สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวหน้าไปด้วยการพัฒนาในรูปแบบต่าง ๆ อย่างรวดเร็วนั้น ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ว่าหลักฐานทางโบราณคดี ที่มีความสำคัญต่อประวัติความเป็นมาของชาติไทย อันยาวนาน ได้ถูกบุกรุกทำลายให้เสื่อมสลายไป ทั้งโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้คนพลเมืองในท้องถิ่นของนักบริหาร และนักพัฒนาทางอุตสาหกรรมทั้งหลายอยู่เสมอ ๆ ข่าวการลักลอบตัดเศียรพระส่งออกขายต่างประเทศก็ดี การลักลอบขุดค้นโบราณวัตถุขายให้แก่นักเล่นของเก่า ตลอดจนการทำลายลงด้วยโครงการพัฒนาต่าง ๆ ปีหนึ่ง ๆ หลักฐานทางโบราณคดีได้สูญเสียไปเป็นจำนวนมากมาย

สาเหตุสำคัญที่สุดของการทำลายโบราณวัตถุโบราณสถาน ก็สืบเนื่องจากการขาดการปลูกฝังสำนึกให้รู้ถึงคุณค่าของเด็กตั้งแต่ในเยาว์วัย และเป็นเพราะว่า หลักฐานทางโบราณคดีบนผืนดิน ที่เป็นประเทศไทยมีมากมายจนทำให้การลักลอบขุด สามารถทำรายได้ให้จนเป็นอาชีพได้นั่นเอง

ความมากมายของหลักฐานทางโบราณคดีที่มีอยู่บนแผ่นดินประเทศไทยนั้น มีความหมายต่อผู้คนในประเทศอย่างไร ?

จากการสำรวจและค้นคว้าทางโบราณคดีได้พบว่า บริเวณที่เป็นที่ตั้งของประเทศไทยในปัจจุบันนี้ ได้มีหลักฐานที่แสดงถึงการตั้งถิ่นฐานของมนุษยชาติกระจายอยู่ทั่วไปที่นับเวลาย้อนขึ้นไปนับพัน ๆ ปี และจากหลักฐานดังกล่าวนี้ได้แสดงให้เห็นว่า ณ ที่นี้ได้เคยเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมของมนุษยชาติของโลกแห่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจจากภาพถ่ายทางอากาศ จากการสำรวจทางภาคพื้นดิน ตลอดจนการทำการขุดค้นในท้องที่ต่าง ๆ นักโบราณคดีได้พบหลักฐานของการอาศัยอยู่ของมนุษย์ที่ได้สืบทอดต่อกันลงมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ตั้งแต่ยุคแรกของโลกมาจนถึงปัจจุบันนี้

ในการศึกษาเรื่องราวทางโบราณคดีนั้น นักโบราณคดีได้แบ่งวิธีการตามรูปแบบของการดำรงชีพของการดำรงชีพของมนุษย์ออกเป็น 2 สมัยด้วยกัน คือ การดำรงอยู่ของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์และการดำรงอยู่ของมนุษย์สมัยประวัติศาสตร์

ที่เรียกว่าสมัยก่อนประวัตินั้น เป็นยุคสมัยที่มนุษย์ยังไม่รู้จักประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้เป็นสื่อความหมาย ดังนั้น หลักฐานทั้งหมดที่ใช้ในการศึกษาก็คือ สิ่งของเครื่องใช้ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นที่ ๆ เขาเคยอาศัยอยู่ ตลอดจนจากโครงกระดูกของเขาเอง

วัฒนธรรมในสมัยก่อนประวัติศาสตร์นั้น ยังแบ่งย่อยออกเป็น 2 สมัยด้วยกัน คือ ยุคหิน และยุคโลหะ

ยุคหินก็คือ ยุคที่มนุษย์นำเอาหินมาทำเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ อาทิ ขวานหิน ขวานกระเทาะ โดยเริ่มตั้งแต่กระเทาะอย่างหยาบ ๆ จนกระทั่งรู้จักประดิษฐ์อย่างประณีต มีการขัดดูให้แหลมคม ในตอนปลายของยุคหินก่อนที่จะเริ่มนำเอาโลหะมาใช้นั้น มนุษย์ได้เริ่มรู้จักทำภาชนะดินเผาขึ้นใช้ เริ่มอาศัยอยู่เป็นหลักแหล่งแทนการเร่ร่อนและอาศัยอยู่ตามถ้ำและเพิงผา รู้จักการเพาะปลูกและ เลี้ยงสัตว์ทั้งเพื่อใช้ทำเป็นอาหารและใช้แรงงาน สัตว์ที่มนุษย์นำมาเลี้ยงเป็นครั้งแรกสุดได้แก่ สุนัข ต่อมาก็มีวัว ควายและสัตว์อื่น ๆ สะสมอาหาร สร้างระบบของสังคมขึ้น แหล่งอารยธรรมยุคใหม่ที่เจริญมากที่สุดของโลก อยู่ในบริเวณตะวันออกกลาง บริเวณลุ่มแม่น้ำไนล์ ลุ่มแม่น้ำไทกริส และยูเฟรติส ซึ่งได้เป็นสิ่งที่ถ่ายทอดอารยธรรมให้กับซีกโลกตะวันตก

ส่วนยุคโลหะ เริ่มขึ้นเมื่อมนุษย์รู้จักนำเอาแร่มาใช้ แร่ชนิดที่ใช้คือทองแดง รู้จักแยกแร่ทองแดงออกจากเนื้อหิน ต่อมาคนรู้การหลอมโลหะ 2 ชนิด ผสมกันเพื่อให้ได้โลหะชนิดใหม่คุณสมบัติดีกว่าเดิม อาทิ การหลอมทองแดง และดีบุกเข้ากันเป็นเนื้อโลหะชนิดใหม่เรียกว่า สำริด มนุษย์สมัยยุคโลหะ การประดิษฐ์เครื่องใช้ไม้สอยขึ้นมามาก มีลักษณะทางสังคมความเป็นอยู่ที่ซับซ้อนมากขึ้น มีขนบประเพณีมากขึ้นและแหล่งสำคัญของยุคโลหะ ได้แก่ บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะที่บ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี

เมื่อมนุษย์ได้รู้จักการคิดค้นประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้นั้น ก็เรียกว่าสมัยประวัติศาสตร์ การศึกษาเรื่องราวของกลุ่มชนในยุคนี้ทำได้ง่ายกว่าในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เพราะมีทั้งเอกสารที่ผู้คนในแต่ละยุคสมัยได้บันทึกขึ้นไว้ตลอดจนมีสิ่งก่อสร้างที่มีรูปแบบของยุคสมัยไว้อย่างชัดเจน จากการศึกษาลักษณะของศิลปเท่าที่พบในบริเวณพื้นที่ประเทศไทยนั้น นักโบราณคดีได้แบ่งกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ออกเป็น 9 สมัยด้วยกันคือ ศิลปฟูนันมีศูนย์กลางอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ สมัยทวาราวดีมีศูนย์กลางอยู่ในภาคกลาง สมัยศรีวิชัยมีศูนย์กลางทางภาคใต้ สมัยลพบุรีมีศูนย์กลางอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมัยเชียงแสนมีศูนย์กลางอยู่ทางภาคเหนือ สมัยสุโขทัยมีศูนย์กลางอยู่ทางภาคเหนือ สมัยอู่ทองมีศูนย์กลางทางภาคกลาง และ 2 สมัยสุดท้ายคือ อยุธยาและรัตนโกสินทร์

แต่สภาพปัญหาที่ปรากฎอยู่ในปัจจุบันก็คือแหล่งศิลปกรรมทั้งหลายของประเทศ อาทิ แหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ โบราณสถาน ศาสนสถาน กำแพงเมืองและร่องรอยของเมืองโบราณได้รับความกระทบกระเทือนอย่างมาก โดยมีสาเหตุจากความเสื่อมโทรมของศิลปกรรม และจากสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบศิลปกรรมนั้น

วัดช้างลอบ จ.กำแพงเพชร
ปราสาทเมืองต่ำ จ.บุรีรัมย์

ปัญหาความเสื่อมโทรมของศิลปกรรมทั่วทุกภาคของประเทศเป็นสิ่งที่สะสมกันมานาน ซึ่งมีสาเหตุมาจากความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมเกือบทั้งสิ้น ดังนั้น การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจึงเป็นการแก้ปัญหาของสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อศิลปกรรมเป็นส่วนใหญ่ สาเหตุจากความเสื่อมโทรมโดยสรุปมี 2 ประการคือ


วัดพระนอน จ.กำแพงเพชร
1. ความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นต่อตัวศิลปกรรม เป็นไปตามกาลเวลาและสภาพแวดล้อม ตามธรรมชาติ และจากการกระทำของมนุษย์ โดยเจตนาหรือโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมอื่น ๆ ในท้องถิ่นนั้น เช่น การลักลอบขุดเจาะการรื้อทำลายโยกย้าย ลักขโมยและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของศิลปกรรม เป็นต้น
2. ความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมจากการกระทำของมนุษย์ทางอ้อม และส่งผลกระทบต่อศิลปกรรมนั้น ได้แก่ การใช้ที่ดินรอบบริเวณเป็นที่อยู่อาศัยและทำประโยชน์อย่างอื่น การสั่นสะเทือนจากการก่อสร้างอาคารหรือรถบรรทุกขนาดใหญ่ ทำความเสียหายให้แก่ตัวโบราณสถานและศิลปกรรม การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมหรือภูมิสถาปัตยกรรมของโบราณสถาน ก่อให้เกิดทัศนวิสัยไม่ดี ตลอดจนการพัฒนาสร้างบริการสาธารณูปโภคต่าง ๆ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมศิลปกรรม

1. กำหนดให้มีการดำเนินงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมในระดับท้องถิ่นทั่วประเทศ
2. กำหนดให้มีการประกาศเขตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม และให้มีการศึกษาผล กระทบสิ่งแวดล้อมด้านนี้ ในโครงการพัฒนาต่าง ๆ ที่มีขึ้นในบริเวณที่กำหนดไว้
3. กำหนดให้มีศูนย์ประสานงานข้อมูล เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแหล่งชุมชนโบราณ
4. กำหนดให้มีการสัมมนาเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลความรู้ทางวิชาการ และ หลักวิชาเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมในทุกระดับ

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมเป็นการดำเนินงานที่ต้องอาศัยระยะเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการปลูกฝังความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนส่วนใหญ่ ให้เกิดความรู้สึกรักและหวงแหนในมรดกที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์ไว้ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมจึงมิใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนจะต้องรับผิดชอบและที่สำคัญก็คือ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานของรัฐกับประชาชนเป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันวิทยาการสมัยใหม่ได้มีบทบาทเข้าไปเสริมแต่ง เปลี่ยนแปลงบริเวณแหล่งศิลปกรรมมากยิ่งขึ้นและเป็นไปโดยรวดเร็ว จึงอาจจะกล่าวได้ว่า ถ้าไม่มีมาตรการในการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมศิลปกรรมแล้ว เชื่อแน่ว่าในอนาคตนี้แหล่งอันเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าทางสุนทรียภาพและสำคัญยิ่งของชาติ จะสูญสิ้นไปในที่สุด ดังนั้น การดำเนินงานของสำนักงานฯ จึงเป็นความพยายามอย่างยิ่งยวดในการสร้างสามัญสำนึกให้กับชนในชาติ ให้ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญและมีความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมเป็นพื้นฐาน รวมทั้งส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลรักษา ป้องกัน และให้ความรู้แก่คนในท้องถิ่นนั้น เพื่อจะได้มีความรู้สึกหวงแหนสมบัติของท้องถิ่น โดยสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เป็นหน่วยงานในการสนับสนุนทางวิชาการส่งเสริมประสานงานในด้านนโยบาย มาตรการ และแนวทางปฏิบัติ ติดตามวิเคราะห์การปฏิบัติและประสิทธิผลเหมาะสมกับสถานการณ์ของชาติต่อไป


ที่มา : รวบรวมจาก กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม