หลื่อปก่า  คืนป่าให้ประชาชน
ป่า
      ณ ป่าลึกที่ขุนห้วยหอย กลุ่มคนเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่มีทั้งนักศึกษา นักวิชาการ ชาวบ้านจากเตรือข่ายรักษาป่าในลุ่มน้ำต่าง ๆ ทั่วภาคเหนือได้มารวมตัวกันเพื่อพูดถึงการร่างกฎหมาย "พรบ. ป่าชุมชน"  ซึ่งแม้จะได้รับความสนใจจากคนในสังคมน้อยมาก แต่เป็นรูปธรรมชัดเจนในสังคมประชาธิปไตยที่หลายคนใฝ่ฝัน และยังได้มีการประกอบพิธีกรรม "หลื่อปก่า" ร่วมกัน แม้ดูจะสวนทางกับวิถีในปัจจุบัน แต่กลับมีคุณค่าต่อจิตใจ มีความหมายต่อสังคมที่ขาดจิตวิญญาณ

        พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ "หลื่อปก่า" ได้เริ่มต้นขึ้นในตอนเช้า เสียงงึมงำของฮีโข่ หรือผู้นำหมู่บ้านห้วยหอยดังอยู่ในลำคอ ร้องบอกกล่าวต่อเจ้าที่ให้ทราบว่าวันนี้จะมีลูกบ้านมาเลี้ยง ขอให้เจ้าที่ลงมาสถิต ณ ที่นี้ด้วย ขณะที่นำหมู ไก่ เหล้าและดอกไม้ธูปเทียนถวายแก่เจ้าที่ คนที่มาร่วมพิธีกรรมนั่งรอบ ๆ สงบนิ่งเพื่อร่วมพิธี

        พิธี "หลื่อปก่า" หรือการ "เลี้ยงป่า" เป็นการประยุกต์มาจากพิธีกรรมดั้งเดิมของชาวปกากะญอที่เรียกว่า "ต่าหลื่อส่า" หรือการเลี้ยงต้นไม้ด้วยความเชื่อว่าธรรมชาติมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้องคุ้มครอง เมื่อใช้ประโยชน์จึงต้องดูแลรักษา พิธีกรรมนี้จึงเป็นการแสดงออกถึงความเคารพและสำนึกในบุญคุณ ขณะเดียวกันหากใครล่วงละเมิด กระทำสิ่งไม่สมควรก็จะมีการทำ "ต่าหลื่อส่า" เช่นกัน

        ชาวบ้านในเขตลุ่มน้ำป๋วยได้ประยุกต์พิธีกรรมดังกล่าวมาใช้ตั้งแต่ปี 2536 เพื่อบอกต่อเจ้าที่เจ้าทางในป่าให้ปกป้องคุ้มครองต่อสรรพชีวิตในป่า ทั้งต้นไม้ น้ำ สัตว์ป่าและให้คนอยู่กันอย่างสงบสุข ดังบทอธิษฐานว่า

        "... เจ้าป่า เจ้าน้ำ เจ้าดิน เจ้าฟ้า เจ้าที่เจ้าดิน ดินเจ็ดชั้น พวกเราลูกหลานญาติพี่น้อง ปู้ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา ลูกเล็กเด็กแดง คนเฒ่าคนแก่ คนหนุ่มคนสาว ขอให้ท่านบันดาลให้เรามีพลัง มีอำนาจเรียกคืน ให้ได้อยู่กับป่าผืนเดิม ให้ได้อยู่กับดินที่เราเคยอยู่ อยู่กับแม่น้ำ ภูเขา ขอให้พวกเราอย่าได้พรากจากถิ่นฐานบ้านเกิดเลย ขอให้ทรัพย์สิน วัวควาย สัตว์เลี้ยงทั้งหลายจงได้รับการคุ้มครองจากท่าน            พวกเราได้มากราบไหว้ในวันนี้ ขอให้ท่านบันดาลให้พวกเรามีอำนาจสูงส่ง เล็กเท่าด้ายดึงไม่ขาด เล็กเท่าเข็มเหยียบไม่งอ ขอฝนป้าตกต้องตามฤดูกาลมีน้ำอุดมสมบรูณ์ แผ่นดินชุ่มเย็น มีป่า มีต้นไม้ มีสัตว์ป่า สรรพสิ่งต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงจงได้รับการคุ้มครองจากท่านต่อไป "

        บริเวณที่ประกอบพิธีหลื่อปก่านี้ เป็นบริเวณป่าอนุรักษ์ซึ่งชาวห้วยหอย ห้วยข้าวลีบ ประตูเมือง ขุนป๋วยบน และลุ่ม และบ้านชุนนาสาร่วมกันดูแลรักษามานาน มีการทำข้อตกลงร่วมกัน มีการช่วยกันทำแนวกันไฟ และดับไฟป่า การทำแนวเขตมักจะเอื้อประโยชน์ให้แก่กันได้ ดังบทเพลงพื้นบ้านของชาวปกากะญอ ที่ขับขานว่า

" สู่ ลอ ก่อ เชอ เลอะ เสอะ เคาะ เอาะ แล เลาะ เปอะ ก่อ หย่า คอ"
  "ปลูกมะม่วงเป็นเขตแบ่งแดน แบ่งกินของเธอและฉัน"
        หลังจากพิธีกรรมสิ้นสุดลง ผู้คนอพยพออกจากป่า คืนความเงียบสงบให้กับผืนป่าอีกครั้งหนึ่งผืนป่าแห่งนี้จะอยู่ในความดูแลของเจ้าที่ต่อไป ตะแหลว ไม้ไผ่สานที่ติดแน่นอยู่ตามต้นไม้จะเป็นสัญญลักษณ์ว่าผืนป่าแห่งนี้ห้ามล่วงล้ำทำลาย เช่นเดียวกับเมื่อเพื่อนในเมืองที่มาร่วมพิธีกรรมกลับไปแล้ว ชาวห้วยหอยและชุมชนใกล้เคียงจะต้องช่วยกันสอดส่อง เป็นหูเป็นตาให้
ที่มา : รวบรวมจาก เบญจา  ศิลารักษ์ ข่าวสารป่ากับชุมชน