เพราะพฤติกรรมของมนุษย์นั้นมีมากมาย ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทุกคนก็คือผู้ที่ก่อให้เกิดมลพิษในสิ่งแวดล้อมด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งสิ้น เช่น การทิ้งขยะลงบนท้องถนน การต่อท่อน้ำทิ้งในบ้านลงท่อระบายน้ำสาธารณะ โดยไม่ผ่านระบบบำบัด การทิ้งของเสียลงสู่แม่น้ำลำคลอง การใช้สารเคมีที่มีพิษในการเกษตรกรรมมากเกินไป การเผาและการตัดไม้ทำลายป่า การทำให้เกิดเสียงดังที่รบกวนและการทิ้งกากของเสียอันตรายสู่สถานที่สาธารณะ เป็นต้น
แต่ทุก ๆ คนคิดไม่ถึงว่าเป็นความผิดของ "ตนเอง" ในวันนี้ประชาชนทุกคน ภาครัฐ และเอกชน ควรมีความรู้สึกร่วมกันในการพิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติ และช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น เพื่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศให้คงอยู่อย่างยาวนานสืบไป
แล้วเราจะอยู่เฉยให้เป็นไปอย่างเดิมหรือ ?

1. ใช้ผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างที่ไม่มีสารที่ทำลายสภาพน้ำเจือปนอยู่ โดยใช้ผงซักฟอกที่ผสม ZEOLITE ที่มีในการดูแลรักษาน้ำ
2. การซักผ้าด้วยมือควรปิดก๊อกน้ำเมื่อน้ำเต็มภาชนะรองรับหรือซักเครื่อ
3. ควรรวบรวมผ้าให้พอดีกับความสามารถของเครื่องซักผ้าในแต่ละครั้ง เพราะต้องใช้น้ำประมาณ 100-200 ลิตรและจะช่วยประหยัดไฟฟ้าไม่ให้สิ้นเปลืองมากจนเกินไป
4. การใช้น้ำประปา ปิดก๊อกให้สนิทหลังการใช้ควรจัดหาภาชนะรองน้ำให้ได้ตามต้องการแล้วจึงนำไปใช้ ซึ่งจะง่ายและประหยัดกว่าการเปิดน้ำใช้จากก๊อกและสายยางโดยตรง
5. ตรวจและซ่อมแซม ท่อ/ก๊อกน้ำที่ชำรุดเพราะน้ำ 10 หยดใน 1 นาทีนั้นจะรวมกันได้ถึง 3,000 ลิตรในหนึ่งปี
6. การล้างจาน ชาม และภาชนะ ควรรวบรวมให้มีปริมาณมากพอแล้วจึงล้างพร้อมกันในอ่าง ไม่ควรล้างโดยตรงจากก๊อก
7. ควรอาบน้ำด้วยการตักจากภาชนะที่เก็บน้ำได้แทนการอาบจากฝักบัว ซึ่งต้องใช้น้ำครั้งละ 20 ลิตร/คน และไม่นอนแช่ในอ่างอาบน้ำ
8. แปรงฟันหรือโกนหนวดด้วยการใช้แก้ว หรือขันรองน้ำแทนการเปิดน้ำโดยตรงจากก๊อก ซึ่งทำให้เสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ถึง 9 ลิตรต่อนาที
9. การใช้ห้องสุขาด้วยการกดชักโครกเพียงครั้งเดียวจะทำให้เปลืองน้ำมากถึง 15-20 ลิตร จึงควรใช้ระบบขันตักราดหรือใช้อิฐมอญ 2-3 ก้อน หรือขวดพลาสติกใส่น้ำใส่ไว้ในชักโครกเพื่อแทนที่น้ำ
10. หากบ้านเรือนของท่านตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ควรสร้างส้วมให้ถูกสุขลักษณะ ไม่ทิ้งของเสียในน้ำเพราะจะเป็นที่มาของเชื้อโรค และทำให้น้ำเน่าเสีย ขยะมูลฝอยต่าง ๆ ควรเก็บใส่ถังขยะแยกขยะเปียกจำพวกเศษอาหารและขยะแห้งจำพวกเศษกระดาษถุงพลาสติกออกจากกันโดยจัดหาภาชนะแยกขยะออกจากกันเพื่อความสะดวกต่อการเก็บขนขยะและการแยกกำจัด
11. ซ่อมแซมสิ่งของหรือเสื้อผ้าสมาชิกในบ้านเมื่อเกิดการชำรุดขึ้นมาแทนที่จะโยนทิ้งหรือไปซื้อใหม่ เพื่อช่วยประหยัดทรัพยากรที่นำมาเป็นวัตถุดิบ

ป้องกันอากาศร้อนในบ้านด้วยวิธีง่าย ๆ เป็นธรรมชาติ เช่น ปลูกต้นไม้บังแสงแดด ทำม่านกันแสงและสร้างหน้าต่างกันทิศทางลมเพื่อลดการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
  • ถ้าจะเปลี่ยนหลอดไฟใหม่ ควรเลือกใช้หลอด ชนิดประหยัดไฟจะประหยัดได้ถึง 75-80% และอายุการใช้งานก็ยาวนานกว่าหลอดไส้ถึง 7 เท่า
  • ต้องหมั่นดูแลและทำความสะอาดหลอดไฟ ถ้าปล่อยให้ฝุ่นหนาฝ้าเกาะแสงก็จะสลัว เราก็จะต้องใช้ไฟมากหลอดเวลาจ่ายค่าไฟคงไม่สบายเท่าไหร
  • โทรทัศน์ทั้งขนาดและระบบมีผลต่อการใช้ไฟ เช่น ระบบรีโมทคอน-โทรลจะเปลืองไฟตลอดเวลาแม้ในขณะที่ไม่ได้ใช้รีโม
  • หากจะเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ ควรเลือกซื้อรุ่นประหยัดพลังงานพร้อมควรเช็คสักนิดให้แน่ใจในประสิทธิภาพว่าเหมาะพอดีกับจำนวนคนและพื้นที่
  • ปรับอุณหภูมิให้พอดี ควรอยู่ที่ 25oC เพราะความเย็นที่เพิ่มขึ้นคือค่าไฟที่เพิ่มตาม
  • ไม่ควรทำอาหาร ต้มน้ำในห้องแอร์ เพราะเครื่องปรับอากาศจะต้องทำงานหนักขึ้น
  • ต้องขยันทำความสะอาดไส้กรองอากาศอาทิตย์ละครั้ง จะช่วยประหยัดไฟและให้ความเย็นเร็วขึ้น
  • ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกครั้งเมื่อเลิกใช้
  • ประหยัดพลังงานในครัวด้วยการหุงต้มด้วยก๊าซจะดีกว่าการใช้เตาไฟฟ้าที่ใช้พลังงานถึงสามเท่าของก๊าซ
  • การรีดผ้าเป็นการใช้ไฟฟ้าที่สิ้นเปลืองมากจึงควรรีดครั้งละมาก ๆ เพราะในการที่เตารีดจะร้อนแต่ละครั้งนั้น ใช้พลังงานไฟฟ้ามากทีเดียว
  • เปิดโทรทัศน์ หรือวิทยุเฉพาะเวลาที่ต้องการดู
  • บ้านที่ร่มรื่นน่าอยู่เขียวขจีไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด คือความภูมิใจที่เราจะได้เป็นผู้ปลูกและดูแลอย่างดีด้วยตัวเราเอง ต้นไม้แต่ละชนิดต้องการการดูแลที่แตกต่างกันเราจึงควรที่จะศึกษานิสัยของต้นไม้แต่ละชนิดก่อนนำมาปลูก
  • พยายามจัดสวนให้เป็นธรรมชาติ ปลูกพืชพื้นเมือง ไม่ควรปลูกเฉพาะหญ้าเต็มทั้งสนามเพราะจะเปลืองน้ำมาก
  • ไม่เผาใบไม้แห้งหรือเศษขยะควรใช้วิธีขุดหลุมฝังเพื่อให้เกิดการย่อยสลาย โดยขบวนการทางธรรมชาติซึ่งเป็นการเพิ่มธาตุอาหารให้ดินอีกด้วย
การรดน้ำต้นไม้ที่ถูกวิธีและประหยัดน้ำ คือ
1. รดน้ำเฉพาะตรงโคนต้นแทนที่จะรดใบให้ชุ่มเพื่อให้น้ำไปถึงระดับรากได้
2. ควรรดน้ำวันละครั้งเป็นอย่างน้อยในตอนเช้าหรือตอนเย็นโดยปล่อยให้ใบแห้งก่อนค่ำ เพื่อป้องกันการเกิดโรคในขณะที่ใบพืชชื้น แต่ในฤดูร้อนควรรดน้ำ 2 ครั้ง เช้า-เย็น การรดน้ำต้นไม้ในตอนกลางวัน จะสิ้นเปลืองน้ำมากเพราะน้ำจะระเหยไปกับไอแดดได้เร็วกว่า 4-8 เท่าตัว
ช่วงหน้าแล้งไม่ต้องสิ้นเปลืองน้ำไปกับหญ้าที่กำลังเหลือง เพราะเป็นช่วงที่ธรรมชาติต้องเป็นเช่นนั้นเมื่อถึงฤดูฝนหญ้าก็จะกลับเขียวขึ้นมาเองโดยไม่ต้องเปลืองน้ำ
3. ใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมักบำรุงต้นไม้แทนการใช้ปุ๋ยเคมี
4. กำจัดวัชพืชในสนามหญ้าด้วยการขุดออกหรือถอนทิ้งแทนการใช้ยาปราบวัชพืช
ปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ในบ้านทดแทนความรู้สึกผูกพันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ต้นไม้แต่ละต้นให้ความร่มรื่น ใบไม้แต่ละใบช่วยป้องกันฝุ่นละออง ช่วยกรองเสียงดังจากภายนอกเป็นที่อยู่อาศัยของนกและสามารถปลูกเป็นรั้วบ้านช่วยเสริมสร้างสภาพแวดล้อมให้สวยงาม
  • ใช้น้ำมันไร้สารตะกั่วในการขับขี่ยานพาหนะ
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ซึ่งเกี่ยวกับการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ที่ช่วยลดปัญหาอากาศเสีย
  • ไม่ปรับแต่งคาร์บูเรเตอร์ด้วยตนเอง นำรถเข้าเช็คโดยช่างผู้ชำนาญเมื่อครบรอบการใช้งานโดยสม่ำเสมอ เพราะการปรับแต่งเครื่องยนต์โดยไม่ถูกวิธีคือการเพิ่มสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม
  • ช่วยกันลดปัญหาเสียงดังรบกวนโดยการติดตั้งเครื่องดักเสียงและท่อพัก
  • ใช้วิธีเดิน ขี่จักรยาน หรือขึ้นรถประจำทางให้มากขึ้นแทนการใช้รถส่วนตัว
  • หมั่นดูแลรักษาสภาพรถเพราะรถที่อยู่ในสภาพดีนั้นกินน้ำมันน้อยและปล่อยสารพิษออกมาน้อย ตรวจสอบดูปริมาณการใช้น้ำมันต่อ กิโเมตรของรถอยู่เสมอ เมื่อลดต่ำลงผิดปกติ ควรนำรถตรวจซ่อมบำรุงรักษาหม้อกรองอากาศ ตรวจน้ำมันให้สะอาดอยู่เสมอ หากยางอ่อนตัวคุณจะต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มถึง 5% และเลือกใช้รถที่ประหยัดน้ำมันจะดีกว่า
  • อย่าสตาร์ทรถทิ้งไว้เฉย ๆ ขณะจอดคอย เพราะทำให้รถหนักและรถที่หนักย่อมทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่า
  • ก่อนออกจากบ้านควรวางแผนก่อนว่าจะไปที่ใดบ้างเพื่อจัดระยะทางอย่างมีประสิทธิภาพ ให้เสียเวลาบนท้องถนนน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ และเป็นการช่วยลดมลพิษอีกด้วย
  • ลดการใช้รถยนต์หลายคัน นั่งรวมกันไปจะประหยัดกว่า

  • เราสามารถประหยัดทรัพยากรได้ในทุก ๆ ที่ ซึ่งจะทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดมีพอใช้สำหรับเรา ลูกหลาน และทุก ๆ คนบนโลกไปอีกยาวนานพึงระลึกไว้เสมอว่าเราต้องโค่นต้นไม้ใหญ่ ๆ ถึง 15 ต้น เพื่อนำมาแปรรูปเป็นกระดาษ 1 ตัน ดังนั้นเอกสาร หนังสือ หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ที่ผลิตด้วยกระดาษเมื่อไม่ต้องการอย่าทิ้ง ควรนำไปชั่งกิโลขายเพื่อแปรสภาพนำกลับมาใช้ใหม่
  • ใช้กระดาษให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น นำกระดาษด้านที่ว่างมาใช้ประโยชน์ และถ่ายเอกสารใช้ทั้งสองด้าน
  • ซองจดหมายใช้แล้ว นำกลับมาเวียนใช้อีกครั้ง สำหรับการติดต่อภายในสำนักงาน
  • เลือกใช้เครื่องถ่ายเอกสารรุ่นใหม่ ๆ ที่มีปุ่มประหยัดไฟ และเครื่องถ่ายเอกสารไม่ควรอยู่ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศเพราะนอกจากเครื่องปรับอากาศจะทำงานหนัก แล้ว ฝุ่นหมึกที่ฟุ้งกระจายจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • เครื่องเป่ามือที่ใช้ในห้องน้ำถ้าไม่จำเป็นไม่ควรติดตั้ง
  • กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า ควรเลือกใช้ที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิ
  • พยายามใช้บันไดแทนการใช้ลิฟท
  • ปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ ทุกครั้งเมื่อเลิกใช้แล้ว
  • ส่งเสริมให้โรงเรียนจัดตั้งชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มีสมาชิกร่วมกันระหว่างครูและนักเรียน เพื่อรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมให้ทุกคนเกิดความตระหนักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียน
  • สนับสนุนการจัดมุมสิ่งแวดล้อมขึ้นในห้องสมุดโรงเรียนหรือที่ทำงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อมพร้อมปลูกฝังและเป็นตัวอย่างอันดีแก่ลูกหลาน
  • การท่องเที่ยวโดยปราศจากการรักษาสภาพแวดล้อมทำให้ทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่าทั้งบนบก และใต้ท้องทะเลต้องมีสภาพทรุดโทรมอย่างรุนแรง ถึงเวลาแล้วที่เราจะร่วมดูแลรักษาด้วยจิตสำนึกที่ว่า มรดกทางธรรมชาติอันงดงามเหล่านี้เป็นของเราทุกคนด้วยการ
  • ไม่ทิ้งถุงพลาสติก กล่องโฟม ขวดแก้ว เศษอาหารหรือขยะใด ๆ ในลำธารป่าเขาหรือทะเล
  • ไม่สลักชื่อหรือขีดเขียนใด ๆ บนผนังถ้ำ ก้อนหินในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
  • ไม่เก็บพันธุ์ไม้ หรือกระทำสิ่งใดที่เป็นการเคลื่อนย้ายหรือรบกวนระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติ ขูดขีดต้นไม้ หรือเด็ดกิ่งไม้ระวังการทิ้งก้านไม้ขีดติดไฟก้นบุหรี่ในป่า และดับกองไฟที่ก่อไว้ให้สนิทเพื่อป้องกันการกันการเกิดไฟป่าที่จะทำลายพื้นที่ป่าไม้ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ความงดงามตามธรรมชาติ สัตว์ป่าและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตมนุษย์และทรัพย์สินได้ ไม่สนับสนุนสินค้าใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำลายป่าและการทารุณสัตว์ป่า
……คุณทำได้…….


ที่มา : รวบรวมจาก  กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม   กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม