ระบบสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียมวงโคจรระดับต่ำที่เหมาะสำหรับการฝากส่งข้อความและโทรสารที่ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการได้มากกว่าระบบสื่อสารพื้นฐานที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเช่น ภาคพื้นสมุทร

ORBCOMM ได้ทำการปล่อยและเริ่มใช้งานดาวเทียม ORBCOMM 2 ดวงแรมเมื่อเดือนเมษายน 1995 การรับส่งฝากข้อความ Messages กับดาวเทียม จะดำเนินการผ่านทางเครื่องที่เรียกว่า Subscriber Communicators (SCs) หรือบางทีเรียกว่า user terminals บริการที่เปิดให้บริการที่เปิดให้บริการได้แก่ การรับส่งข้อความ message (paging) Internet mail และแฟ็กซ์

ระบบ ORBCOMM จะใช้กลุ่มดาวเทียมเคลื่อนที่วงโควรต่ำ (LEO)สำหรับให้บริการครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลก เครื่อง SC จะมีขนาดเล็กพกพาได้และมีน้ำหนัก เบาระบบ ORBCOMM เป็นระบบดาวเทียมโควรต่ำระบบแรกของโลกที่ให้บริการสื่อสารข้อมูลแบบ 2 ทาง ครอบคลุมทั่วโลก โดยเป็นระบบที่ลงทุนต่ำและมีความสามารถให้บริการได้สูง(High availability) ซึ่งโครงการระบบ ORBCOMM เป็นบริษัทร่วมลงทุน (Jointventure) ระหว่างบริษํท Orbital Sciences Corporation และบริษัท Teleglobe Inc. โดยบริษัท ORBCCMM จะเป็นผู้พัฒนาระบบ ORBCOMM, ดู แลใชงานระบบ,ทำการตลาด และจะเป็นผู้ให้บริการให้สหรัฐอเมริกา ส่วนอื่น ๆ ของระบบจะถูกติดตั้งเพิ่มเติมในประเทศที่เป็นแหล่งลูกค้าที่สำคัญซึ่งกระจายอยู่ทั่วโลก โดยจะถูกดำเนินการโดยหน่วยงานหรือบริษัทได้รับการยอมรับ อนุญาตให้ดำเนินการในประเทศดังกล่าว

การจัดส่งดาวเทียมสู่วงโคจรจะเป็นลักษณะการใช้จรวดปล่อยดาวเทียมที่ มีชื่อว่า Booster Pegasus จะถูกยิงจากปีกเครื่องบินที่บินอยู่ในระดับความสูงมาก ๆ โดยจรวด 1 ลูก จะปล่อยดาวเทียมได้ทีละ 8 ดวง จรสดนี้จะถูกพัฒนาและผลิตโดยบริษัท Orbital Sciences ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกทางด้านเทคโนโลยี ไมโครสเปซ (microspace ) หนึ่งในผู้ดำเนินการด้านอุตสาหกรรมทางอวกาศของสหรัฐอเมริกา การจัดสรรความถี่

ระบบ ORBCOMM จะใช้ความถี่ 137-138 เมกะเฮิรตซ์ สำหรับการส่งสัญญาณจากดาวเทียมลงมายังเครื่อง SC และใช้ความถี่ 148-149.9 เมกิเฮิรตซ์ สำหรับการส่งสัญญาณจากเครื่อง SC ขึ้นไปยังดาวเทียม ความถี่เเหล่านี้ได้รับการยืนยันให้ใช้งานกับระบบความเทียม LEO จากการประชุม World Administrative Radio Conference ในเดือน กุมภาพันธ์ 1992 และต่อมาทางสถาบันบริหารลแะจัดสรรรความถี่ Federal Communication Commission หรือ FCC ก็ได้จัดสรรความถี่เหล่านี้ให้การสื่อสารดาวเทียมเคลื่อนที่ LEO ในเดือนมกราคม 1993 และในที่สุด FCC ก็ได้อนุญาตให้ ORBCOMM ดำเนินการติดตั้งใช้งานระบบได้ในช่วง ปลายปี 1994 ในรูปที่ 1 แสดงลักษณะโครงสร้างของระนาบดาวเทียมในระบบ ORBCOMM ส่วนของระบบดาวเทียม

ลักษณะโดดเด่นที่สุดของระบบ ORBCOMM คือการใช้กลุ่มดาวเทียมวงโควรต่ำ ซึ่งจะมีได้ถึง 36 ดวง โดยเป็นดาวเทียมสื่อสารขนาดเล็กที่โคจรในระดับความสูง 775 กิโลเมตร เหนือพื้นผิวโลก ดาวเทียม 2 ดวงแรที่ใช้งานจะอย่฿ในวงโคจร near-polar orbit ซึ่งในช่วงต้นปี 1997 นี้ ดาวเทียมอีก 24 ดวงถัดไป จะถูกปล่อยให้วางอยู่ในระนาบโคจรแบบ circular orbit จำนวน 3 ระนาบ ระนาบละ 8 ดวง แต่ละดวงจถห่างเท่า ๆ กัน ระนาบโคจรจะเอียง 45 องศาและ 90 องศา เทียบกับแนวเส้นศูนย์สูตร ดาวเทียม 24 ดวงนี้จะถูกใช้งานในช่วงระหว่างปี 1997 นอกจากนี้จะถูกใช้งานในช่วงระหว่างปี 1997 นอกจากนี้ระนาบโคจรที่ประกอบด้วยดาวเทียม 8 ดวง สามารถถูกเพิ่มเข้าไปได้อีกในอนาคต ขึ้นอยู่กับความต้องการพื้นที่การครอบคลุมที่มีเพิ่มขึ้น ดาวเทียมจะถูกเพิ่มใช้งานได้คราวละ 8 ดวง จากการปล่อยโดยจรวด Pegasus ในแต่ละครั้งในรูปที่ 2 เป็นลักษณะโครงสร้างของดาวเทียม ORBCOMM และรูปที่ 3 เป็นจรวด Pegasus ที่ใช้ในการปล่อยดาวเทียม การจัดกลุ่มดาวเทียม

ระบบ ORBCOMM ใช้ดาวเทียม ทั้งหมดได้ถึง 36 ดวงดาวเทียม ORBCOMM เป็นดาวเทียมที่ดูง่ายไม่ซับซ้อน และมีหน้าที่หลักในการเชื่อมโยงระหว่างเครื่อง SCs และศูนย์ปฏิบัติการโครงข่ายNetworkOperationCenter(NOC))ซึ่งดาวเทียม ORB รูปที่ 2 เป็นลักษณะโครงสร้างของดาวเทียม ORBCOMM รูปที่ 3 ลักษณะของจรด Pegasus ที่ใช้ปล่อยดาวเทียม รูปที่ 4 ลักษณะทิศทางการประมวลผลของ Message อายุการใช้งาน: 4 ปี

การใช้ดาวเทียมจำนวนมาก จะเป็นการสำรองซึ่งกันและกัน และทำให้ช่องทางสื่อสารมั่นคงไม่อ่อนไหวต่อปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ความล้มเหลวของดาวเทียมดวงใดดวงหนึ่ง จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบอย่างรุนแรงดาวเทียมสามารถถูกเปลี่ยนตำแหน่งใหม่ภายในระนาบเดิมเพื่อชดเชยผลเสียหายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ระนาบของดาวเทียม 8 ดวง สามารถถูกเสริมเดิมเข้าไปจากการปล่อยของจรวด Pegasus 1 ลำ ระบบการกำหนดใช้ช่องสัญญาณของดาวเทียม

ระบบการกำหนดใช้ชองสัญญาณของดาวเทียม ที่เรียกว่า Dynamic Channel Activity Assignment System จะทำให้การเบ่งใช้สเปกตรัมร่วมกันกับผู้ใช้งานเอที่มีอยู่แล้วเกิดความเหมาะสม การรับ-ส่งข่าวสาร messages กับดาวเทียมที่ใช้งานอยู่ 2 ดวงในปัจจุบันได้แสดงถึงขีดความสามารถของโปรโตคอล สื่อสารของ ORBCOMM ได้ระดับหนึ่ง

เครื่อง SubscriberCommunicators(SCs)

เครื่อง SCs เป็นเครื่องรับ-ส่ง VHF ที่พกพาได้ มีราคาถูก ตัวเครื่องและสายอากาศ มีขนาดเล็ก ใช้งานง่ายและกินไฟต่ำ ทำให้ยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังมีพอร์ตอินเตอร์เฟสต่าง ๆ เช่น พอร์ตออนุกรม RS - 232 และพอร์ตอินพุต/เอาท์พุต ของสัญญาณอะนาลอก/ดิจิตอล สำหรับเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ตรวจรับ (sensors), อุปกรณ์ควบคุมและรวบรวมข้อมูล,คอมพิวเตอร์ PC หรือไมโครโปรเซสเซอร์ เครื่อง SC ที่ถูกใช้งานโดยผู้ใช้งานทางภาคพื้นดินนี้มีผู้ผลิตหลายรายและผู้ผลิตเครื่อง SCs ของ ORBCOMM ในปัจจุบัน ได้แก่
A division of Tadiran
George Urias
Director of Washington Operations
1215 Jefferson Davis Highway Suite 307
Arlington, VA 22202
Phone: (703) 416-9143
Fax : (703) 486 - 0448
ทิศทางการประมวลผลของ Message

Message ที่ถูกส่งจากเครื่อง SC หนึ่งไปยังดาวเทียม จะถูกส่งต่อไปยังสถานีภาคพื้นดิน เกตเวย์ ของภูมิภาคย่านนั้น (GES) จากนั้น GES จะทำการส่ง message ผ่านทางดาวเทียมหรือทางภาคพื้นดินไปยังศูนย์ปฏิบัติการโครงข่าย(Network Operations Center) (NOC) ดั้งนั้น NOC จะทำการหาตำแหน่งหรือที่อยู่ของผู้รับ message และทำการจัดเส้นทางส่ง message ไปยัง GES ที่เหมาะสม ซึ่ง GES นั้นจะทำการส่ง message ขึ้นไปยังดาวเทียมและส่งลงไปยังรับ message ปลายทางในรูปที่ 4 แสดงลักษณะทิศทางการประมวลผลของ message

เวลาที่ใช้ในการส่ง message จาเครื่อง SC ต้นทางไปยังเครื่อง SC ปลายทางจะเท่ากับ 5 วินาที NOC ยังสามารถทำการส่งและรับ message กับเครือข่ายทางภาคพื้นดินอื่น NOC จะถูกต่อไปยังเครือข่าย X.400 และ X..25 และมีวงจรเช่ามากมายที่ต่อไปยังเครือข่ายอื่นและยังสามารถรับ-ส่งการโทรติดต่อกับเครือข่ายภายนอกได้อีกด้วย NOC ยังสามารถแปลง messages จาระบบ E-mail อื่น เช่น จาก Internet, cc : Mail และ Microsoft Mail เป็น message ของ x..400 เพื่อทำการรับส่งกับเครื่อง SC ของ ORBOMM ได้ด้วย
ผู้เขียน : พงษ์ศักดิ์ สุสัมพันธ์ไพบูลย์
เรียบเรียงจาก : หนังสืออิเลกทรอนิกส์ ฉบับที่ 182 เมษายน 2541 หน้าที่139