ขวดแก้ว ของต้องห้ามบนเอฟเวอเรสต์
เศษขยะซึ่งกองเกลื่อนกลาดอยู่ตามไหล่เทือกเขาเอฟเวอร์เรสต์ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าขวดแก้วซึ่งนักท่องเที่ยวนำขึ้นไปทิ้งเอาไว้ปีละ 2 แสนขวด เพราะมันทั้งหนักทั้งใหญ่เกินกว่าจะจูงใจให้นักปีนเขาทั้งหลายแบกกลับลงมาแทนการทิ้งไว้ตามบริเวณที่ตั้งแคมป์ จนกลายเป็นเหตุให้เท้าเด็ก ๆ และนักเดินทางถูกเศษแก้วบาดอยู่ประจำ
        ด้วยเหตุนี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2541 ที่ผ่านมา รัฐบาลเนปาลจึงห้ามไม่ให้จำหน่ายเบียร์และเครื่องดื่มที่บรรจุขวดแก้วในบริเวณยอดเขาเอฟเวอร์เรสต์ โดยคณะกรรมการควบคุมมลพิษแห่งยอดเขาเอฟเวอร์เรสต์ ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเนปาลและกองทุนสัตว์ป่าโลก มีหน้าที่ติดตามการบังคับใช้ประกาศฉบับนี้ หลังจากประกาศใช้ไปได้ครึ่งปี อุเมซ ซิงค์ เจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวของเนปาล ซึ่งมีหน้าที่ออกกฎและเฝ้าติดตามการปีนเขาทั่วประเทศกล่าวว่า คำสั่งนี้ใช้ได้ผลเพราะแม้แต่ในตลาดนัดวันเสาร์ ซึ่งเบียร์ชนิดขวดเคยทำยอดขายได้สุงสุด มาถึงตอนนี้กลับไม่พบขวดเบียร์แม้แต่ขวดเดียว  "ชาวบ้านท้องถิ่นเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเราออกกฎนี้ และพวกเขายังซาบซึ้งในความพยายามของพวกเราที่จะรักษาบริเวณเทือกเขาเอฟเวอร์เรสต์ให้ปลอดจากมลพิษและขยะ" ซิงค์กล่าวพร้อมกับเสริมว่ามีสถานที่บางแห่งต้องการให้รัฐบาลขยายเขตปลอดขวดแก้วให้กว้างขวางขึ้นอีก
        ผลลัพธ์ดังกล่าวนับว่าแตกต่างจากตอนที่เริ่มออกกฏอย่างมาก ก่อนหน้านี้รัฐบาลเนบาลมีความวิตกว่าเจ้าของโรงแรมและภัตตาคารตลอดจนเส้นทางปีนเขาอาจจะมีปฏิกิริยาต่อต้าน เพราะพวกเขาอาจเกรงว่ากฎดังกล่าวจะทำให้นักท่องเที่ยวไม่ได้รับความสะดวก แต่ถึงตอนนี้คนที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวเห็นด้วยแล้วว่าการทำให้เทือกเขาเอฟเวอร์เรสต์สะอาดขึ้นเป็นความคิดที่เข้าท่า "นักปีนเขาชาวต่างชาติมักบ่นเรื่องขวดเบียร์ที่กระจายอยู่รอบบริเวณเทือกเขาเสมอ แต่ตอนนี้กฎใหม่ของรัฐบาลช่วยจัดการกับปัญหานี้ได้แล้ว" ดาวา เชอริ่ง เจ้าของร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งระหว่างเส้นทางไปจอร์เซลล์ ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่จะไปยังพื้นที่สงวนของเทือกเขาเอฟเวอร์เรสต์กล่าว         การออกกฎดังกล่าวทำให้เบียร์ขวดเป็นสินค้าหาซื้อได้ยากขึ้นคยจึงหันมาดื่มเบียร์ที่ผลิตในท้องถิ่นที่เรียกกันว่า "ชายัง" ซึ่งสูญเสียตลาดให้กับเบียร์ขวดไปนานแทน ชายังเป็นเบียร์พื้นบ้านที่เสิร์ฟอุ่น ๆ ในแก้วไม้และดูดด้วยหลอดไม้ไผ่ อย่างไรก็ดีข้อห้ามเหล่านี้ยังทำให้คนในท้องถิ่นได้ประโยชน์อย่างอื่น ๆ อีก อย่างเช่น ได้กำไรจากการขายเบียร์มากขึ้นเพราะเบียร์ที่บรรจุกระป๋องอะลูมิเนียมเสียค่าขนส่งถูกกว่า นอกจากนี้คนรับซื้อของเก่ายังไปรับซื้อกระป๋องเปล่าถึงบ้านโดยกระป๋องเปล่าที่ถูกทุบจนแบนจะขายได้ในราคา 40 รูปี แต่ถ้าเป็นขวดแก้ว คนรับซื้อจะไม่ค่อยสนใจ โดยให้ราคาเพียงขวดละ 3 รูปีเท่านั้น
        แต่เทือกเขาเอฟเวอร์เรสต์ก็ยังมีปัญหาเรื่องขยะอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขวดพลาสติก ซึ่งรัฐบาลยังไม่ได้ห้ามใช้ขวดพลาสติกเนื่องจากเป็นภาชนะที่ให้ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในการนำน้ำดื่มติดตัวไป ถึงตอนนี้รัฐบาลกำลังส่งเสริมให้นักปีนเขาใช้ขวดพลาสติกเพียงใบเดียวตลอดเส้นทางเดิน แทนที่จะทิ้งทันทีที่ดื่มน้ำหมดเหมือนอดีต

ที่มา : รวบ รวม จาก  วารสารโลกสีเขียว ฉบับที่ 1 มีนาคม - เมษายน  2542