หยุด
เริ่มจากโพรงจมูก คอ ท่อลม หลอดลมใหญ่ขวาและซ้าย หลอดลมแขนงย่อยต่าง ๆ จนถึงหลอดลมส่วนปลาย ซึ่งมีถุงลมเชื่อมต่ออยู่
เนื้อปอด…ประกอบด้วย ถุงลมเล็ก ๆ จำนวนมากและมีเส้นเลือดเชื่อมประสานผ่าน
ปอด…มีหน้าที่รับก๊าซออกซิเจนจากการหายใจเข้า และขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยการหายใจออก มีถุงลมปอดเป็นจุดแลกเปลี่ยนอากาศผ่านทางเส้นเลือด
ความจุอากาศของปอดโดยทั่วไปประมาณ 3 ลิตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ เพศ อายุ และขนาดของร่างกาย เช่น ผู้ชาย 2.5-4.5 ลิตร ผู้หญิง 2-4 ลิตร เป็นต้น

ควันดำ ฝุ่น เขม่า ก๊าซจากท่อไอเสียรถ/ปล่องควันจากโรงงาน

ฝุ่น… จากการบด/ขัด/โม่/ผสม เช่น ฝุ่นทราย ฝุ่นหิน ฝุ่นโลหะ ฝุ่นไม้ ฝุ่นไยหิน แอสเบสตอส ฝุ่นเมล็ดข้าว หรือเมล็ดพืช และฝุ่นผ้า-ฝ้าย-ปอ-ป่าน เป็นต้น
ละออง… ของเหลวจากการฉีด การพ่นให้แตกกระจาย
ฟูมโลหะ… จากการที่โลหะได้รับความร้อนสูง ๆ จนกลายเป็นไอแล้วเกิดการควบแน่นขึ้นในอากาศ เช่น ฟูมของตะกั่ว/โลหะ/ปรอท/แคดเมี่ยม ในงานเชื่อมโลหะ หลอมโลหะ เป็นต้น
ก๊าซและไอระเหยของสารเคมี… เช่น ทินเนอร์ ไซลีน สไตรีน โทลูอีน เบนซีน โครเมี่ยม ไอกรดต่างๆ เป็นต้น

สารอันตรายต่าง ๆ สามารถตกค้าง สะสม ทำความระคายเคืองและเกิดแผล ทำอันตราย…ระบบทางเดินหายใจ…สมรรถภาพปอดเสื่อมลง…เกิดโรคปอดต่าง ๆ


เกิดขึ้นโดยการหายใจนำสิ่งอันตรายต่าง ๆ เข้าไปเป็นประจำ และมักใช้เวลานานเป็นปี หรือสิบปีจึงจะเกิดอาการให้เห็นหรือรู้สึกเมื่อมีอาการเพิ่มมากขึ้น ก็ยากต่อการรักษาให้หายเป็นปกติ

ที่มักพบ เช่น ไอเรื้อรัง มีเสมหะ อ่อนเพลีย เจ็บแน่นหน้าอก หอบ เหนื่อยง่าย จะตรวจพบมีการอุดกั้นของทางเดินหายใจ หรือปอดขยายตัวไม่ดี ระยะรุนแรงที่ทุกข์ทรมานจะหอบมากจนหน้าเขียวและอาจเสียชีวิตได้จาก การหายใจล้มเหลว




การทดสอบสมรรถภาพปอด จะช่วยให้รู้และสามารถตรวจพบความผิดปกติ ในระยะเริ่มแรกได้ก่อนที่จะเกิดโรคร้ายแรง ซึ่งอาจหยุดยั้งการดำเนินโรคได้ ถ้ามีการปรับปรุง แก้ไข และป้องกัน
การทดสอบสมรรถภาพปอด เป็นการทดสอบ หลอดลมหรือระบบทางเดินหายใจ ว่ามีการหดตัวหรือมีการอุดกั้นหรือปกติอย่างไร โดยใช้เครื่องมือ
สไปโรมิเตอร์ (Spirometer) วัดปริมาตรของอากาศที่หายใจออก เร็วและแรง หลังจากหายใจเข้าเต็มที่ และความจุอากาศของปอดช่วยประเมินการทำงานของปอด

ความผิดปกติของสมรรถภาพการทำงานของปอด สามารถตรวจพบได้ก่อน ที่ภาพรังสีทรวงอก (เอกซเรย์) จะปรากฎรอยโรคให้เห็น


พบได้ 3 ลักษณะ ได้แก่

  1. ปกติ
  2. ผิดปกติแบบหลอดลมถูกอุดกั้น (Obstructive Pattern) เช่น พบได้ในโรคหอบหืด หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ถุงลมปอดโป่งพอง เนื้องอก ตุ่มพังผืด โรคปอดอักเสบจากฝุ่นบางชนิด เช่น ฝุ่นซิลิกา ฝุ่นไยหิน
  3. ผิดปกติแบบจำกัดการขยายตัว (Restrictive Pattern) เนื่องจากมีโรคของกล้ามเนื้อทรวงอก หรือมีความผิดปกติของเนื้อปอด เช่น โรคของเยื่อหุ้มปอด ปอดอักเสบ ปอดมีน้ำคั่ง และเกิดพังผืดหรือเนื้องอก เป็นต้น เนื้อปอดถูกทำลาย ปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่



รักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายบริหารปอด พักผ่อนให้เพียงพอ ลด-เลิกสูบบุหรี่
เมื่อมีอาการหวัด/ไอเรื้อรัง/มีเสมหะมาก/หอบ/เหนื่อย /ภูมิแพ้… รีบตรวจรักษา หรือปรึกษาแพทย์แต่เนิ่น ๆ
หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด มีฝุ่น ละออง ไอ ควัน ของมลพิษ หรือสารเคมี และการระบายอากาศไม่ดี
ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับฝุ่น สารเคมี หรือสารอันตรายควรตรวจสุขภาพเอกซเรย์ปอด ทดสอบสมรรถภาพปอดประจำปี เมื่อพบความผิดปกติต้องรีบรักษาและป้องกัน ต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากฝุ่น หรือสารเคมีที่เหมาะสมถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ ขณะทำงานควรมีความรู้ถึงอันตราย และวิธีการป้องกันสารอันตรายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
มีการดำเนินงานเพื่อควบคุม ปิดกั้น หรือลดปริมาณฝุ่นและสารอันตรายทั้งที่แหล่งกำเนิด และที่กระจายในอากาศด้วย

ผู้ทำงานสัมผัสกับ ฝุ่น ละออง ก๊าซ ไอ สารอันตรายต่าง ๆ มีโอกาสเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ควรต้อง ใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีหลายชนิด เช่น ป้องกันฝุ่น ฝุ่นพิษ ผงเคมี ละออง ไอโลหะ ไอสารเคมี ควันจากการเชื่อม

ผู้ใช้ควรเลือกชนิด ให้มีประสิทธิภาพเหมาะสม กับสารพิษที่สัมผัส สวมใส่ถูกวิธี ทำความสะอาด เก็บรักษาถูกต้อง ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนใหม่ทันทีที่ชำรุด

ที่มา : รวบรวมจาก ฝ่ายอาชีวอนามัย กองอนามัยสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ฝออ.กอว. 1/2538