุด ใช้เป็นที่เสด็จฯ พระราชทานปริญญา (เดิมผู้แทนพระองค์เสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรที่ตึกเคมี (ตึกสัตวบาลปัจจุบัน) เมื่อมีนิสิตมากขึ้นจึงย้ายมาที่ตึกนี้) โดยที่ใช้ห้องหนึ่งเป็นห้องพิธี และอีกห้องหนึ่งเป็นห้องถวายพระสุธารส เวลาจะใช้งานเมื่อใด ศาสตราจารย์ ดร.จรัด สุนทรสิงห์ ก็จะมาขนหนังสือออกไปไว้ที่อื่น เป็นโกลาหลทุกทีไป สำหรับชั้นล่างนั้นเป็นที่นั่งสำหรับ ผู้ปกครองและนักศึกษาอยู่ที่สนาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชทานปริญญาบัตรที่ตึกหลังนี้ (ซึ่งปัจจุบันเป็นตึก กักกันพืช ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่องค์พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ เป็นครั้งแรกที่นี่ ในสาขากสิกรรมและสัตวบาล เสื้อครุยพระองค์แรกตัดโดยครูและนักเรียน โรงเรียน ช่างตัดเสื้อวัดสุทัศน์ ซึ่งต่อมาได้พระราชทานคืนมาซ่อม (และศาสตราจารย์ ดร.ไพฑูรย์ อิงคสุวรรณ เก็บไว้ในตู้ กระจก บนอาคารบริหารตึกสำนักงานอธิการบดีชั้น ๓)

(รูปเสด็จลงจากตึก)
ระหว่างเสวยกลางวัน มีวงดนตรีไทยของนักศึกษาบรรเลงดนตรีไทยถวาย (ตามบันทึกหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ) ซึ่งศาสตราจารย์ คุณชวนชมฯ เล่าว่า จำได้ว่ามีการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ที่รัชกาลที่ ๙ ทรงพระนิพนธ์เป็นครั้งแรก แต่จำไม่ได้แน่นอนว่าเป็นเพลงสายฝนหรือแสงเทียน ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ยังทรงประทับอยู่ชั้นบนนั้น ศาสตราจารย์ ระพีฯ เล่าว่า ท่านเป็นนิสิตชั้นปีที่ ๕ ยืนอยู่เชิงบันไดทางลงจากชั้นบนพอดี ปรากฏว่าสมเด็จพระอนุชา คือ ร.๙ ทรงวิ่งลงบันไดผ่านศาสตราจารย์ ระพีฯ มาชั้นล่างตึกพืชพรรณซึ่งขณะนั้นมี Herbarium และมีตู้ปลาเล็กๆ ตั้งอยู่ด้วย (Aquarium เล็กๆ ใส่ปลาหลายชนิด ฯลฯ) โดยมีศาสตราจารย์ จินดา เทียมเมธ ยืนอยู่ที่ข้างตู้ปลา และทรงเลี้ยวเข้าไปตรงตู้ปลา พร้อมสะพายกล้อง และทรงจ้องจะถ่ายปลาแต่ผลที่สุดก็ไม่ได้ถ่าย และเสด็จฯ กลับขึ้นไป

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๘ เสด็จฯ ลงชั้นล่างของตึก ทอดพระเนตรการแสดงเกี่ยวแก่การ เกษตร ศาสตราจารย์ คุณชวนชมฯ เล่าว่ามีการตอนวัวที่สนามหน้าตึกให้ทอดพระเนตรด้วย แล้วจึงเสด็จฯ ไปนาทดลองซึ่ง อยู่ข้างหลังตึก ทรงหว่านข้าว และให้ราษฎรเฝ้าถวายของ แล้วเสด็จฯ กลับ

ในปี พ.ศ.๒๔๙๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายบุญ อินทรัมพรรย์ อธิบดีกรมการประมงในขณะนั้น เข้าเฝ้าในวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ เพื่อจับปลาหมอเทศจากบ่อ ส่วนพระองค์ ซึ่งทรงเลี้ยงไว้ในบริเวณพระที่นั่งอัมพรสถาน เพื่อพระราชทานเป็นพันธุ์ปลาให้แก่ประชาชน และต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน เป็นการส่วนพระองค์ไปยังแผนกทดลองและเพาะเลี้ยง กรมประมง สถานีกสิกรรมกลางบางเขน เพื่อทรงปล่อย "ปลาหมอเทศ" ที่พระราชทานลงในบ่อเลี้ยงของแผนกทดลองและเพาะเลี้ยงของกรมประมง ด้วยพระองค์เองและได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานพันธุ์ปลาหมอเทศนี้ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนคร นายอำเภอมีนบุรี และผู้แทนกรมการสัตว์ ทหารบก เพื่อนำไปเลี้ยงแพร่พันธุ์ในกรมกองทหารบก เพื่อฝึกอาชีพการเลี้ยงปลาให้แก่ทหารซึ่งจะได้นำความรู้ไปประกอบ อาชีพเมื่อพ้นจากราชการทหารต่อไป จากนั้นจึงเสด็จฯ ทอดพระเนตรบ่อตัวอย่างเลี้ยงปลาหมอเทศร่วมกับสุกร ไก่ สวนครัว ซึ่งกรมประมงได้จัดสร้างขึ้นสำหรับประชาชนมาชมเพื่อนำไปเป็นแบบอย่าง

(รูปทรงปล่อยปลา)
บริเวณที่เป็นบ่อเลี้ยงของแผนกทดลองและเพาะเลี้ยงของกรมการประมง สถานีกสิกรรมกลางบางเขนนี้เดิมอยู่ ติดกอไผ่ กอไผ่นี้อยู่ล้อมรอบบ้านหัวหน้าแผนกทดลองเพาะเลี้ยง บ้านอยู่ข้างหลังบ่อ มี Aquarium และข้าง ๆ มีบ่อใหญ่ติดถนน ซึ่งต่อมาบ่อใหญ่นี้ได้ถูกถมเพื่อสร้างเป็นตึกคณะประมงชื่อตึกพลเทพ ปัจจุบันเป็นสถาบันประมงน้ำจืด

ศาลาหกเหลี่ยม

(รูปศาลาหกเหลี่ยมกำลังสร้าง)

เมื่อสมัยที่ศาสตราจารย์ ดร.สุธรรม อารีกุล เป็นอธิการบดี ท่านเล็งเห็นความสำคัญของการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และจริยธรรม และปรารภว่าหากต่อไปมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะเจริญยิ่งด้วยวัตถุแต่ก็อยากให้มีบรรยากาศ ของวัฒนธรรม ดั้งเดิมอยู่ด้วย เพื่อให้ชาวเกษตรได้มีที่พักผ่อนและได้เห็นได้ระลึกถึงสิ่งที่ดีงามสวยงาม มีความอ่อนโยนเอื้ออาทรในบรรยากาศ ที่ดีรอบ ๆ ตัว จึงได้ตั้งงบประมาณการสร้างอาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเป็นส่วนของการซ่อมหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ใน Phase ที่สอง (ถ้าจำไม่ผิด) ในขณะนั้นผู้เขียน (รศ.ลาวัณย์) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการโครงการ จัดตั้งสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม (สำนักพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรมการเกษตรในปัจจุบัน) จึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดทำ ผังสร้างอาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมและบริเวณ ผู้เขียนเห็นว่าเมื่อวางผังแล้วจะได้บริเวณที่สวยงามเป็นที่สุดเหมาะที่จะเป็น สถานที่ ดำเนินกิจกรรมที่สำคัญ ๆ ของทั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เช่น การเสด็จพระราช ดำเนินพระราชทานปริญญาบัตร เป็นต้น กอปรกับเมื่อคำนึงถึงว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปลูกนนทรีซึ่งได้ พระราชทาน เป็น ต้นไม้ ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไว้ที่หน้าหอประชุมใหญ่ ๙ ต้น กับบริเวณนี้เคยเป็นบริเวณของกรม ประมงที่พระองค์ได้เสด็จพระราชทานพันธุ์ปลาหมอเทศปล่อยลงในบ่อเพาะเลี้ยงเพื่อแพร่พันธุ์แจกจ่ายแก่ราษฎรมาก่อน นอกจากนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือ หอประชุมใหญ่ และเสาธงรูปเมล็ดข้าว ซึ่งไม่มี สถานที่ใดเหมือน กับความคิดส่วนตัวของผู้เขียนที่ว่าแต่เดิมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยที่ใช้จักรยานเป็นพาหนะ กลายเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของนิสิตเกษตร และเมื่อพูดถึงจักรยานก็จะต้องคิดถึงหกเหลี่ยมควบคู่ไปด้วย เนื่องจาก หกเหลี่ยมที่ผู้เขียนรู้จักนั้นเป็นเรือนไม้ระแนงที่สวยงามอยู่ในบริเวณนี้ และเป็นสถานที่นัดพบกันโดยบังเอิญ จากการมาจอด จักรยานฝากไว้เมื่อจะกลับบ้านในวันสุดสัปดาห์และเมื่อจะเข้ากรุงเทพฯ ผู้เขียนจึงได้ทำหนังสือถึงผู้บริหาร มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องในสมัยนั้น เพื่อขออนุรักษ์พื้นที่สามเหลี่ยมชายธงตั้งแต่บริเวณประตู ๑ ผ่านอนุสาวรีย์หลวงสุวรรณ วาจกกสิกิจมาจนจรดถนนพหลโยธินด้านหน้า รวมทั้งเสาไฟเก่าแก่ ๒ ต้น กับรวมพื้นที่หกเหลี่ยมนี้ด้วย เพื่อจัดทำผังเป็น บริเวณ เดียวกับอาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งต่อไปคาดว่าจะได้ใช้เป็นหอประชุมเล็กร่วมใช้กับหอประชุมใหญ่ในการ เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเนื่องจากได้ขอพระราชทาน พระราชานุญาตจัดสร้างบุษบกประดิษฐานพระนามาภิไธยย่อ "สธ" จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กำหนดจะสร้างในบริเวณสระน้ำใหญ่ด้านซ้ายของหอประชุม โดยวางผังสร้างน้ำพุไว้ด้านขวามือเพื่ออาจจะได้สร้างอนุสรณ์สถาน เป็นที่ระลึกในการที่ทั้งสองพระองค์เสด็จประพาสมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้เสนอแนวคิดต่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อให้ อนุรักษ์เรือนหกเหลี่ยมไว้สำหรับจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับได้ขอให้มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ได้ขุดบ่อปลาเพื่อจำลองบ่อเลี้ยงของแผนกทดลอง กรมประมง ที่ได้ถมไปแล้ว ไว้ในบริเวณนี้ด้วย

(รูปหกเหลี่ยมของ อ.ระพี)
ศาสตราจารย์ ระพีฯ เล่าว่า ได้เห็นหกเหลี่ยมนี้มานานมาก เห็นจนกระทั่งเกือบจะพังไป แต่ก็ไม่แน่ใจว่าผู้ใดสร้างไว้
คาดว่าน่าจะเป็นกรมประมงสร้าง เพราะอยู่หน้าบ่อเลี้ยงของแผนกทดลองกรมประมง "เขียนรูปให้ดูก็ได้" (ดูรูป) สมัยนั้น
ยังไม่มีหอประชุมใหญ่ สำหรับศาสตราจารย์ คุณชวนชม ฯ เล่าว่า หกเหลี่ยมเป็นที่ที่ชาวเกษตรนิยมเอาจักรยานไปจอดทิ้งไว้
เพื่อขึ้นรถเมล์กลับบ้าน ต่อมาหลวงอิงคศรีกสิการ (ศาสตราจารย์ อินทรี จันทรสถิตย์) อธิการบดีสมัยนั้น ได้สั่งให้อาจารย์กวี
วิสุทธารมณ์ ไปจัดการกั้นเป็นบริเวณไว้ หลังจากนั้นก็มีคนไปรับจ้างปะจักรยาน หกเหลี่ยมช่วงสุดท้ายจึงเป็นที่จอดจักรยาน
ฝากจักรยานของนิสิตและข้าราชการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในเรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ ปล่อยปลาและใน
เรื่องหกเหลี่ยมน่าจะไปถาม ท่านอาจารย์ปรีดา กรรณสูตร เพราะตอนที่เสด็จฯ นั้น มีหกเหลี่ยมหรือยังก็จำไม่ได้ จำได้ แต่ว่า
ถนนหน้าอนุสาวรีย์หลวงสุวรรณฯ นั้น ต่อมา อาจารย์นึกรัก พหลโยธิน (คณะวิศวกรรมศาสตร์) ไปได้งบประมาณมา 1 ล้านบาท
จึงมาสร้างเป็นถนนขึ้นมา จึงมีชื่อเรียกขานถนนสายนี้ว่า "ถนนล้านบาท"

ดร.กิจจา ใจเย็น รองอธิบดีกรมประมงปัจจุบัน เล่าว่า อาคารหกเหลี่ยมนั้นมีมานานแล้ว แต่เดิมกรมประมงสร้าง
เพื่อเป็นศาลาให้เป็นที่สำหรับประชาชนมาจองพันธุ์ปลา และเป็นที่ส่งเสริมและเผยแพร่การเลี้ยงปลา มีตู้ปลามีโปสเตอร์
ประชาสัมพันธ์ เรื่องการเลี้ยงปลา เพราะบริเวณนี้อยู่ติดถนนพหลโยธิน เดินเข้าประตู (ซึ่งในอดีตอยู่ติดธนาคารออมสินปัจจุบัน)
มาก็จะถึงที่จองพันธุ์ปลาได้เลย ไม่ต้องเดินไปไกล

อดีตอธิบดีกรมประมง นายปรีดา กรรณสูตร เล่าว่า ท่านเป็นผู้สร้างศาลาหกเหลี่ยมนี้เองแต่เดิมกรมประมงดูแลพื้นที่ บริเวณ ด้านหน้านี้ทั้งหมด สร้างก่อนปี ๒๔๘๙ โดยใช้คนงานของบ่อเลี้ยงแผนกทดลองของท่านที่ขุดสระหน้าหอประชุม ซึ่งแต่เดิมใช้เลี้ยงปลา แต่จำไม่ได้ว่าใช้เงินงบใดเท่าไรสร้างหกเหลี่ยม แต่ว่าสร้างเพื่อไว้ให้เป็นที่นั่งพักมีปลูกต้นพวงชมพู ไว้ตาม เสา ไปค้นวารสารประมง
เก่า ๆ น่าจะมีรูปและเรื่องเล่าไว้บ้าง

แหล่งอ้างอิง
๑. จดหมายเหตุ หนังสือด่วนมากสำนักพระราชวัง ที่ จ.๙๘๑/๒๔๘๙ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๔๘๙ โดยเลขาธิการพระราชวัง (พระยาชาติเดชอุดม) ถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๒. จดหมายเหตุ บันทึกการประชุมอัญเชิญเสด็จพระราชดำเนินประพาสอำเภอบางเขน อำเภอมีนบุรี และ สำเพ็ง จังหวัดพระนคร ครั้งที่ ๑/๒๔๘๙ ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๔๘๙ ที่ห้องประชุมสำนักพระราชวัง หม่อมหลวงปีย์ มาลากุล จดบันทึกการประชุม
๓. จดหมายเหตุ หนังสือด่วนมาก สำนักพระราชวัง ที่ จ ๑๑๑๗/๒๔๘๙ ลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๘๙ จาก เลขาธิการพระราชวัง (พระยาชาติเดชอุดม) ถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เรื่อง เสด็จพระราช ดำเนินทอดพระเนตรกิจการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
๔. สำเนาพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๘ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๘๙
๕. คำสัมภาษณ์ ศาสตราจารย์ คุณชวนชม จันทระเปารยะ ทางโทรศัพท์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๔๐
๖. คำสัมภาษณ์ ศาสตราจารย์ระพี สาคริก เมื่อวันอังคารที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๔๐
๗. คำสัมภาษณ์ ดร.กิจจา ใจเย็น รองอธิบดีกรมประมง เรื่องหกเหลี่ยม เมื่อวันพุธที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๔๐
๘. คำสัมภาษณ์อดีตอธิบดีกรมประมง นายปรีดา กรรณสูตร เรื่องหกเหลี่ยม และการเสด็จพระราชทาน พันธุ์ปลาหมอเทศ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๔๐
๙. หนังสือครบรอบ ๖๐ ปี กรมประมง ๒๑ กันยายน ๒๕๒๙ หน้า ๙๑ และหน้า ๑๘๒-๑๙๑
๑๐ หนังสือข่าวการประมง ปีที่ ๖ ตุลาคม ๒๔๙๖ เล่ม ๔
๑๑. ข่าวการประมงปีที่ ๖ รวมเล่ม ๑-๔, ๒๔๙๖
๑๒. รายงานประจำปี พ.ศ.๒๕๒๔ แผนกทดลองและเพาะเลี้ยง กองบำรุงพันธุ์สัตว์น้ำ กรมประมง
๑๓. International Inland Fisheries Institute, Bangkok, Thailand. Department of Fisheries, Ministry of Agriculture and Co-Operative. 1977.
๑๔. สมุดภาพโครงการตามพระราชดำริ

พระบรมราโชวาท
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๘
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๘๙
นักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทั้งหลาย

วันนี้ข้าพเจ้าได้มีโอกาศมาเยี่ยมสถานศึกษาของท่าน กับได้ดูกิจการต่าง ๆตลอดจนการสอนของมหาวิทยาลัยนี้แล้ว
เป็นที่เรียบร้อยพอใจมาก ข้าพเจ้าขอถือโอกาศนี้ใคร่จะขอให้โอวาทไว้กับนักศึกษาทั้งหลาย พอเป็นเครื่องเตือนใจสักเล็กน้อย
กล่าวคือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นี้นับว่าเป็นสถานศึกษาที่สำคัญส่วนหนึ่งของชาติด้วยว่าการเกษตรเป็นสิ่งที่เหมาะสมแก่
พื้นภูมิประเทศเราโดยทั่ว ๆ ไป จะเป็นการทำนาก็ดี การเพาะปลูกพืชพรรณใด ๆ ก็ดี ย่อมได้ผลเจริญงอกงามทั้งนั้น
ฉะนั้นการที่ท่านได้เข้ามาเป็นนักศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยนี้ขอให้ท่านจงหมั่นพยายามศึกษาแสวงหาความรู้ความชำนาญให้จน
เป็นผลสำเร็จ เมื่อท่านศึกษาวิชาต่าง ๆ จบหลักสูตรแล้ว จะได้นำวิชาที่ได้ศึกษานี้ไปใช้ในครอบครัวของท่าน และจงช่วยแนะนำ
ให้ญาติมิตรและเพื่อนบ้านใกล้เคียงของท่าน ได้ประกอบตามแนวความรู้ความชำนาญของท่าน เพื่อจะได้เป็นทางเผยแพร่ในการ
เกษตรกรรม ให้แพร่หลายยิ่งขึ้น ผลที่จะได้รับก็คือทางครอบครัวท่านก็จะมีอาชีพเป็นหลักฐานหรือถ้าจะประกอบให้เป็นอาชีพที่
เป็นล่ำเป็นสัน ความอุดมสมบูรณ์ในด้านการเกษตรก็จะเป็นของชาติในภายหน้าต่อไป
ในที่สุด ข้าพเจ้าขอให้บรรดาอาจารย์ ครู และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จงมีพลานามัยอันสมบูรณ์ เพื่อได้เป็นกำลังในการศึกษา ขอให้ท่านทั้งหลายจงมีความสุขความเจริญโดยทั่วกัน

1 ผู้เรียบเรียง : ภาควิชาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
2 ผู้เขียนและผู้สัมภาษณ์ : ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์