สนามกอล์ฟสร้างดีหรือ ไม่สร้างดี

อเมริกาและญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ประชากรนิยมเล่นกอล์ฟมากที่สุด คนอเมริกัน 25 ล้านคน และคนญี่ปุ่น 12 ล้านคน เล่นกอล์ฟเป็นประจำได้มีการประมาณกันว่า ทั่วโลกมีสนามกอล์ฟอยู่ 25,000 สนาม ซึ่งหากคิดเป็นพื้นที่ร่วมก็ร่วม 13,000 ตารางกิโลเมตรและพื้นที่ที่ว่านี้กำลังขยายวันขยายคืน

จากการที่ชายญี่ปุ่นนิยมเล่นกอล์ฟกันมาก มาย และสนามกอล์ฟที่จะเล่นไม่เพียงพอกับความต้อง การนี้เอง ได้ทำให้อัตราค่าสมัครเป็นสมาชิกสมาคมกอล์ฟญี่ปุ่นมีราคาแพงลิบลิ่ว ธุรกิจซื้อขายบัตรสมาชิกกอล์ฟเติบโตรวดเร็ว เหมือนธุรกิจหุ้น คนญี่ปุ่นที่มีฐานะจึงนิยมเดินทางไปเล่นกอล์ฟ ในต่างประเทศ เช่น ประเทศไทย หรือฟิลิปปินส์ เพราะค่าเดินทางไปเล่นกอล์ฟในประเทศเหล่านี้ถูกกว่าค่าเล่นกอล์ฟในญี่ปุ่นเอง และนี่ก็คือเหตุผลสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจการสร้างสนามกอล์ฟเจริญอย่างรวดเร็วในเอเชียอาคเนย์

แต่ขณะนี้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังมีความคิดต่อต้านการสร้างสนามกอล์ฟแล้ว เหล่านักอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้ชี้ให้เห็นว่า การสร้างสนามกอล์ฟเป็นการทำร้ายชีวิตของสัตว์และพืชป่า การสร้างแฟร์เวย์ คือการทำลายภูมิประเทศ การใช้ปุ๋ยทะนุบำรุงสนามนำมาซึ่งมลพิษสู่แหล่งน้ำต่าง ๆ และความเขียวขจีของหญ้า ต้องการน้ำในการรักษาสภาพนับเป็นปริมาณมากถึงร้อยล้านลิตรต่อปี

กีฬากอล์ฟอุบัติขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อประมาณ 700 ปีมาแล้ว คนอังกฤษเริ่มเล่นกอล์ฟตามบริเวณชายหาดที่มีหลุมทรายมากมาย การเล่นกอล์ฟในยุคแรกๆ จึงเป็นการเล่นบน "สนาม" ที่พระเจ้าท่านสร้างให้จริงๆ แต่กีฬากอล์ฟในปัจจุบันนนิยมเล่นกับสนามที่มนุษย์เนรมิตสนาม Augusta ที่มลรัฐ Georgia ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสนามที่ใช้ในการแข่งขัน U.S.Master มีหญ้า bermuda ที่ถูกตัดแต่งอย่างราบเรียบ มีต้นไม้ดอกที่ถูกปลูกอย่างเป็นแนว อย่างเป็นระเบียบ สนาม Augusta นี้ต้องการน้ำ ปุ๋ย และยาฆ่าแมลง ในการดูแลปีละมาก ๆ คนดูแลสนามต้องใช้ยาฆ่าแมลง และยาปราบวัชพืชพ่นสนามเป็นประจำ และเวลาสารเคมีเหล่านี้ละลาย ลงแอ่งน้ำในบริเวณใกล้เคียง น้ำดีก็จะกลายเป็นน้ำเน่าไปในบัดดล นักเคมีประมาณกันว่าในปีหนึ่ง ๆ เขาต้องใช้สารเคมีหนักประมาณ 1.5 ตัน ในการเก็บรักษาสนามกอล์ฟหนึ่งสนาม ซึ่งน้ำหนักนี้คิดได้เป็น 8 เท่าของน้ำหนักสารเคมีที่พื้นที่ทำนาเนื้อที่เท่ากันต้องการ นักวิทยาศาสตร์ยังได้พบอีกว่า หนึ่งในสามของยาฆ่าแมลงที่ใช้ พ่นตามสนามจะระเหยสู่อากาศ เด็กแคดดี (caddy) ซึ่งใช้เวลาอยู่ในสนามตลอดวัน มักจะเป็นกลุ่มบุคคลที่ได้รับภัยอันตราย จากสารเคมีมากที่สุด สถิติทางการแพทย์ของญี่ปุ่นระบุว่า 15% ของคนญี่ปุ่นที่ล้มป่วยด้วยการ รับสารพิษเข้าร่างกาย เป็นกลุ่มคนที่มีชีวิตข้องแวะกับสนามกอล์ฟ อาการอันตรายที่เกิดจากเหตุการณ์ที่ว่านี้คือ การมีผดผื่นตามผิวหนังและการที่ ตา หู จมูก เกิดการอักเสบ เป็นต้น

ในประเทศแถบร้อน สนามกอล์ฟขนาดมาตรฐานต้องการน้ำในปริมาณมากถึงพันล้านลิตรต่อปี น้ำปริมาณนี้จะมากเพียงพอสำหรับการบริโภคของคนในหมู่บ้านขนาดใหญ่หนึ่งหมู่บ้านทั้งปี การผลาญน้ำโดยสนามกอล์ฟจะทำให้ทุ่งนา หรือพื้นที่เกษตรกรรมในบริเวณใกล้เคียงเกิดสภาวะขาดแคลนน้ำใช้ ในประเทศ Zimbabwe มีการพบว่าบริเวณที่ชาวบ้านกำลังจะอดน้ำตายมักจะอยู่ใกล้บริเวณสนามกอล์ฟที่มีน้ำใช้อย่างอุดมสมบูรณ์

ในการสร้างสนามกอล์ฟนั้น ตามปกติแล้ววิศวกรสนามจะต้องปรับเปลี่ยนภูมิประเทศ เช่นต้องเคลื่อนย้ายเนินดิน ต้องขุดหลุมทราย ขุดสระน้ำ ฯ เมื่อเป็นเช่นนี้สัตว์ป่า หรือพืชป่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นจะถูกรบกวน จะถูกขับไล่ หรือถูกฆ่าตายจนสูญพันธ์อย่างไม่เจตนา การสร้างโรงแรมหรือสถานที่พักในสนามกอล์ฟ ก็คือการที่คนเมืองบุกรุกคนชนบท ก็ในเมื่อเราไม่ต้องการให้ชาวนามาทำนากลางเมืองเราฉันใด เราก็ไม่ควรบุกรุกพื้นที่ที่สงบและสวยของชนบทฉันนั้น

หากไม่แล้ว กอล์ฟกีฬาก็จะมีสภาพเป็นกอล์ฟกาลี


ที่มา : รวบรวมจาก ศาสตราจารย์ ดร. สุทัศน์ ยกส้าน , วิทยาศาสตร์น่ารู้ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี