โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี
เกษม จันทร์แก้ว และคณะ 1
โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกิดขึ้นด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีแนวพระราชดำริถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมในด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นในทุกขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาขยะ น้ำเสีย ที่นับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นในชุมชนต่าง ๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบันแม่น้ำสายสำคัญ หลายสายในประเทศมีสภาพเน่าเสียจนไม่สามารถนำน้ำมาใช้ในการอุปโภคบริโภคได้ ทั้งนี้เนื่องจากชุมชนต่าง ๆ ได้ระบายน้ำทิ้งลงสู่แม่น้ำโดยไม่ได้ผ่านการบำบัด อีกทั้งปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นซึ่งยังขาดเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการกำจัด ปัญหาเหล่านี้ควรได้รับการแก้ไขโดยใช้วิธีการหรือเทคโนโลยีที่เหมาะสม จังหวัดเพชรบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่ประสบปัญหาดังกล่าวนี้ ปัญหาน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเน่าเสีย ปัญหาขยะเพิ่มมากขึ้น ได้ส่งผลให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างมากในชุมชนเทศบาลเมืองเพชรบุรี จากปัญหาด้วยพระราชดำริดังที่กล่าวนั้น สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) จึงได้ประสานงานกับกรมชลประทาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เทศบาลเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันดำเนินงานโครงการนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการ คือ การศึกษาวิจัยหาวิธีการหรือเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย ขยะ ตลอดจนฟื้นฟูสภาพเสื่อมโทรมของป่าชายเลน เทคโนโลยีที่ใช้นั้นจะเน้นถึงความประหยัด ใช้ง่าย และสามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศได้ด้วย ทางคณะผู้ดำเนินการได้เลือกพื้นที่ในการดำเนินการบริเวณตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี มีพื้นที่ 1,135 ไร่ ซึ่งมีแนวทางในการดำเนินการคือ การศึกษาทดลองบำบัดน้ำเสียโดยใช้ระบบหญ้ากรองน้ำเสีย (grass filtration) ระบบบ่อบำบัด (lagoon treatment) ระบบบึงชีวภาพ (constructed wetland) และการใช้ป่าชายเลนในการบำบัดน้ำเสีย (red and white mangrove) ตลอดจนวิธีการกำจัดขยะในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การหมักโดยใช้เชื้อจุลินทรีย์ การฝังกลบแบบถูกหลักสุขาภิบาล เมื่อหมักจนได้ปุ๋ยหมักแล้วจะนำปุ๋ยที่ได้ผสมกับวัสดุ โดยใช้หลักวัสดุศาสตร์นำไปถมชายทะเลดันเลนออกไป แล้วปลูกป่าชายเลนเพิ่มเติม เป็นการฟื้นฟูป่าชายเลนให้เป็นแหล่งวางไข่และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ และสามารถเป็นแนวกันลมกันคลื่นโดยธรรมชาติได้
การดำเนินโครงการฯ ที่ผ่านมา
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับผิดชอบในส่วนการศึกษาวิจัย และได้เริ่มศึกษาวิจัยมาตั้งแต่ พ.ศ.2535 เป็นต้นมา ซึ่งการดำเนินการในระยะแรกนั้นกรมชลประทานได้สำรวจ ออกแบบและก่อสร้างโครงการ ซึ่งระบบแรกที่ทำการก่อสร้าง คือ ระบบบ่อบำบัดน้ำเสีย (lagoon treatment) ซึ่งจะใช้เป็นระบบหลักในการรองรับการบำบัดน้ำเสียจากชุมชนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี โดยมีการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียในพื้นที่เทศบาลทั้งหมด นำน้ำเสียสูบมารวบรวมที่สถานีสูบน้ำบ้านคลองยางและสูบส่งผ่านท่อ เป็นระยะทาง 18.5 กิโลเมตรไปบำบัดในระบบบำบัดในพื้นที่โครงการ ระบบบ่อบำบัดน้ำเสียที่ออกแบบก่อสร้างไว้สามารถรองรับน้ำเสียได้ ประมาณ 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน พร้อมกันในพื้นที่โครงการนั้น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นของโครงการ โดยได้วิจัยคัดเลือกพันธุ์พืช หาอัตราส่วนผสมของดินและทรายเพื่อใช้ปลูกพืชในแปลงหญ้ากรองน้ำเสีย (grass filtration) การทดลองหมักปุ๋ยโดยใช้เชื้อ
จุลินทรีย์ไฮเทคและศึกษาสภาพสังคมและเศรษฐกิจทั่วไปของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี
จากการศึกษาวิจัยในระยะแรกพบว่า สามารถคัดเลือกพันธุ์พืชที่เหมาะสมในการบำบัดน้ำเสียจำนวน 6 ชนิด ได้แก่ กกกลม ธูปฤาษี หญ้าแฝก หญ้าคาลาร์ หญ้าโคสครอส และหญ้าสมูท โดยในการปลูกพืชจะใช้อัตราส่วนผสมดิน : ทราย = 3:1 ชนิดพืชและอัตราส่วนผสมดินที่ได้นี้ จะนำไปใช้ในการสร้างแปลงทดลองหญ้ากรองน้ำเสียใน การศึกษาวิจัยระยะต่อไป การทดลองทำปุ๋ยหมักไฮเทคนั้น พบว่ายังได้เนื้อปุ๋ยที่มีการปนเปื้อนจุลินทรีย์และพยาธิก่อโรค การแยกขยะไม่มีผลต่อการปนเปื้อน แม้ว่าจะทดลองแยกเอาขยะที่สามารถนำกลับไปใช้ได้ออกไปก็ยังตรวจพบการปนเปื้อน ซึ่งในการวิจัยในส่วนนี้จะต้องมีการศึกษาวิจัยหาทางแก้ไขต่อไป ด้านสังคม พบว่าเทศบาลเมืองเพชรบุรีประชาชนส่วนใหญ่ ยังมีการทิ้งขยะไม่เป็นที่ ไม่มีการแยกขยะก่อนทิ้ง รวมทั้งน้ำเสียยังมีการระบายลงสู่ท่อระบายน้ำของเทศบาลและปล่อยลงสู่แม่น้ำโดยตรงโดยไม่มีการบำบัดแหล่งขยะและน้ำเสีย ได้แก่ แหล่งชุมชน ตลาด อุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น
ภาพที่ 1 แปลงทดลองคัดเลือกพันธุ์พืช
นอกจากการศึกษาวิจัยใน 4 ประเด็นหลักแล้ว ทางโครงการฯ ได้ศึกษาวิจัยในหัวข้ออื่นๆ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในงานวิจัยหลักด้วย อาทิ การศึกษาการใช้ดิน (สัดส่วนผสมดิน:ทราย = 3:1) ร่วมกับพืชในการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งจากการศึกษา พบว่า กกกลมที่ปลูกในสัดส่วนดินผสมทรายดังกล่าว
สามารถบำบัดน้ำเสียจากชุมชนในเทศบาลเมืองเพชรบุรีในสภาพน้ำขัง 7 วันและปล่อยแห้ง 3 วัน คุณภาพน้ำทิ้งที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การบำบัดน้ำเสียโดยระบบบ่อบำบัดที่ก่อสร้างแล้ว พบว่าระบบสามารถบำบัดน้ำเสียได้น้ำทิ้งที่มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และสามารถรองรับน้ำเสียได้ 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็นต้น
ภาพที่ 2 การทดลองหมักปุ๋ยโดยใช้เชื้อปุ๋ยหมักไฮเทค
ในปัจจุบัน ยังมีการศึกษาวิจัยบางส่วนที่กำลังศึกษาวิจัย และยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ได้แก่ คุณภาพน้ำในด้านต่างๆ ทรัพยากรประมง นิเวศวิทยาทางน้ำ ในแม่น้ำเพชรบุรีและพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของโครงการ การศึกษาด้านวัสดุศาสตร์ การศึกษาสภาวะขึ้นลงของน้ำทะเล ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อมูลสถานภาพเบื้องต้นของระบบสิ่งแวดล้อมของโครงการการศึกษาวิจัยในระยะต่อไป
ภาพที่ 3 ระบบบ่อบำบัด (lagoon treatment) ที่ก่อสร้างเสร็จ และได้เริ่มเดินระบบ เมื่อ 15 พ.ค. 2537
ในการศึกษาวิจัยในระยะต่อไป เป็นการศึกษาวิจัยในแปลงทดลองขนาดใหญ่โดยใช้ข้อมูลเบื้องต้นที่ศึกษาวิจัยได้ในระยะที่ผ่านมา งานวิจัยที่กำหนดไว้ ได้แก่
- การทดลองบำบัดน้ำเสียโดยใช้ระบบหญ้ากรองน้ำเสีย (grass filtration)
- การทดลองบำบัดน้ำเสียโดยใช้ระบบ Constructed Wetland
- การทดลองใช้ป่าชายเลนในการบำบัดน้ำเสีย (red and white mangrove)
- การหมักปุ๋ยจากขยะ และนำปุ๋ยหมักที่ได้ผสมคลุกเคล้ากับวัสดุที่เหมาะสม นำไปถมพื้นที่ชายทะเล แล้วปลูกป่าชายเลน
- การนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการศึกษาวิจัย สร้างแบบจำลองเพื่อนำไปใช้ประยุกต์กับพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ
ในปัจจุบัน ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ การแก้ไขปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยี ซึ่งในการลงทุนนั้นต้องใช้งบประมาณสูงมาก ดังนั้นการศึกษาหาวิธีการหรือเทคโนโลยีเหมาะสม ราคาถูก ใช้ง่าย จึงเป็นทางออกหนึ่งในการรองรับปัญหา หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จก็จะเอื้อประโยชน์แก่ประชาชนชาวไทยอย่างมหาศาล
1 โครงการสหวิทยาการบัณฑิตศึกษา สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์