ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์กับการบริหารและจัดการทรัพยากรน้ำ


อัศนีย์ ก่อตระกูล 1

การจัดการทรัพยากรน้ำ คือ การนำทรัพยากร "น้ำ" มาใช้ให้ได้ประโยชน์สูงสุดการจัดการ ทรัพยากรน้ำจึงประกอบขึ้นด้วย การจัดสรรน้ำในระบบส่งน้ำ การบริหารน้ำในอ่างเก็บน้ำ การปรับปรุง บำรุงรักษาแหล่งน้ำ รวมทั้งการป้องกันอุทกภัยและการป้องกันน้ำเค็ม ความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำ ต้องอาศัยข้อมูลและสารสนเทศเป็นจำนวนมาก อันได้แก่ ข้อมูลสภาพอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลปริมาณน้ำฝนรายวัน ข้อมูลปริมาณน้ำท่ารายวัน ข้อมูลสภาพอุทกธรณีวิทยา ข้อมูลความ ต้องการใช้น้ำ ข้อมูลแหล่งน้ำ ปริมาณน้ำในเวลาต่างๆ ในระยะยาวของแหล่งน้ำ สภาพน้ำท่วมในเขตโครงการ ข้อมูลคุณภาพดิน การใช้ที่ดิน ข้อมูลเขตอนุรักษ์ เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้ บางข้อมูลเป็นข้อมูลเชิงพื้นที่ กล่าวคือ เป็นข้อมูลเชิงปริมาณพร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงตำแหน่งทางระบบพิกัด เพื่อให้การบริหารและการจัดการทรัพยากร มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว จึงมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ คือ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อประมวลผลข้อมูลแผนที่ และระบบจัดการฐานข้อมูลหลายสื่อ เพื่อประมวลผลข้อมูลเชิงตัวเลข รูปภาพ และเสียง (ดูรูปที่ 1)

รูปที่ 1 ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์กับการจัดการทรัพยากรน้ำ

ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS-Geographic Information System) ผู้ใช้สามารถจัดเก็บข้อมูลให้สัมพันธ์กับภาพแผนที่ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและแสดงผลเชิงแผนที่ ทำให้ผู้ใช้มองเห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์นี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ปัญหาและการวางแผนแก้ไขได้อย่างเหมาะสม รวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์

ในรูปที่ 2 แสดงถึงตัวอย่างของการแสดงข้อมูลปริมาณเชิงแผนที่ของการรุกล้ำของน้ำเค็มจากแม่น้ำเข้าสู่คลองส่งน้ำ สีแดงแสดงให้เห็นถึงค่าความเค็มที่เกินระดับปกติ นอกจากการแสดงผลด้วยแผนที่ เรายังสามารถกำหนดให้แสดงในรูปแบบอื่น คือ เชิงกราฟฟิค และรายการชื่อประตูระบายที่จะต้องมีการปิด/เปิด เพื่อป้องกัน/ไล่น้ำเค็ม

รูปที่ 2 แสดงค่าความเค็มในคลองส่งน้ำในรูปแบบ แผนที่ กราฟ คำบรรยาย

สำหรับ รูปที่ 3 แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับฝาย คือตำแหน่งบนแผนที่ รูปภาพ และรายละเอียดลักษณะประจำของฝาย อันได้แก่ ชื่อ ระบบส่งน้ำ ปีก่อสร้าง เป็นต้น

รูปที่ 3 ข้อมูลของฝาย แสดงในรูปแบบของแผนที่ รูปภาพ ข้อมูลลักษณะประจำของฝาย

ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อการบริหารและจัดการทรัพยากรน้ำที่กำลังพัฒนา ในปัจจุบันเป็นระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ขนาดเล็กที่ครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และ ฉะเชิงเทรา ซอฟท์แวร์ และ ฮาร์ดแวร์ ( ดูรูปที่ 4 ) ที่ใช้ในปัจจุบัน ประกอบด้วย

รูปที่ 4 แนวทางการพัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์กับการบริหาร และการจัดการทรัพยากรน้ำ

สำหรับปัญหาในการใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ปัญหาสำคัญที่พบมีอยู่ 3 ประการ คือ ต้องใช้งบประมาณสูง ต้องใช้เวลาในการพัฒนา และความขาดแคลนด้านบุคลากรในการพัฒนาระบบ เพื่อลดปัญหาดังกล่าว การพัฒนาในอนาคตจึงควรมีการเชื่อมโยงระบบเข้าด้วยกันเพื่อใช้ทรัพยากรข้อมูลและทรัพยากรบุคคลร่วมกัน เช่นข้อมูลแผนที่การใช้ที่ดินจากกรมพัฒนาที่ดิน แผนที่ขอบเขตการปกครอง ถนน จากกรมแผนที่ทหาร และหน่วยงานอื่นๆ ดังแสดงในรูปที่ 5

รูปที่ 5 การเชื่อมโยงระบบของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีชั้นสูงทางด้านปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System) สำหรับช่วยในการตัดสินใจ โมเดลสำหรับการพยากรณ์หรือการคาดการณ์ การสอบถามและเรียกค้นข้อมูลโดยภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และอื่น ๆ (ดูรูปที่ 6) จะช่วยให้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อการบริหารและการจัดการทรัพยากร น้ำมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงขึ้น

รูปที่ 6 การนำเทคโนโลยีชั้นสูงมาใช้ร่วมกับ GIS สำหรับแนวทางในอนาคต

กิตติกรรมประกาศ
ผู้เขียนและทีมงานขอขอบคุณผู้เสนอผลงานและเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ชลประทานที่ 9 ที่ได้กรุณาสละเวลาและอำนวยความสะดวกในการสำรวจข้อมูล และอนุเคราะห์จัดหาข้อมูล และขอขอบคุณ บริษัท ยูนิฟิค จำกัด ที่ได้อนุเคราะห์มอบซอฟต์แวร์ GEOMAX ให้กับภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้ในการพัฒนางานวิจัย

บรรณานุกรม
"เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการทำงานชลประทาน." , สัมมนาทางวิชาการ 14-16 ธันวาคม 2526.
" The Paradigm Shift in Environment Data Management" , in Environment Data Management and Decision Support System Seminar Processing , Bangkok , Thailand , 1996 .

1 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์