มาตรการในป้องกัน แก้ไข และควบคุมคุณภาพอากาศ

อากาศเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องควบคุมคุณภาพอากาศให้อยู่ในสภาพที่ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน จึงจำเป็นต้องหามาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน คือ

1. การเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ
   การตรวจวัดคุณภาพอากาศด้วยหน่วยเคลื่อนที่ ซึ่งอาจทำได้โดยอาศัยเจ้าหน้าที่ของรัฐติดตามตรวจสอบศึกษาแนวโน้มคุณภาพอากาศตามจุดต่าง ๆ ที่ต้องการ
   การติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ เป็นการเฝ้าระวังที่ติดตั้งสถานีตรวจวัดแบบถาวร เพื่อเฝ้าระวังคุณภาพอากาศในทุก ๆ ย่าน เช่น ย่านที่พักอาศัย ย่านอุตสาหกรรม ย่านธุรกิจ ไม่ให้เกินมาตรฐาน หากพบว่า คุณภาพ อากาศในย่านใดเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน พืช สัตว์ และทรัพย์สินต่าง ๆ จะได้หาทางป้องกันหรือแก้ไขมิให้เกิดผลเสียหายอีกต่อไป
   การสังเกตการเปลี่ยนแปลงโดยประมาณ ซึ่งอาจสังเกตได้โดยประชาชนทั่วไปพบหรือสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับคุณภาพอากาศ เช่น เห็นหมอกควันควรรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ

2. การควบคุมและป้องกันการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิด
   การใช้เทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ควบคุมมลพิษประเภทต่าง ๆ นั้น จะติดตั้งเข้ากับแหล่งกำเนิดของมลพิษ เพื่อทำหน้าที่กำจัดหรือลดปริมาณของมลสารที่ถูกปล่อยออกสู่บรรยากาศ ซึ่งในการควบคุมสภาวะอากาศเป็นพิษนั้น จะต้องพิจารณาเลือกวิธีการที่เหมาะสมประหยัดและได้ผลดีที่สุด โดยมีหลักการใหญ่ ๆ ดังนี้
   2.1 พยายามเลือกใช้วัตถุดิบและเชื้อเพลิงที่ไม่มีสารก่อมลพิษทางอากาศ
   2.2 ปรับปรุงคุณภาพวัตถุดิบหรือเชื้อเพลิงที่ใช้ในกระบวนการผลิตให้มีองค์ประกอบของสาร ที่อาจก่อให้เกิดสารเป็นพิษขึ้นในภายหลังน้อยที่สุด
   2.3 ปรับปรุงแก้ไขวิธีการในกระบวนการผลิตให้สามารถช่วยลดการเกิดสารมลพิษจากขั้นตอน การผลิตให้เหลือน้อยหรือไม่มีเลย
   2.4 ติดตั้งระบบบำบัดหรือปรับปรุงอุปกรณ์การกำจัดมลพิษทางอากาศให้เหมาะสมและมี ประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับชนิดและลักษณะของแหล่งกำเนิดมลพิษ ซึ่งจะต้องพิจารณาถึงปริมาณและชนิดของอากาศเสีย มาตรฐานปริมาณอากาศเสียที่ยอมให้ปล่อยออกสู่บรรยากาศ ค่าใช้จ่ายในการลงทุนและการใช้งาน

3. การกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศ
   ต้องครอบคลุมสารมลพิษอากาศทุกประเภทจากแหล่งก่อมลพิษประเภทต่าง ๆ มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และควรมีการปรับปรุงมาตรฐานให้สอดคล้องกับสถานการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

4. การออกกฏหมาย
   โดยมุ่งหมายเพื่อใช้เป็นกฏเกณฑ์และมาตรการที่มีผลบังคับใช้ตามกฏหมาย ซึ่งกฏเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ออกมานั้น ต้องมีความเหมาะสมและถูกต้องตามหลักวิชาการเสมอ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติต้องสามารถบังคับให้เป็นไปตามที่กฏหมายบัญญัติไว้ได้

5. การกำหนดนโยบายและวางแผน เพื่อควบคุมมลพิษอากาศ
   5.1 การแบ่งแยกเขตเฉพาะ (Proper Zone) คือ การวางผังเมืองหรือชุมชนออกเป็นเขตหรือย่าน ต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมตามสภาพท้องถิ่นและกิจกรรมของชุมชนโดยแบ่งออกเป็นย่านต่าง ๆ ไม่ปะปนกัน เช่น ย่านการค้า ย่านอุตสาหกรรมและย่านที่อยู่อาศัย การกำหนดผังเมืองออกเป็นย่านต่าง ๆ จะช่วยให้สามารถควบคุมและปฏิบัติงานเกี่ยวกับมลภาวะอากาศได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ
   5.2 การควบคุมกิจกรรมต่าง ๆ (Control of Activities) คือการดำเนินงาน เพื่อควบคุมกิจกรรม ต่าง ๆ ในชุมชนโดยเฉพาะกิจกรรมที่เป็นแหล่งก่อให้เกิดสารที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดสภาวะอากาศเป็นพิษ จะต้องได้รับการควบคุมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมนั้นอยู่ในมาตรฐานถูกต้องตามหลักวิชาการ การดำเนินการดังกล่าวนี้จะต้องมีการร่วมมือประสานกันระหว่างหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อ
   5.3 การให้การศึกษาและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะต้องจัดทำในหลายระดับ หลายรูปแบบ และให้กับกลุ่มชนทุกกลุ่ม โดยเริ่มตั้งแต่การสอนแนวความคิดรวบยอดขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนทั่วไป เด็กนักเรียนในระดับประถม และค่อย ๆ เพิ่มเนื้อหา และ ความลึกซึ้งมากขึ้นไปโดยต่อเนื่องจนถึงระดับอุดมศึกษา รวมทั้งการให้ข้อมูลข่าวสารกับ มวลชนในวาระต่าง ๆ โดยอาศัยสื่อมวลชนในรูปแบบต่าง ๆ เช่นเกร็ดความรู้วิธีการลดควันดำ การรณรงค์ลดควันขาวรถจักรยานยนต์ เป็นต้น
   5.4 กำหนดเขตควบคุม และจำกัดจำนวนแหล่งมลพิษ มิให้มีมากขึ้นจนเป็นเหตุในการเกิดปัญหามลพิษ

6. การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อเป็นแหล่งผลิตอากาศบริสุทธิ์ เช่น การสร้างสวนสาธารณะ การปลูกต้นไม้ในเขตเมือง เป็นต้น


ที่มา : รวบรวมจากกองอนามัยสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร