การสร้างวัฒนธรรมการท่องเที่ยว ด้วยวิธีการจัดการ

หนึ่ง ประเทศไทยตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นศูนย์กลางคมนาคมของประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางน้ำและทางอากาศ หากจะมองแผนที่ประเทศไทย ไม่ว่าจะจากด้านตะวันออกของทวีป คือ แถบบริเวณประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ละเรื่อยลงมาถึงจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ประเทศแถบอินโดจีน หรือมองไปทางประเทศที่เป็นหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิค ต่ออกไปทางแถบประเทศด้านทิศตะวันตกของไทย นับจากพม่า อินเดีย ไปจนจรดประเทศแถบตะวันออกกลางเหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตกของทวีป ประเทศไทยจะอยู่ในระยะทางที่เป็นศูนย์กลางพอดี

สอง หากจะมองด้านขนาดของประเทศ พื้นที่ของประเทศไทยไม่ใหญ่ไม่โตนัก ขณะเดียวกัน ก็ไม่เล็กเกินไปจนเดินทางทั่วถึงได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ความพอดีของขนาด ทำให้หากจะเดินทางภายในประเทศให้ไปถึงแต่ละภูมิภาค จึงพอเหมาะพอควร

สาม สภาพทางภูมิศาสตร์ของประเทศ ประกอบด้วยดินแดนที่เป็นภาคส่วนของขุนเขาสูง ทอดเทือกยาวสลับซับซ้อน ที่ราบลุ่มและพื้นที่ราบหลายขนาด ห้วยหนองคลองบึงชายฝั่งทะเลที่ยาวเหยียดราว 2,500 กิโลเมตร เกาะแก่งต่าง ๆ สวยงาม น้ำทะเลใส หาดทรายสวย อุณหภูมิและสภาพดินฟ้าอากาศ พอเหมาะที่ทำให้เกิดมีความหลากหลายทางชีวภาพของโลกใต้น้ำ สภาพทางธรรมชาติจึงมีความงดงามน่าชมที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค

สี่ ความแตกต่างกันในลักษณะพื้นที่ กำหนดให้ผู้คนในแต่ละภูมิภาค มีวิถีชีวิตที่ดำรง และขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างกันกลายเป็นเสน่ห์ เป็นสีสันของแผ่นดินที่น่าสัมผัสเรียนรู้

องค์ประกอบหลักสี่ประการที่กล่าวมา เป็นเงื่อนไขหลักที่ทำให้เมืองไทย เป็นอีกดินแดนหนึ่งของโลกที่อยู่ในสายตาของนักท่องเที่ยวนานาชาติ เป็นที่หมายมาดว่าจะมาเที่ยวเมืองไทยบ้าง

วัฒนธรรมไทยที่ตกผลึกเป็นวิถีชีวิตและการคิดคำนึง มีหลายอย่างที่เป็นข้อดีแห่งชนชาติ โดยเฉพาะรอยยิ้มที่แสดงถึงจิตใจและมิตรไมตรีที่มีให้กับผู้อื่น จนได้สมญาว่า "THE LAND OF SMILES" ดินแดนแห่งยิ้มสยาม

จุดท่องเที่ยวเป็นตัวสินค้าหลักในจำนวนองค์ประกอบของจุดขายด้านท่องเที่ยว ที่ข้อเขียนนี้จะมองลงไป จุดท่องเที่ยวมีอยู่สองชนิดใหญ่ ได้แก่

หนึ่ง จุดท่องเที่ยวที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น
สอง จุดท่องเที่ยวที่มนุษยชาติสร้างทำขึ้น

จุดท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เป็นแหล่งที่เกิดขึ้นจากความสมดุลแห่งภาวะความเป็นไปของโลก หากมีการล่วงล้ำก้ำเกินจนสภาวะสมดุลเปลี่ยนแปลงไป ย่อมหมายถึงสภาพธรรมชาตินั้นก็จะไม่สามารถดำรงอยู่ได้ ซึ่งก็คือความทรุดโทรมของแหล่งท่องเที่ยว ใครคือผู้ทำลายกฎเกณฑ์แห่งความเป็นไป มนุษย์นั่นเอง ในกรณีนี้หมายถึง ทั้งตัวของนักท่องเที่ยว และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบจุดท่องเที่ยวนั้น ๆ ทั้งผู้รับผิดชอบที่เป็นอำนาจรัฐและผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการท่องเที่ยวหากจะมีการเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยวก็เกิดจากการกระทำที่กลายเป็นวัฒนธรรมของผู้คน เช่น การขีดเขียน สลักชื่อและถ้อยคำต่าง ๆ บนจุดท่องเที่ยว การทิ้งขยะ การหักล้าง ทำลายพฤกษ์พรรณและอื่น ๆ

"ขยะในมือท่านลงถังเถอะครับ" ข้อความลักษณะนี้เป็นความพยายามในเชิงขอร้องและตักเตือน แต่กับแหล่งท่องเที่ยว จะต้องมีการจัดการให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติ จนสามารถกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ด้านการท่องเที่ยว ข้อเขียนนี้จะขอกล่าวยกเป็นตัวอย่างสักกรณีหนึ่งที่เป็นตัวอย่างของการจัดการด้านขยะในแหล่งท่องเที่ยว

บนจุดดสูงแห่งภูที่เป็นจุดท่องเที่ยวชมวิวธรรมชาติ นักท่องเที่ยวถูกกำหนดห้ามนำอาหารหรือแม้แต่ลูกอมหรือน้ำดื่มที่มีขวดทุกวัสดุจากภายนอกขึ้นไปเลย จะต้องซื้อสิ่งเหล่านี้จากจุดขายของแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น และราคาที่ขาย ก็สูงกว่าราคาในท้องตลาดด้วย แต่มีข้อแม้ไว้ว่า เมื่อนักท่องเที่ยวซื้อสินค้าไป และนำเศษหีบ ห่อหรือวัสดุบรรจุภัณฑ์มาคืนที่จุดขายนั้น จะได้รับการตีเป็นมูลค่าเงินคืน ที่เมื่อเทียบเป็นราคาสินค้าที่ซื้อครั้งแรกนั้น จะถูกกว่าท้องตลาดมาก นักท่องเที่ยวต่างจะต้องพยายามนำเศษ(ขยะ) ลงมาเพื่อแลกเป็นเงินคืนการจะต้องมีจุดทิ้งขยะ หรือการจัดการอื่นก็ไม่มีความจำเป็นไป


ที่มา : รวบรวมจาก  วารสารน้ำก๊อก   การประปานครหลวง  ปีที่ 15  ฉบับที่ 1  เดือนเมษายน - มิถุนายน2542