พระราชกรณียกิจและพระราชดำริด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
เชื้อเพลิงเขียวและปุ๋ยอินทรีย์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยะเป็นเลิศในการใช้สิ่งต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
แม้วัชพืช เช่น ผักตบชวา ซึ่งโดยทั่วไปเป็นพืชที่ไม่พึงประสงค์ และวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรทั้งหลาย ก็ทรงนำมาใช้ประโยชน์
ในหลายรูปแบบ ตัวอย่างของพระราชดำริและพระราชกรณียกิจในเรื่องนี้ได้แก่ โครงการเชื้อเพลิงเขียวและโครงการปุ๋ยอินทรีย์
ในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา โครงการเชื้อเพลิงเขียวเริ่มดำเนินการเมื่อ พ.ศ.2530 กิจกรรมของโครงการได้แก่การผลิต
แท่งเชื้อเพลิงในการนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรไปผึ่งแดดเพื่อให้ความชื้นลดลงเหลือไม่เกิน 10% แล้วนำไปบดและผสมกับ
แกลบ อัดให้เป็นแท่ง และเผาให้เป็นถ่านแท่ง สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิง เมื่อใช้วัชพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักตบชวา แทนวัสดุเหลือทิ้ง
ทางการเกษตร ปรากฏว่าแท่งเชื้อเพลิงให้พลังงานความร้อนในอัตรา 2,800 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัม ก่อนเผาเป็นถ่านแท่ง และ
3,000 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัม เมื่อเผาเป็นถ่านแท่งแล้ว เมื่อเพิ่มขี้เลื่อยเหลือทิ้งจากการเพาะเห็ดเข้าไปด้วยในส่วนผสม 1:1 ปรากฏว่า
แท่งเชื้อเพลิงให้พลังงานความร้อนในอัตรา 3,500 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัม
โครงการปุ๋ยอินทรีย์เริ่มดำเนินการเมื่อ พ.ศ.2535 เป็นการทดลองผลิตปุ๋ยหมักจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรและวัชพืช โดยใช้น้ำทิ้งจากโรงกลั่นแอลกอฮอล์เป็นตัวเร่งปฏิกริยาย่อยสลายซึ่งปรากฎผลว่าใช้เวลาเพียง 10-20 วันในการย่อยสลาย และได้ปุ๋ยหมักที่มีปริมาณธาตุอาหารสูงนอกจากนี้ ยังทรงศึกษาพบด้วยว่าไส้เดือนทำหน้าที่เป็นตัวย่อยสลายที่เร็วมากอีกด้วย
คณะกรรมการ The International Society of Chemical Ecology (ISCE) ได้ตระหนักในพระราชกรณียกิจด้าน
ชีวภาพดังกล่าว จึงได้ขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลเทิดพระเกียรติในด้านการสงวนรักษาความหลากหลายทาง
ชีวภาพ (The Natura Pro Futura) แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2536 เพื่อเป็นการเฉลิม
พระเกียรติพระองค์ในด้านการสงวนรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งนับตั้งแต่สถาบันดังกล่าวได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลาง
ความร่วมมือระหว่างนักชีววิทยาและนักเคมี เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2526 ที่รัฐ Kentucky ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น
นับเป็นครั้งแรกที่สถาบันฯ ได้ริเริ่มจัดให้มีรางวัล "The Natura Pro Futura" ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2535 เพื่อมอบให้แก่บุคคล
ที่ผลงานดีเด่นด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่จะเป็นแบบอย่างให้แก่ประเทศต่าง ๆ นำไปยึดถือปฏิบัติได้ต่อไป
ซึ่งในขณะนั้นทางสถาบันฯ มีสมาชิกทั่วโลกกว่า 500 คน และยังไม่เคยมอบรางวัลดังกล่าวให้แก่บุคคลใดมาก่อน เมื่อคณะ
กรรมการสถาบันฯ มีการพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมจากทั่วโลก ได้มีความประทับใจในพระราชกรณียกิจของพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงมีมติทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลนี้แด่พระองค์
การอนุรักษ์ดินและน้ำ |
การบำบัดน้ำเสีย |
อาหารและโภชนาการ |
ยารักษาโรค |
การอนุรักษ์ทรัพยากรพันธุกรรมพืช |
เชื้อเพลิงเขียวและปุ๋ยอินทรีย์