ทุกคนรู้ดีว่า แสงดวงอาทิตย์นั้น มีทั้งคุณและโทษต่อสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลก ถ้าสิ่งมีชีวิตใดไม่ได้รับแสงอาทิตย์เลย ก็คงจะอยู่ไม่ได้ ละถ้าได้รับมากเกินไป ก็เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตเช่นกัน แสงอาทิตย์ที่เป็นอันตราย ต่อสิ่งมีชีวิตที่จะพูดถึงคือ แสงอุลตร้าไวโอเล็ต ซึ่งมีผลทำให้ผิวหนังไหม้และเป็นมะเร็งผิวหนังได้

แสงอุลตร้าไวโอเล็ต แบ่งออกเป็น 3 ชนิด

ซึ่งคนปกติทั่วไปจะมองไม่เห็นคือ แสงอุลตร้าไวโอเล็ต-เอ (UV - A)แสงอุลตร้าไวโอเล็ต-บี (UV - B) และแสงอุลตร้าไวโอเล็ต-ซี (UV - ) โดยที่แสงอุลตร้าไวโอเล็ต-เอ มีพลังงานอ่อนที่สุด ทำให้ผิวหนังแก่เร็ว เหี่ยวย่น และอาจจะทำลายสีหรือพลาสติกได้ ส่วนแสงอุลตร้าไวโอเล็ต-บีมีความเข้มของแสงมากกว่า แสงอุลตร้าไวโอเล็ต-เอ ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง และเป็นต้อกระจกได้ ทำให้ตามัว มองไม่เห็น ทั้งแสงอุลตร้าไวโอเล็ต-เอและแสงอุลตร้าไวโอเล็ต-บี สามารถเผาไหม้ผิวหนัง อีกทั้งแสงอุลตร้าไวโอเล็ต-บี ยังมีส่วนในการลดการเจริญเติบโต องพืชและมีผลต่อสุขภาพ ของสัตว์แสงอุลตร้าไวโอเล็ต-ซี มีความเข้มแสงมากกว่า แสงอุลตร้าไวโอเล็ต-บี เนื่องจากบรรยากาศของโลก เป็นเสมือนตัวกรองแสง ทำให้แสงอุลตร้าไวโอเล็ต-ซี ไม่สามารถส่องลงมายังพื้นโลกได้โชคดีที่ยังมีหนทางที่สามารถหลีกเลี่ยง หรือป้องกันแสงอุลตร้าไวโอเล็ต-บี และถ้าคุณสามารถหลีกเลี่ยง แสงอุลตร้าไวโอเล็ต-บีได้ คุณก็สามารถหลีกเลี่ยงแสงอุลตร้าไวโอเล็ต-เอได้เช่นกัน

แสงอุลตร้าไวโอเล็ตและชั้นโอโซน

แสงอุลตร้าไวโอเล็ต-บี ส่วนใหญ่ที่ส่องมาถึงยังพื้นผิวโลก ก็ได้ชั้นโอโซนช่วยกรองไว้ในระดับหนึ่งแต่ในระยะสอง - สามปีให้หลัง ความหนาของชั้นโอโซน ลดลงกว่าที่เคยเป็นมา ซึ่งหมายความว่าแสงอุลตร้าไวโอเล็ต-บี สามารถทะลุทะลวงมายังพื้นผิวโลกได้มากขึ้น

เราได้รับแสงอุลตร้าไวโอเล็ตมากแค่ไหน

ยิ่งคุณได้รับแสงอุลตร้าไวโอเล็ตมากเท่าไหร่ ผิวหนังของคุณก็ยิ่งไหม้เกรียมมากขึ้นเท่านั้น ปริมาณของแสงอุลตร้าไวโอเล็ต ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา ของแต่ละวันแสงอุลตร้าไวโอเล็ตจะมีมาก ในช่วงเวลากลางวัน (เมื่อดวงอาทิตย์อยู่ ณ ตำแหน่งที่สูงสุดที่สุดในท้องฟ้า) และมีปริมาณน้อยลงในเวลาเช้าและบ่าย

ฤดูกาล

แสงอุลตร้าไวโอเล็ตจะมีปริมาณมาก ในฤดูร้อน และน้อยลงในฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง และน้อยที่สุดในฤดูหนาว

ลักษณะของเมฆที่ปกคลุม

ความหนาและปริมาณของเมฆ มีส่วนช่วยป้องกันแสงอุลตร้าไวโอเล็ต ถ้าเมฆบางก็ทำให้แสงอุลตร้าไวโอเล็ต สามารถทะลุผ่านมายังพื้นโลกได้ ควรระวังเป็นพิเศษเมื่ออยู่ภายใต้เมฆบาง เพราะแสงอาทิตย์ไม่ร้อนมาก แต่ก็สามารถทำให้ผิวหนังไหม้ได้ รวมถึงเมฆหมอกด้วย เพราะมันไม่สามารถ ป้องกัน แสงอุลตร้าไวโอเล็ตได้

บริเวณที่คุณอาศัยอยู่

คุณจะได้รับแสงอุลตร้าไวโอเล็ต มากเมื่ออยู่บนหิมะ ทรายน้ำ เพราะลักษณะของพื้นผิวเหล่านี้ทำให้แสงอาทิตย์สะท้อน โดนผิวหนัง ของคุณได้ ยิ่งพื้นผิวที่สว่างมากๆ ก็ยิ่งทำให้แสงอุลตร้าไวโอเล็ต สะท้อนมากขึ้น โดยเฉพาะหิมะที่ตกใหม่ๆและทรายแห้ง

ระดับความสูงของบริเวณที่อาศัยอยู่

คุณจะได้รับแสงอุลตร้าไวโอเล็ต เมื่ออยู่บนยอดเขาสูงมากกว่าเมื่ออยู่ในระดับที่ต่ำลงมา เนื่องจากลักษณะอากาศ บนยอดเขามีความโปร่ง และบางกว่าอากาศในระดับล่างลงมา

สถานที่ในแต่ละส่วนของโลก

แสงอุลตร้าไวโอเล็ต จะมีความเข้มมากที่เส้นศูนย์สูตร และอ่อนลงเมื่อเข้าใกล้ขั้วโลก ระยะเวลาที่อยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์ ยิ่งคุณอยู่ภายใต้ ดวงอาทิตย์ นานมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งได้รับแสงอุลตร้าไวโอเล็ตมากเท่านั้น

สิ่งที่คุณสวมใส่

เสื้อผ้ามีส่วนป้องกัน แสงอุลตร้าไวโอเล็ตในฤดูร้อนได้มากแสงอุลตร้าไวโอเล็ตในแสงอาทิตย์จะมีปริมาณมาก มื่อดวงอาทิตย์อยู่ตรงศีรษะ ในตอนกลางวัน ถ้าเงาของคุณสั้นกว่าความสูงของคุณ คุณควรป้องกันตัวเองจากแสงอาทิตย์ให้มากที่สุด