ระบบ ORBCOMM มีส่วนประกอบหลัก ๆ อยู่ 3 ส่วนคือ ส่วนของระบบที่อยู่บนท้องฟ้า (space segment),ส่วนของระบบทางภาคพื้นดิน (ground segment) และเครื่องรับ-ส่งปลายทาง(SCs หรือ User terminals) การครอบคลุมพื้นที่ให้บริการในสหรัฐอเมริกา จะต้องใช้ GES (ซึ่งไม่ต้องการคนเข้ามาปฏิบัติงานประจำ) ถึง 4 สถานีที่มุมต่าง ๆ 4 มุมของสหรัฐฯ และศูนย์ NOCC 1 ศูนย์ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อรองรับกลุ่มดาวเทียมขนาดเล็กที่มีได้ถึง 36 ดวง ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่เข้าร่วมให้บริการกับ ORBCOMM จะมีศูนย์ปฏิบัติการโครงข่าย(Network Operations Center(NOC)) และสถานี GES เป็นของตนเอง จำนวน GES จะขึ้นอยู่กับขนาดของประเทศ ดาวเทียมดวงใดที่เคลื่อนตัวพาดผ่านเหนือท้องฟ้าเข้ามา จะถูกติดต่อใช้งานผ่านทางสถานีเกตเวย์ที่อยู่ในบริเวณย่านนั้น ส่วนของระบบภาคพื้นดิน

ส่วนของระบบทางภาคพื้นดินประกอบด้วย NOC แล GES (ส่วน GES นี้ไม่ต้องการคนเข้ามาดูแลประจำ)ส่วนของระบบทางภาคพื้นดินนี้ จะรวมลักษณะอินเทลลิเจนต์ ต่าง ๆ ของระบบเข้าไว้เพื่อไม่ให้ดาวเทียมมีความซับซ้อนและแพงมากเกินไป ซึ่งถ้าหากเข้าไปอยู่ในวงโคจรแล้วมีปัญหาเกิดขึ้น จะไม่สามารถเข้าไปซ่อมแซมภายหลังได้ แต่ละประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมลงทุนในระบบ ORBCOMM จะมี NOC และ GES เป็นของตนเอง ในช่วงเริ่มต้นจะมี GES 4 แห่งตั้งอยู่ที่ทั้ง4 มุมของสหรัฐอเมริกาแต่ละ GES จะมีสายอากาศย่าน VHF ที่ปรับบังคับทิศทางได้อยู่ 2 ชุด ซึ่งจะคอยติดตามดาวเทียมขณะที่ดาวเทียมเคลื่อนตัวพาดผ่านท้องฟ้า สถานี GES และดาวเทียมจะช่วยเชื่อมติดต่อช่องสัญญาณจากเครื่อง SC ไปยัง NOC ศูนย์ปฏิบัติการโครงข่าย NOC

ทาง ORBCOMM จะเป็นเจ้าของและปฏิบัติการศูนย์ NOC ในสหรัฐอเมริกา จะมีศูนย์ NOC ศูนย์เดียวเท่านั้นอยู่ที่ Dulles,Virginia ศูนย์ NOC มีหน้าที่ในการสั่งการดาวเทียมเมื่อต้องการ ซึ่งจะรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูฐโทรมาตรที่ได้จากดาวเทียม NOC จะทำการประมวลผล message, บริหารจัดการโครงข่าย และทำฟังก์ชันควบคุมดาวเทียมของระบบ ORBCOMM NOC จะถูกติดตั้งด้วยอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ที่ได้รับการรับรอง, มีความเชื่อถือ และมีการสำรองป้องกันเอาไว้ NOC จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาปฏิบัติงานดูแล 24 ชั่วโมง/วัน และ 7 วัน/สัปดาห์ ข้อมูล messages ทั้งมหมดที่มีการรับ-ส่งกับเครื่อง SC จะถูกประมวลผลที่ NOC โดยมี GES เป็นตัวเชื่อมโยงจากดาวเทียมมายัง NOC ส่วนของระบบทางภาคพื้นดินของ ORBCOMM ที่กระจายอยู่ในหลายประเทศจะถูกเชื่อมโยงมายัง NOC ในสหกรัฐฯผ่านทางเครือข่ายโทรคมนาคมทางภาคพื้นดินที่มีอยู่แล้ว

NOC ยังมีการติดต่อกับภายนอกผ่านทางเครือข่าย X.400,x.25, วงจรเช่า, การโทรเรียกผ่านโมเด็ม, เครือข่ายสารธารณะ (Public) และเครือข่ายพื้นฐาน (private) รวมทั้งเครือข่ายของ E-mail การกินเตอร์เฟสจากภายนอกไปยัง NOC อย่างที่กล่าวมานี้ จะช่วยให้สามารถอินทิเกรตรวมโครงข่ายของ ORBCOMM เข้ากับระบบโครงข่ายที่มีการเปิดใช้งานอยู่แล้วได้ สถานีเกตเวย์ภาคพื้นดิน GES

สถานีเกตเวย์ จะให้การเชื่อมโยงช่องสัญญาณระหว่างดาวเทียมกับระบบที่อยู่ ทางภาคพื้นดิน สถานีGES นี้ จะไม่ต้องการคนเข้าไปอยู่เพื่อปฏิบัติงานประจำและจะมีการสำรองป้องกันส่วนต่าง ๆ ที่สำคัญของระบบภายในสถานีและสถานี GES มีหน้าที่ดังนี้

ทำการค้นหาและติดตามดาวเทียมโดยอาศัยข้อมูลตำแหน่งโคจรที่ได้รับจาก NOC
ทำการส่งและรับสัญญาณข้อมูลกับดาวเทียม
ทำการส่งและรับข้อมูลกับทาง NOC
เฝ้าตรวจสอบสามรรถนะ(ในระดับ system level) ของดาวเทียมที่ถูกต่อไปยัง NOC
GES จะมีสายอากาศย่าน VHF ที่มีอัตราขยายสูงและปรับบังคับทิศทางได้อยู่ 2 ชุด ซึ่งจะคอยติดตามดาวเทียมขณะที่มีการเคลื่อนตัวพาดข้ามท้องฟ้า GES จะทำการส่งอัตราบิต ข้อมูล 56.7 กิโลบิตต่อวินาที ด้วยกำลัง 500 วัตต์ ในย่านความถี่ 148.0-150.05 เมกะเฮิรตซ์ไปยังดาวเทียมในย่ามความถี่ 137.0-138.0 เมกะเฮิรตซ์ ด้วยกำลัง 3 วัตต์

การนำระบบ ORBCOMM มาใช้งาน
1. การจัดการพลังงานจากระยะไกล (Remote energy operations)

การตรวจสอบการส่งถ่ายน้ำมันหรือแก๊ส ตามระยะต่าง ๆ ของท่อส่ง
การตรวจวัดระดับน้ำมันในถังบรรจุที่ฐานขุดเจาะนั้นมัน เพื่อเตื่อนให้มีการสูบถ่ายเมื่อถึงระดับที่กำหนด
การตรวจสอบการดับของกระแสไฟฟ้าและหาตำแหน่งที่เกิดปัญหา

2. การใช้งานภาครัฐบาล (Govemmet applicattions)

เป็นระบบสื่อสารให้แก้ผู้ช่วยเหลือของภาครัฐที่จะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่ได้รับภัยพิบัติและขาดการติดต่อสื่อสารกับภายนอก
ในยามเกิดสงคราม หากนักบินต้องลงฉุกเฉินในดินแดนข้าศึก และไม่สามารถค้นหาช่วยเหลือนักบินได้เนื่องจากสภาวะอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ORBCOMM จะช่วยเหลือในการบอกตำแหน่งของนักบินได้ ทำให้สามารถค้นหาได้อย่างรวดเร็วและนำตัวกลับมาได้อย่างปลอดภัย
การส่งข้อความข่าวสารต่าง ๆ ของเครื่อง ORBCOMM สามารถถูกเข้ารหัสเพื่อป้องกันการคัดรับโดยข้าศึกศัตรู

3. การสื่อสารข้อความกับทางเรือ (Marine messaging)

การส่งข้อความต่าง ๆ ให้กับทางกลุ่มเรือที่อยู่ในท้องทะเล โดยไม่จำเป็นต้องติดต่อสื่อสารกันทางเสียง เป็นการลดค่าใช้จ่ายของติดต่อสื่อสารให้น้อยลง
หากมีการเดินทางอยู่ท้องทะเลเป็นเวลานาน และต้องการติดต่อกับทางบนฝั่ง เช่น ผู้ขายสินค้าผู้ขายน้ำมันเชื้อเพลิงของเรือ ผู้จัดบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆรวมถึงทางบ้าน ทำให้สะดวกรวดเร็ว สามารถเตรียมการและสั่งสินค้าต่าง ๆ ได้ล่วงหน้าก่อนการเดินทางในครั้งถัดไป
แจ้งข่าวสารความคืบหน้าต่าง ๆ ของสถานะตนเองให้กับทางคนบนบกได้รับทราบ ด้วยเครื่องมือสื่อสารอย่างง่ายที่ใช้แบตเตอรี่ และมีราคาถูก ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งแทนการติดต่อทาง HF และอินมาแซท

4. การติดตามการเดินเรือ (Marine tracking)

เมื่อได้รับการแจ้งให้ทำการขนถ่ายสินค้าจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง สามารถทำการหาตำแหน่งของเรือสินค้าที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อให้ไปรับสินค้าที่จะขนถ่ายได้อย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจากเครื่องตรวจวัดการรั่วไหลของสารอัตรายจากเรือบรรจทุก จะช่วยรายงานสถานะต่าง ๆ ของการั่วไหล และตำแหน่งที่เกิด เพื่อให้ทางเจ้าหนั้าที่ของเรือเข้าไปซ่อมแซมได้ทันท่วงที
เมื่อมีเรือสินค้าหลายลำกำลังรอรับสินค้าอยู่ที่ท่าเรือแห่งหนึ่ง และหากต้องการให้เคลื่อนย้ายเรือลำที่ยังพอมีที่ว่างอยู่ไปรับตู้สินค้า สำคัญเร่งด่วนที่ท่าเรืออื่นเจ้าของเรือสินค้านั้นได้อย่างรวดเร็วทันที

5. การติดตามการวิ่งของรถบรรทุก(Trailer tracking)

เมื่อมีการซื้อรถบรรทุกตู้สินค้าเข้ามาจำนวนมาก และต้องการครวจสอบหารถที่ยังว่างอยู่ รวมถึงตำแหน่งที่อยู่ของรถเพื่อสั่งให้ได้รับสินค้าเร่งด่วนได้ตามกำหนด
ในกรณีของการขนส่งสินค่าเป็นระยะทางไกล เช่น เนื้อสดที่ต้องการการควบคุมอุณภูมิ การต่อเครื่อง ORBCOMM เข้ากับอุปกรณ์ตรวจวัด จะทำให้สามารถตรวจสอบและควบคุมอุณหภูมิได้โดยไม่ทำให้สินค้าเสียหาย
ในช่วงระหว่างการขนส่งสินค้า ตู้สินค้าอาจถูกขนถ่ายลงที่ใดที่หนึ่งระหว่างทางโดยบังเอิญ ทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าสินค้าอยู่ที่ไหน เครื่อง ORBCOMM สามารถบอกได้อย่างรวดเร็วว่าตู้สินค้าไปตกหล่อนอยู่ที่ไหน ก่อนที่สินค้าจะสูญหาย
ต่อไปการรับฝากข้อความก็จะยิ่งมีความสะดวกมากขึ้นหากบริการนั้นอยู่ในเครืองข่ายของ ORBCOMM และยิ่งหากเป็นข้อมูลด้านโทรสาร ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าจะไม่มีความผิดพลาดของข้อมูลเกิดขึ้น


ผู้เขียน : พงษ์ศักดิ์ สุสัมพันธ์ไพบูลย์
เรียบเรียงจาก : หนังสืออิเลกทรอนิกส์ ฉบับที่ 182 เมษายน 2541 หน้าที่139