คุณเคยรู้สึกวิตกกังวลบ้างหรือไม่กับอาการปวดหัวธรรมดาที่เป็นอยู่บ่อย ๆ หรืออาการอ่อนเพลียเมื่อยล้า และบางครั้งก็เกิดความรู้สึกทที่ไม่ค่อยดีเกิดขึ้นกับตัวเราหรือบรรยากาศรอบ ๆ ตัวเรา ไม่ว่าจะพักผ่อนอยู่ในบ้านหรือนั่งทำงานในออฟฟิศ สาเหตุเหล่านั้นหากไม่เป็นโรคประจำตัวที่เป็นอยู่บ่อยแล้วอีกสาเหตุหนึ่งของอาการที่ไม่ค่อยดีต่าง ๆ ก็คือ เกิดความไม่สมดุลย์กันระหว่างประจุอิออนบวก (positively charged ions) กับประจุอิออนลบ (negatively chargedions) ที่กระจายอยู่ในบรรยากาศรอบ ๆ ตัวเรา ถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดในทางการแพทย์ก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นผู้คนส่วนใหญ่ก็มีความรู้สึกได้ว่าได้รับอิทธิพลและผลร้ายต่อสุขภาพร่างกาย จากการที่บรรยากาศโดยรอบมีปริมาณประจุอิออนบวกที่มากเกินไป สิ่งแรกของการแก้ปัญหาดังกล่าวก็คือการสร้างความสมดุลย์ให้เกิดขึ้นกับบรรยากาศรอบ ๆ ตัวเรา ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการสร้างสมดุลย์ในพื้นที่บริเวณกว้างเพราะคงทำได้ยากจากบุคคลเพียงคนเดียวต้องอาศัยความร่วมมือจากคนทั้งชาติ แต่ในขั้นต้นก็คือการสร้างสมดุลย์ให้กับบริเวณพื้นที่ที่จำกัดเฉพาะรอบ ๆ ตัวเราเองในพื้นที่ไม่มากนัก เช่น ในห้องนอน, ห้องทำงานหรือภายในรถยนต์ที่ใช้ขับไปทำงาน รูปที่ 1 วงจรสมบูรณ์ของเครื่องสร้างอากาศบริสุทธิ์ (หากยังมีให้ขับอยู่) เป็นต้น ด้วยการสร้างเครื่องสร้างประจุอิออนลบขึ้นมาเพื่อให้มีปริมาณประจุที่เท่าหรือสมดุลย์กับประจุอิออนบวกในบริเวณโดยรอบที่เป็นสาเหตุของบรรยากาศที่ไม่สู้ดีนัก ในบทความโครงงานนี้ คำนิยามของอิออน (อาจจะมีคำนิยามมากมายหลายนิยาม) คือ อะตอมประจุไฟฟ้าหรือกลุ่มของอะตอม ซึ่งในประจุอิออนบวก จะมีความบกพร่องไม่สมบูรณ์ของอิเล็กตรอน ส่วนประจุอิออนลบจะมีความสมบูรณ์และปริมาณของอิเล็กตรอนที่มากและดีกว่า บางคนอาจจะพูดเปรียบว่าในกลุ่มอากาศธาตุประจุอิออนลบความจริงแล้วก็คืออิเล็กตรอนอิสระ ส่วนประจุอิออนบวกคือส่วนที่เหลือค้างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอะตอมที่กระจายอยู่ทั่ว ๆ ไปตามชุมชนหรือสถานที่ที่มีความหนาแน่นและแออัด สำหรับในอากาศที่เป็นปกติคืออากาศที่มีความสดุลย์ระหว่างประจุอิออนลบกับประจุอิออนบวก แต่ในบางครั้งสภาวะแวดล้อมที่สมดุลย์นี้ก็กลับถูกทำให้เสียสมดุลย์ไปและบางคนก็อาจได้รับผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตจากผลของความไม่สมดุลย์นี้ตัวอย่างเช่น คุณเคยไปยืนอยู่ใกล้กับบริเวณน้ำตก จะมีความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเป่าทันที แต่ เมื่อออกไปยืนในอีกสถานที่หนึ่งซึ่งอาจจะไม่มีความสมดุลย์ดังกล่าวก็จะกลายเป็นว่าไม่สดชื่นหรือไม่กระปรี้กระเป่าเหมือนเดิม ในบางครั้งอาจจะระบุทางการแพทย์ไม่ได้ว่า อาการดังกล่าวเกิดมาจากสภาวะแวดล้อมที่กล่าวมาหรือไม่ แต่ในทางจิตวิทยาแล้วอาจมีความเป็นไปได้ เพราะมันเป็นเหตุการณ์หรืออาการร่วมที่เกิดขึ้นพร้อมกันหรืออาจจะเป็นเพราะเหตุบังเอิญกับสภาพจิตใจด้วยหรืออะไรทำนองนั้น แต่อย่างไรก็ตามอากาศที่บริสุทธิ์เห็นจะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการอยู่แล้ว ปรากฎการณ์แห่งความสดชื่นของอากาศจะสามารถสังเกตุดูได้จากพฤติกรรมของผู้คนเมื่อเวลาที่มีพายุฝนฟ้าคะนองได้พัดผ่านเลยไปแล้วหลังจากนั้นผู้คนจะมีความสดชื่นกระปรี้กระเป่าอยากที่จะก้าวเดินออกไปนอกบ้านหรือสถานที่โล่ง เพื่อเดินสูดเอาอากาศบริสุทธิ์นั่นเอง และอีกนัยหนึ่งในทางปฏิบัติก็คือพายุฝนฟ้าคะนองที่พัดผ่านนั้นจะพัดพาเอาฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศรอบ ๆ ตัวเราไปด้วยทำให้อากาศบริเวณนั้นภายหลังก็จะกลายเป็นอากาศที่มีความสะอาดขึ้นนั่นเองและความชื้นก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่จะให้ฝุ่นละอองจับตัวกันตกลงสู่พื้นดินอย่างรวดเร็วนั่นคือความจริง สร้างอิออนด้วยแรงดันไฟสูง ด้วยเทคนิคของการสร้างสนามไฟฟ้าความเข้มสูง มันมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดเป็นอิออนกระจายออกไปในอากาศและอิออนนั้นก็ต้องสร้างให้เป็นประจุอิออนลบด้วย ในโครงงานที่จะนำเสนอนี้พื้นที่หรือสนามที่จะสร้างประจุอิออนลบจะใช้อิเล็กโตรดจำนวน 4 ชุดที่ถูกจ่ายแรงดันไฟสูงซึ่งเป็นไฟตรงขนาดประมาณ 3 กิโลโวลต์ผ่านเข้าไปยังปลายอิเล็กโตรดแต่ละอัน ด้วยขนาดพื้นที่ของปลายอิเล็กโตรดที่มีขนาดเล็ก (แหลมคมมาก) มากนึ้ ที่ปลายดังกล่าวจะเป็นส่วนที่ปล่อยสนามไฟฟ้าความเข้าสูง (อิออนลบ) ออกมาหากจะให้มโนภาพเองก็จะมีการแตกกระจายออกจากปลายอิเล็กโตรดในแบบของสเปรย์อิออนลบ (แต่ในความจริงเรามองไม่เห็น) จึงทำให้เกิดการพุ่งกระจายออกไปในทุกทิศทาง หลังจากนั้นในช่วงการเดินทางของประจุอิออนลบในระยะทางที่สั้นมาก ๆ ก็จะเกิดการปะทะกันระหว่างอิออนกับโมเลกุลของอากาศหลังจากนั้นโมเลกุลของอากาศก็จะกลายมาเป็นอิออน โดยจะกลายมาอยู่ในรูปของโอโซน (OZONE : O3) ซึ่งโอโซนนี้ก็คือออกซิเจนที่มีอะตอม 3 อะตอม อย่างไรก็ดีอาจจะมีความเป็นไปได้ไม่สูงมากนักที่จะได้ปริมาณของโอโซนที่ไม่ค่อยดีที่สุด แต่กระนั้นก็ตามการใช้งานของเครื่องผลิตอิออนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งานบริเวณที่ใกล้เคียงกับผู้ที่เป็นโรคหืดหอบ และในทำนองเดียวกันก็ตามพยายามหลีกเลี่ยงที่จะวางเครื่องผลิตอิออนลบนี้ไว้ใกล้มาก ๆ กับกลุ่มคนเหล่านั้น อาจจะเริ่มด้วยการวางห่าง ๆ ก่อนให้ได้รับปริมาณของอิอออนในปริมาณน้อย ๆ ก่อนแล้วสังเกตดูปฏิกิริยาการตอบสนองของโอโซน บางทีอาจจะมีอาการระคายเคืองต่อระบบหายใจ หรือหากไม่มีปฏิกิริยาระคายเคืองดังกล่าวก็แสดงว่าสามารถใช้ได้กับผู้ที่เป็นโรคหอบหืดได้ ต้องพิจารณาเฉพาะรายบุคคล แต่ถ้าเป็นบุคคลปกติทั่ว ๆ ไปแล้วจะไม่เกิดผลระคายเคืองทางระบบหายใจเลย หน้าที่อีกอย่างหนึ่งของเครื่องผลิตอิออนลบก็คือ อิเล็กตรอนที่ถูกขับออกไปไม่ได้มีแต่อิออนในอากาศเท่านั้นแต่ในทำนองเดียวกันก็จะมีผลต่ออนุภาคประจุไฟฟ้าของฝุ่นละอองด้วย ดังนั้นอนุภาคของประจุก็จะเกิดการสะสมอยู่บนอิออนในบริเวณใกล้เคียงอย่างฉับพลันและนี้ก็คือวิธีการขับไล่ฝุ่นละอองที่มีอยู่ในอากาศให้ตกลงสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็วและในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็มีการประยุกต์ไปใช้งานในการเคลื่อนย้ายหรือขจัดเขม่าออกจากกลุ่มควันพิษต่าง ๆ ด้วย วงจรและการทำงาน การทำงานในความหมายหลักของเครื่องผลิตอิออนลบก็คือการสร้างแรงดันไฟตรงค่าเป็นพัน ๆ โวลต์ ด้วยวงจรออสซิลเลเตอร์นั่นเอง ในรูปที่ 1 แสดงวงจรเครื่องสร้างอากาศบริสุทธิ์ที่มีหลักการทำงานตรงข้ามกับหม้อแปลงกล่าวคือโดยทั่วไปหม้อแปลงที่มีใช้กันทั่ว ๆ ไปจะเป็นหม้อแปลงลดระดับแรงดันไฟให้ต่ำลง (Step-down) แต่ในการทำงานสร้างแรงดังไฟสูงจะเป็นในทางตรงกันข้ามคือแปลงจากแรงดันขนาดต่ำไปเป็นแรงดันที่สูงขึ้นเป็นพัน ๆ โวลต์ (step-up) ซึ่งทางด้านขดเซกันดารีของหม้อแปลง step-up ในโครงงานนี้จะมีค่าแรงดันประมาณ 3 กิโลโวลต์ หัวใจหลักของวงจรอยู่ที่ทรานซิสเตอร์ Q1, Q2 และหม้อแปลงสเต็ปอัพ T1 ที่ต่ออยู่ระหว่างคอลเล็กเตอร์ของทรานซิสเตอร์ทั้งสอง วงจรอาศัยการป้อนกลับแบบบวกเพื่อให้เกิดการออสซิลเลเตอร์ระหว่าง Q1 กับ Q2 ซึ่งจัดวงจรแบบโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ โดยอาศัยการชาร์จและดิสชาร์จที่สัมพันธ์กันของตัวเก็บประจุ C1, C2 และ C3, C4 และการไบแอสจุดทำงานให้กับทรานซิสเตอร์ทั้งสองก็คือ R1-R4 วงจรออสซิลเลเตอร์จะจัดอยู่ในรูปแบบของวงจรจูนโดยอาศัยจำนวนรอบขดลวดด้านไพรมารีของ T1 กับตัวเก็บประจุ C5 โดยค่าความถี่เรโซแนนซ์จะอยู่ที่ประมาณ 50 กิโลเฮิตซ์ เมื่อมีแรงดัน 12 โวลต์จ่ายให้กับวงจรแรงดันออสซิลเลเตอร์ที่ตกคร่อมขดไพรมารีของ T1 จะมีค่าแรงดันประมาณ 25 โวลต์ต่อขด รูปที่ 2 ลายทองแดงแผ่นวงจรพิมพ์ ซีเนอร์ไดโอด ZD1 กับ ZD2 ทำหน้าที่ป้องกันแรงดันที่ตกคร่อมขดลวดไพรมารีนี้ไม่ให้มีค่าแรงดันที่สูงเกินกว่าที่กำหนดไว้ด้วยค่าแรงดันที่ตกคร่อมขดลวดไพรมารีนี้ไม่ให้มีค่าแรงดันที่สูงเกินกว่าที่กำหนดไว้ด้วยค่าแรงดันซีเนอร์ของ ZD1, ZD2 และชุดเน็ตเวอร์ก R2, C2 และ R4, C4 จะทำหน้าที่กำหนดค่าเวลาคงที่ (time constant) เพื่อแบ่งการทำงานของทรานซิสเตอร์ทั้งสอง นั่นคือค่าระดับของกระแสพัลส์ที่ใช้ขับผ่านขดลวดของ T1 ก็จะถูกกำหนดจากค่าของอุปกรณ์ในเน็ตเวอร์กดังกล่าวด้วย อัตราส่วนจำนวนรอบของหม้อแปลง T1 นั้นจำนวนรอบทางด้านเซกันดารีจะมีจำนวนมากกว่าประมาณ 60 เท่าของจำนวนรอบทางด้านไพรมารี แรงดันไฟสลับในลักษณะของพัลส์ที่ออกมาทางขดเซกันดารีจะมีค่าประมาณ 1,350 โวลต์ จากนั้นจะถูกเร็กติไฟเออร์ด้วย D1 กับ D2 ได้เป็นแรงดันไฟตรงพร้อมกับทำการทวีคูณแรงดันให้สูงขึ้นอีกด้วย C6, C7 ร่วมกับชุดเร็กติไฟเออร์แรงดันไฟสูงนี้จะเป็นแรงดันไฟตรงประมาณ 3,000 โวล์แรงดันไฟสูงนี้จะถูกปล่อยผ่านชุดของ R5-R8 ออกสู่ปลายอิเล็กโตรด โดยอีกด้านหนึ่งจะเป็นปลายอิเล็กโตรดตัวล่อเป็นเส้นลวดยาววางห่างจากปลายอิเล็กโตรดอีกอันหนึ่งประมาณ 2 มิลลิเมตรตัวต้านทาน R5-R8 เป็นตัวป้องกันและจำกัดกระแสเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายหากบังเอิญไปสัมผัสกับปลายอิเล็กโตรดโดยไม่ได้ตั้งใจ ตัวต้านทาน R10, LED1 เป็นตัวแสดงสภาวะการทำงานของวงจร ส่วนตัวเก็บประจุ C8, C9 เป็นตัวคับปลิงสัญญาณรบกวนออกจากวงจรจ่ายแรงดัน ไฟ และที่สำคัญไม่น้อยคือ D3 ทำหน้าที่ป้องกันการต่อไฟเลี้ยงผิดขั้ว สำหรับมอเตอร์พัดลมขนาดเล็ก 12 โวลต์ มีไว้เพื่อช่วยให้การกระจายอิเล็กตรอนออกสู่อากาศได้ดีขึ้นและเร็วขึ้น โดยมีตัวต้านทาน R9 เป็นตัวจำกัดกระแสให้กับมอเตอร์พัดลม และเพื่อไม่ให้มีสัญญาณรบกวนย้อนกลับจากขดลวดมอเตอร์เข้ามารบกวนการทำงานของวงจร แหล่งจ่ายไฟเลี้ยงจะสามารถรับได้ตั้งแต่ 12-15 โวลต์ดีซีอาจได้จากอะแดปเตอร์หรือที่จุดบุหรี่ในรถยนต์ (หากนำไปใช้ในรถยนต์) วงจรกินกระแสขณะทำงานไม่มากนักประมาณ 150 มิลลิแอมป์ ซึ่งถือว่าต่ำมาก การสร้างในรูปที่ 2 แสดงลายทองแดงแผ่นวงจรพิมพ์ขนาดเท่าแบบของเครื่องสร้างอากาศบริสุทธิ์ จะเห็นว่าไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย และในรูปที่ 3 แสดงการลงอุปกรณ์บนแผ่นวงจรพิมพ์ด้านบน การลงอุปกรณ์ก็เช่นเคยกับการสร้างโครงงานทั่ว ๆ ไป คงไม่ต้องบอกกันอีกแล้วสำหรับนักอิเล็กทรอนิกส์มือเซียน แต่ขอกล่าวนิดเดียวคือควรตรวจสอบลายทองแดงว่ามีขาด, ลัดวงจร, ขนาดรูเจาะและการลงอุปกรณ์ในตำแหน่ง, ค่าและขั้วที่ถูกต้องด้วย ไม่เช่นนั้นแล้วทำการตรวจสอบภายหลังลำบากแน่ พิจารณาดูอุปกรณ์ที่ต้องให้ความสำคัญพิเศษคือ C6,C7 จะต้องเลือกชนิดที่มีค่าที่ระบุไว้ในวงจรและอัตราทนแรงดันของตัวเก็บประจุนี้ไม่ควรต่ำกว่า 2,000 โวลต์ เป็นอย่างต่ำสูงกว่านี้ใช้ได้สบายมากและหากมีการเปลี่ยนอะไหล่ ก็ควรเลือกใช้ค่าเดิมโดยเฉพาะแรงดันจะต้องเลือกให้สูงกว่าหรือเท่าเดิมจึงเป็นการดีที่สุด อันดับต่อมาคือไดโอดไฟสูง D1,D2 จะต้องเลือกเบอร์ที่มีอัตราทนแรงดันขณะไบแอสกลับ (reverse bias rating) ไม่ต่ำกว่า 4 กิโลโวลต์และหากระบุได้ควรเลือกเบอร์ที่มีค่าเวลาในการทำงาน (นำกระแส) ไม่เกิน 0.2 ไมโครวินาที หรือเรียกว่า ไดโอดความเร็วสูงนั่นเอง ส่วนกล่องบรรจุควรเป็นกล่องพลาสติกทั้งใบป้องกันการลัดวงจรของไฟสูงด้วย ในส่วนของอิเล็กโตรด เสารองอิเล็กโตรดปลายแหลม 4 อันควรมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.5 มิลลิเมตร สูงจากแผ่นวงจรพิมพ์ 7 มิลลิเมตรและปลายเข็มนั้นใช้ปลายเข็มหมุนเล็ก ๆ ที่มี ปลายแหลมอยู่แล้วมาตัดและบัดกรีไว้ที่ปลายเสารอง ส่วนอิเล็กโตรดตัวล่อจะเป็นเส้นลวดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.6 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 54 มิลลิเมตร บัดกรีสูงจากพื้น 7 มิลลิเมตรเช่นกัน โดยกะระยะห่างระหว่างปลายเข็มแหลมกับลวดต่อล่อห่างประมาณ 2 มิลลิเมตร การพันหม้อแปลง T1 หม้อแปลงนี้จะต้องสร้างเอง โดยหาซื้อแกน EI ชนิดเฟอร์ไรด์พร้อมบ๊อบบิ้น (ขนาดแกน EI-40) และเริ่มต้นทำการพันขดลวดด้านเซกันดารีก่อน ดังแสดงในรูปที่ 4 ในขดเซกันดารีนี้จะพันทั้งหมด 900 รอบโดยประมาณ โดยใช้ลวดทองแดงอาบน้ำยาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.2 มิลลิเมตร (หรือขนาดเบอร์ 35) พันเรียงเส้นชิดติดกันจำนวน 75 รอบ โดยพันทั้งหมด 12 ชั้น ในแต่ละชั้นนั้นเมื่อพันเต็มแล้วให้รองด้านฉนวนบาง ๆ กันชอร์ตทุกชั้นจนครบ 12 ชั้น โดยเริ่มต้นบัดกรีปลายลวดไว้ที่ขา 1 ของแถบบัดกรีแล้วเริ่มพันจนสิ้นสุดที่รอบ 900 ก็บัดกรีปลายลวดไว้ที่ขา 6 ของแกน บางครั้งในแต่ละชั้นที่พันลวดนั้นหากมีน้ำยาวานิส หรือน้ำยาฉนวนอื่น ๆ ที่จะช่วยให้ลวดเกาะตัวกันดียิ่งขึ้นก็ควรใช้ทาไว้ในแต่ละชั้นด้วย สุดท้ายให้พันรอบขดเซกันดารีด้วยเทปกันชอร์ตอีกครั้งแล้วค่อยทำการพันด้านไพรมารีต่อไป ด้านไพรมารีจะพันทับบนขดเซกันดารีเลย โดยขดด้านไพรมารีจะพันทั้งหมด 14 รอบโดยมีเซ็นเตอร์แทร็ป ในรอบที่ 7 โดยใช้ลวดทองแดงอาบน้ำยาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.4 มิลลิเมตร (หรือเบอร์ 27) โดยการพันเรียงเส้นชิดติดกันเริ่มต้นปลายสายบัดกรีไว้ที่ขา 9 ของแกนหลังเริ่มพันไปจนครบ 7 รอบ แต่ยังไม่ต้องตัดลวดทองแดงแต่ให้ใช้ใบมีดขูดเอาน้ำยาเคลือบออกแล้วบัดกรีปลายลวดนั้นไว้ในขาที่ 10 ของแกนเป็นจุดเซ็นเตอร์แทร็ปแล้วทำการพันต่อไปในทิศทางการพันเหมือนเดิมอีกจำนวน 7 รอบแล้วบัดกรีปลายสายไว้ในตำแหน่งขา 11 เป็นขาสิ้นสุดแล้วใช้น้ำยาวานิสทาและพันด้วยเทปฉนวนให้แน่นทับอีกชั้นหนึ่งเป็นอันเสร็จการพันขดลวด อนึ่งการพันลวดในแต่ละรอบนั้นควรพันให้แน่นเพื่อป้องกันการสั่น ขณะใช้งาน จากนั้นก็ประกอบแกน EI เฟอร์ไรด์เข้าไปกับฟอร์มคอยล์ ตรงบริเวณรอยต่อของแกน EI เฟอร์ไรด์ตัวบนกับตัวล่างควรมีฉนวนความหนาประมาณ 0.25 มิลลิเมตรรองชั้นหนึ่งก่อนแล้วค่อยกดติด เข้าด้วยกันใช้เทปกาวที่ทนต่อแรงดึงแลไม่ยืดหยุ่นง่ายเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้น พันทับแกน EI เฟอร์ไรด์ให้ติดกันอย่างแน่นที่สุด จากนั้นก็พร้อมใช้งานแล้วสำหรับหม้อแปลง T1 การทดสอบ เมื่อประกอบเสร็จควรตรวจสอบความเรียบร้อยและความถูกต้องก่อนทำการทดสอบ หากแน่ใจแล้วก็ลงมือทำการทดสอบได้ทันทีเริ่มจาก 1. หาตำแหน่งติดตั้งมอเตอร์พัดลมไว้เหนืออิเล็กโตรด 2. จ่ายไฟเลี้ยง 12 โวลต์เข้าสู่วงจร 3. สังเกตดู LED1 จะติดสว่างและมอเตอร์พัดลมจะหมุนทันที 4. ใช้มัลติมิเตอร์ตั้งย่านวัดไฟสูง (เกินกว่า 1000 โวลต์) วัดที่ขั้วเซกันดารีของ T1 จะได้แรงดันไฟสลับประมาณ 1,350 โวลต์เอซี (หากไม่มีมัลติมิเตอร์ไม่ต้องวัดก็ได้ 5. ทดลองต่อวงจรทดสอบตามรูปที่ 5 โดยจับปลายของหลอดนีออนด้านหนึ่งไว้ แล้วเอาปลายอีกด้านหนึ่งไปจ่อไว้ใกล้ ๆ กับปลายอิเล็กโตรดจะสังเกตเห็นหลอดนีออนติดสว่างแดงขึ้นแสดงว่าอิออนลบเริ่มกระจายออกมาแล้ว นั่นคือวงจรทำงานสมบูรณ์แล้วนำไปใช้งานได้ทันที การใช้งานจะใช้ในบ้านห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ ได้ และใช้งานในรถยนต์ก็ยิ่งดี เพราะวงจรใช้ไฟเพียง 12 โวลต์ ก็ต่อเอาจากที่จุดบุหรี่ในรถยนต์ได้เลย ส่วนในบ้านก็ใช้อะแดปเตอร์ต่อจากปลั๊กไฟบ้าน ก็ใช้งานได้แล้ว ไม่ต้องวิตกกังวลกับมลภาวะของฝุ่นละอองและอากาศอันไม่บริสุทธิ์ อีกต่อไปแล้วเมื่อคุณมีเครื่องสร้างอากาศบริสุทธิ์นี้ติดตั้งไว้ในบริเวณที่คุณต้องการอากาศบริสุทธิ์
ผู้เขียน : เศกสิทธ์ คำชมพู
เรียบเรียงจาก : หนังสืออิเลกทรอนิกส์ ฉบับที่ 182 เมษายน 2541 หน้าที่139